อินโดฯ เร่งช่วย นทท. ที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานีหลังแผ่นดินไหว

ทางการอินโดนีเซียเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนที่ยังติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี

นายสุโตโป เปอร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งอินโดนีเซีย ระบุว่า เมื่อวานนี้ ทางการอินโดนีเซียกำลังเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี่หลายร้อยคน หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 บนเกาะลอมบอก เมื่อวันอาทิตย์

ประเมินว่า มีนักท่องเที่ยวราว 689 คน ยังคงติดค้างอยู่บนภูเขาไฟดังกล่าว หลังจากปีนเขาขึ้นไปชมทิวทัศน์ แต่แผ่นดินไหวกลับทำให้เกิดดินถล่มและเศษหินปิดเส้นทาง

ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดอยู่ที่ 16 ราย ซึ่งอีก 2 คนที่เสียชีวิตเพิ่มเติม คือ ชายชาวอินโดนีเซีย วัย 26 ปี ซึ่งถูกหินทับระหว่างเกิดดินถล่ม และหญิงชาวมาเลเซีย วัย 30 ปี ที่ตกจากยอดเขา

เจ้าหน้าที่อุทยาน ระบุว่า เส้นทางหลักที่ขึ้นสู่ยอดภูเขาไฟรินจานี่ได้มีการเคลื่อนย้ายซากหินต่างๆ ออกไปแล้ว และได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ที่ติดค้าง

ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด้ ของอินโดนีเซีย ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบเหตุบนเกาะลอมบอก เมื่อวานนี้ พร้อมกับให้คำมั่นที่จะจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ที่ต้องสูญเสียบ้านเรือนจากเหตุการณ์นี้ครอบครัวละ 50 ล้านรูเปียะห์ หรือ 115,000 บาท

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากนายทรงพล สุขจันทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ที่ได้เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เมื่อวานนี้ ว่า สามารถช่วยเหลือคนไทยที่ลงมาบริเวณตีนเขาได้แล้ว 216 คน โดยได้จัดรถพาไปยังที่พัก พร้อมกับจัดอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค ซึ่งในภาพรวมทั้งหมดแข็งแรงและมีขวัญกำลังใจดี และในวันนี้จะมีคนไทย 36 คน เดินทางกลับบ้าน

มีรายงานว่า จากรายชื่อผู้ลงทะเบียนปีนเขา ระหว่างวันที่ 27 ถึง 28 กรกฎาคม มีชาวต่างชาติ 637 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทยมากที่สุด 337 คน ตามมาด้วยชาวฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสเปน

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้องนายกฯ สอบปมอาหารค่ายทหารกระบี่ ไม่ได้มาตรฐาน

“ศรีสุวรรณ จรรยา” เตรียมร้องนายกรัฐมนตรี ปมทหารเกณฑ์ ร้องเรียนอาหารในค่าย ที่จังหวัดกระบี่ ไม่ได้มาตรฐาน ด้าน “ผู้พัน ค่ายคลองท่อม” ชี้ภาพลูกชิ้น 2 ลูก ถูกตัดมาแค่บางส่วน

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ในวันนี้ (31 ก.ค.) เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขอให้สั่งการไปยังกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก ในการตรวจสอบ และสอบสวนในทางลับ หลังได้รับการร้องเรียนจากทหารเกณฑ์ ในค่ายทหาร ที่จังหวัดกระบี่ว่า อาหารแต่ละมื้อไม่พอกิน และรสชาติไม่อร่อย โดยบางมื้อมีเพียงน้ำแกงและลูกชิ้น 2 ลูก เท่านั้น จนต้องออกไปหาซื้อมาทานกันเอง อีกทั้งร้านค้าสวัสดิการในค่าย ก็แพงเกินกว่าร้านค้าทั่วไป

ต่อมา พันเอก ธายุทธ สวนกูล ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15 พัน.1) อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ได้ชี้แจง โดยยืนยันว่า อาหารของทางหน่วยนั้นมีคุณภาพ และมีการควบคุมดูแล ซึ่งใน 1 มื้อ จะมีกับข้าว 2 อย่าง พร้อมขนมหวาน โดยนายสิบที่รับผิดชอบการ “ประกอบเลี้ยง” หรือเรื่องอาหาร ในแต่ละวัน ต้องส่งภาพอาหารให้ผู้บังคับหน่วย ตรวจสอบและรับทราบ ขณะที่ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับกองร้อย จะมาร่วมรับประทานอาหารมื้อกลางวัน กับพลทหารที่โรงเลี้ยงด้วย ซึ่งภาพ “ลูกชิ้น 2 ลูก” ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ถือว่าถ่ายมาเฉพาะในจานที่ตักรับประทาน ไม่ครบองค์ประกอบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยอยู่ระหว่างตรวจสอบรายการอาหารในแต่ละวัน โดยเฉพาะวันที่มีเมนูแกงลูกชิ้น เพราะมีการถ่ายภาพไว้ทั้งหมด และจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป

เด้ง 10 ตำรวจ 3 โรงพัก เซ่น ‘คดีน้องหญิง’

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี มีคำสั่งย้ายตำรวจท้องที่ ที่เกี่ยวข้องกับ คดีน้องหญิง รวม 10 นาย พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

พลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า ในส่วนการทำงานของตำรวจในพื้นที่ พบว่า มี 3 ท้องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เริ่มจาก สภ.พระอินทร์ราชา เจ้าของพื้นที่สถานบันเทิงที่ผู้เสียชีวิตไปเที่ยว พบเปิดให้บริการเกินเวลา จึงสั่งย้ายผู้กำกับการ /รองผู้กำกับการ/สารวัตร /และรองสารวัตรป้องกันปราบปราม รวม 4 นาย

พร้อมทั้งสั่งย้ายผู้กำกับการ /รองผู้กำกับการและรองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะอิน รวม 3 นาย ซึ่งเป็นท้องที่เจ้าของคดีแต่ทำงานล่าช้า ส่วน สภ.เมืองปทุมธานี ทำสำนวนการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตล่าช้าหลังจากส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จึงสั่งย้ายผู้กำกับการและรองผู้กำกับการสอบสวน 2 นาย

และสั่งย้ายสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาภรณ์ 1 นาย / ขณะเดียวกัน ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดตั้งแต่การรับคดีความ ว่า มีความบกพร่องในการทำคดีหรือไม่ ซึ่งได้กำชับให้ตรวจสอบโดยเร็วที่สุด

ด้าน นายสุบิน พ่อของน้องหญิง บอกว่า นับจากคืนเกิดเหตุวันที่ 19 กรกฎาคม ที่แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน พนักงานสอบสวน ยังไม่เรียกสอบปากคำ อีกทั้งได้ส่งหลักฐาน เป็นคลิปเสียงลูกสาวร้องไห้พร้อมขอความช่วยเหลือไปให้ตำรวจ เพื่อให้เห็นว่ามีความน่าสงสัยและไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ตำรวจบอกเพียงแต่ให้รอ ทำให้ไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจบางปะอิน