อัจฉริยะ นำผู้เสียหายชาวนเขมรถูกยักยอกทรัพย์ 18 ล้าน ร้องสอบวินัยตำรวจ กรณีที่มีเหตุการณ์ค้าสำนวน
วันที่ 19 ก.ค. 2561 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ 2 สามีภรรยาชาวเขมรที่เป็นผู้เสียหายในคดีถูกยักยอกทรัพย์ 18 ล้าน เมื่อปี2557 ที่ สภ.บางใหญ่ เข้าร้องเรียนขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ร.ต.ท.บุญทัน พันธจันทร์ และ พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู พนักงานสอบสวน ในกรณีที่มีเหตุการณ์ค้าสำนวน
นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบอำนาจจาก นายสิงห์ เทียร์ และนางเชียน คาลยาน ผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายทั้ง 2 ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.บุญทัน พันธ์จันทร์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายสายชล พูนสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนางเพชร ผู้ต้องหาที่ 2 ในฐานความผิดร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง

ซึ่งต่อมาหลังจากพนักงานสอบสวนรับคดีแล้วได้ดำเนินการสอบคำให้การนายสิงห์ ผู้เสียหาย พร้อมกับได้จัดทำบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายและถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุรวมถึงแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ นอกจากนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบพยานเพิ่มเติมคือ นางเชียน ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียหาย และนางวรรณา อังกูรวัฒนชัย ชาวกัมพูชา
โดยในวันดังกล่าว ร.ต.ท.บุญทัน ได้ถูก พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู ข่มขู่ว่าทำผิดกฎหมายในชั้นสอบสวน หลังนำสำเนาสำนวนการสอบสวนมาให้ ต่อมาได้บอกให้ทิ้งสำเนาสำนวนไว้โดยที่ไม่ได้มีการลงเลขรับเรื่องราวร้องทุกข์ในระบบของกองอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ภาค 1 ตามระเบียบแต่อย่างใด
จากนั้นสำเนาสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ที่อยู่ในความครอบครองของ พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู ได้ตกไปอยู่ในความครอบครองของ นายสายชล พูนสวัสดิ์ และนางเพชร และได้มีการให้ทนายความนำไปฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งจากการสืบทราบของตนเองนั้นพบว่า พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู เคยเป็น ผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.สายันต์ บัวทำ ที่เป็น ทนายความให้กับผู้ต้องหา
อย่างไรก็ตามการร้องเรียนในวันนี้จึงต้องการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ ร.ต.ท.บุญทัน พันธ์จันทร์ และ พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู โดยขอให้มีการพักราชการหรือย้ายออกจากพื้นที่ภาค 1 เพราะถือว่า 2 สามีภรรยาผู้เสียหาย ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวข้างต้น