ร้องโซเชียล! ล่ากระบะถอยรถชนคนแก่ ก่อนขับไปไม่สนใจ

ร้องโซเชียล! ช่วยล่ากระบะถอยรถชนคนแก่ ก่อนขับหนีไป ไม่สนใจใยดี

วันนี้(19 ก.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Thana Naewbanthat เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์กระบะคันหนึ่งถอยหลังชนคนแก่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินบนถนน จนล้มไปอยู่ใต้ท้องรถ ก่อนขับออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยข้อความบอกเล่า ระบุว่า

#คนแปลกหน้าที่อยากเจอ เช้าวันอังคารที่ 17 ก.ค. เวลาประมาณ 6 โมงเช้า มีคนเลวขับรถกระบะชนแม่ผมแล้วหนี! คนอายุ70 กว่าล้มเองก็จะแย่แล้ว แต่นี่มึงถอยรถมาชน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอผมเข้าใจ แต่ถ้าคุณมีความรับผิดชอบมันก็คุยกันได้ แต่มึงชนแล้วหนีมึงก็เอาข้อหานี้ไป #และคุณมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ใจคุณโคตรนิ่งเลยวะ ขับผ่านไปได้หน้าตาเฉย

ขอบคุณที่มา Thana Naewbanthat 

อะไรจะขนาดนั้น! คลิปแฉสาวข้างห้องร้องครวญครางดังลั่น ปานขาดใจ

สาวสุดทน โพสต์คลิปแฉ หญิงห้องข้างๆ ร้องเสียงคราวญครางลั่น สร้างความลำบากใจ เหตุเจอทุกเช้าเป้นเวลาเกือบเดือน ด้านทนายเผยเอาผิดได้ฐานใช้สิทธิส่วนเกิน 

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก มุกจริยา ช่วยน้อย โพสต์คลิปของสาวข้างห้องมีการส่งเสียงร้องครวญครางเสียงดังทุกเช้าเป็นระยะเวลาเกือบเดือน สร้างความรำคาญใจให้กับผู้โพสต์เป็นอย่างมาก โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า #ประสบการณ์ขนหัวลุก #เธอกับเขาและความไม่สงบของเรา

-โอ้ยยยแล้วว่าทุกหัวเช้าาา นี่แค่ส่วนหนึ่ง ใกล้จะเดือนแล้ว อะไรจะขนาดน้านนนนน ในเหตุการณ์แบบมันดังมาก ดังมากมาก บางวันเสียงนาฬิกาเรายังไม่ทันปลุกอ่ะ5555
– ep.3นี่ เราเดินลงบรรไดแบบเสียงดังแล้วนะ เหมือนนางจะโชว์พาว5555

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของสาวข้างห้องคนดังกล่าว ก่อนที่รายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง อัมรินทร์ทีวี จะไปสัมภาษณ์ นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิด ฐานใช้สิทธิเกินส่วน คือ มีพฤติกรรม หรือการกระทำที่รบกวน เป็นการสร้างความรำคาญให้แก่ผู้อื่น แม้จะอ้างว่าเป็นการกระทำที่อยู่ภายในห้องของตัวเองก็ตาม ก็ถือเป็นความผิดลหุโทษ คล้ายกับการจอดรถหน้าบ้านคนอื่น ซึ่งสามารถแจ้งความเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายได้

ซึ่งหากเป็นคนรู้จักก็ควรเข้าไปตักเตือน แต่ถ้าหากไม่รู้จัก ควรแจ้งนิติบุคคลที่ดูแลห้องพักไปเจรจาแทนเพื่อเลี่ยงการประทะ  แต่ถ้าผู้ดูแลอาคารยังไม่แก้ไข หรือปล่อยปละละเลย ก็จะมีความผิดตามมาตรา 397 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2 ผัวเมียชาวเขมรถูกยักยอกทรัพย์ 18 ล้าน ร้องสอบวินัยตร. ปมเหตุค้าสำนวน

อัจฉริยะ นำผู้เสียหายชาวนเขมรถูกยักยอกทรัพย์ 18 ล้าน ร้องสอบวินัยตำรวจ กรณีที่มีเหตุการณ์ค้าสำนวน

วันที่ 19 ก.ค. 2561 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ 2 สามีภรรยาชาวเขมรที่เป็นผู้เสียหายในคดีถูกยักยอกทรัพย์ 18 ล้าน เมื่อปี2557 ที่ สภ.บางใหญ่ เข้าร้องเรียนขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ร.ต.ท.บุญทัน พันธจันทร์ และ พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู พนักงานสอบสวน ในกรณีที่มีเหตุการณ์ค้าสำนวน

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบอำนาจจาก นายสิงห์ เทียร์ และนางเชียน คาลยาน ผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายทั้ง 2 ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.บุญทัน พันธ์จันทร์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายสายชล พูนสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนางเพชร ผู้ต้องหาที่ 2 ในฐานความผิดร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง

ซึ่งต่อมาหลังจากพนักงานสอบสวนรับคดีแล้วได้ดำเนินการสอบคำให้การนายสิงห์ ผู้เสียหาย พร้อมกับได้จัดทำบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายและถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุรวมถึงแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ นอกจากนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบพยานเพิ่มเติมคือ นางเชียน ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียหาย และนางวรรณา อังกูรวัฒนชัย ชาวกัมพูชา

โดยในวันดังกล่าว ร.ต.ท.บุญทัน ได้ถูก พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู ข่มขู่ว่าทำผิดกฎหมายในชั้นสอบสวน หลังนำสำเนาสำนวนการสอบสวนมาให้ ต่อมาได้บอกให้ทิ้งสำเนาสำนวนไว้โดยที่ไม่ได้มีการลงเลขรับเรื่องราวร้องทุกข์ในระบบของกองอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ภาค 1 ตามระเบียบแต่อย่างใด

จากนั้นสำเนาสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ที่อยู่ในความครอบครองของ พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู ได้ตกไปอยู่ในความครอบครองของ นายสายชล พูนสวัสดิ์ และนางเพชร และได้มีการให้ทนายความนำไปฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งจากการสืบทราบของตนเองนั้นพบว่า พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู เคยเป็น ผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.สายันต์ บัวทำ ที่เป็น ทนายความให้กับผู้ต้องหา

อย่างไรก็ตามการร้องเรียนในวันนี้จึงต้องการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ ร.ต.ท.บุญทัน พันธ์จันทร์ และ พ.ต.ท.กริชนันท์ อินชู โดยขอให้มีการพักราชการหรือย้ายออกจากพื้นที่ภาค 1 เพราะถือว่า 2 สามีภรรยาผู้เสียหาย ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวข้างต้น