ออกหมายจับแล้ว 2 ใน 9 วัยรุ่นรุมแทงหนุ่มบนรถเมล์

ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เผยตำรวจออกหมายจับแล้ว 2 ใน 9 วัยรุ่นรุมแทงหนุ่มบนรถเมล์

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 18 ก.ค.61 ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายชายบนรถเมล์ปรับอากาศ สาย 134 ซึ่งมีกล้องวงจรปิดบนรถเมล์สามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 13 ก.ค.61 จนเป็นเหตุให้นายอนุชา เอี่ยมละเอียด อายุ 26 ปี อาชีพรับเหมาต่อเติมอาคาร ได้รับบาดเจ็บถูกแทงที่ท้องด้านซ้าย

ความคืบหน้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดนนทบุรีเลขที่ 369/2561 จับกุมนายเก็ต นามสมมุติ อายุ 20 ปี และ 370/2561 จับกุม นายอาร์ท นามสมมุติ อายุ 21 ปี นักศึกษา ปวส.ปี1 สถาบันแห่งหนึ่งใน กทม.ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ส่วนเยาวชนอีกหนึ่งรายผู้ปกครองได้พาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว คือ นายแว่น นามสมมุติ อายุ 15 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 สถาบันเดียวกัน โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่ายกาย (ชกต่อย)

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพราะเป็นเกตุทำร้ายกันบนรถเมล์ วันนี้ได้ไปขอเอกสารแพทย์ที่ทำการตรวจร่างกาบผู้บาดเจ็บว่าอาการเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน และวันนี้ยังได้ข้อมูลจากกลุ่มเพื่อนของผู้ก่อเหตุ จนทราบชื่อจริง นามสกุลจริงทั้งหมดแล้ว และได้มีการติดต่อให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว และยังได้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่อยู่ในคลิป 2 คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

โดย 2 คนนี้ได้เข้าไปใช้อาวุธมีดทำร้ายผู้บาดเจ็บ ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว คนแรกเป็นคนที่เริ่มเรื่องต่อยผู้เสียหายและย้อนกลับมาใช้อาวุธมีดทำร้าย อีกคนเข้าไปทำร้ายร่างกาย ส่วนคนที่สามไดเข้าไปร่วมสมทบ โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่นๆเรื่องอาวุธปืนหลังจากสืบสวนขยายผลจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากในคลิปจะเห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนหลายคน

ซึ่งจากการสอบสวนกลุ่มบุคคลแรกที่เป็นเยาวชนทราบว่าได้เดินเข้าไปด้านในรถก่อน ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นตามด้านหลังและมีการย้อนมาก่อเหตุ กลุ่มเยาวชน 4 คนได้เรียกเข้ามาพบเพื่อสอบถามข้อมูลแล้ว โดยมีผู้ปกครองเข้ามารับทราบ ส่วนผู้กลุ่มผู้ใหญ่อีก 5 คนยังไม่ได้มีการติดต่อประสานเข้ามาและไม่ได้พักอยู่ตามทะเบียนมนบัตรประชาชน อยากให้กลุ่มที่เหลือตอดต้อเข้ามอบตัว ในเมื่อมันผลาดไปแล้วเราสามารถแก้ไขได้

พิทบูลคลั่ง!! กัดเจ้าของเหวอะ ก่อนถูกรถพ่วงทับหัวเละ

สุนัขพันธุ์พิทบูลคลั่ง ไล่กัดเจ้าของแผลเหวอะ ก่อนวิ่งพล่านกลางถนนถูกรถพ่วง 22 ล้อทับหัวเละ

วันที่ 18 ก.ค.61 ร.ต.ท.ภูษิต ลิ่มประเสริฐ รอง สว.ป. สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนางบุษรารัตน์ รักษายศ อายุ 28 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 บ้านควนฝามี ต.กรุงห​ยัน อ.ทุ่งใหญ่ ว่าให้ช่วยจับสุนัขพันธุ์พิทบูลของตน ที่กำลังอาละวาดวิ่งไล่กัดรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนน หน้าสถานีดับเพลิงเทศบาล ต.ท่ายาง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเวรกู้ภัยประจำ สภ.ทุ่งใหญ่

ที่เกิดเหตุพบสุนัขพันธ์พิทบูล สีน้ำตาล อายุประมาณ 3 – 4 ปี กำลังไล่กัดรถทุกชนิดที่วิ่งผ่านไปมาบนถนน แต่ปรากฏว่าระหว่าที่สุนัขพันธ์พิทบูลตัวดังกล่าวกำลังไล่กัดรถอยู่นั้น ได้มีรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ วิ่งผ่านมาพอดี สุนัขจึงเกิดพลาดท่าล้มลงเข้าใต้ล้อบรรทุกพ่วงด้านหลัง จึงถูกล้อรถเหยียบเข้าที่หัวจนสมองกระจายต่อหน้าเจ้าของ

สอบถามนางบุษรารัตน์ รักษายศ เจ้าของสุนัข เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและสามี ได้ขับรถกระบะพาสุนัขตัวดังกล่าวไปหาหมอที่โรงพยาบาลรักษาสัตว์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช อ.ทุ่งใหญ่ หลังเสร็จจากหาหมอ จึงเดินทางกลับบ้านมาตามถนนเส้นดังกล่าว โดยนำสุนัขไว้ท้ายกระบะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุสุนัขที่อยู่ท้ายรถกระบะ เกิดกระโดดลงจากรถ สามีของตนพยายามไล่จับ ขึ้นมาบนรถเหมือนเดิม แต่กลับถูกสุนัขกัดเข้าที่แขนจนได้รับบาดเจ็บ

ตนจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือจับสุนัข อย่างไรก็ตามสุนัขไม่ยอมให้จับและได้วิ่งไล่กัดรถที่ขับผ่านถนนเส้นดังกล่าว สุดท้ายถูกรถบรรทุกพ่วงเหยียบหัวเละตายคาที ตนจึงนำศพกลับบ้านไปฝังดินด้วยความรักและสงสารต่อไป

‘ทีมหมูป่า’ แถลงข่าวกับสื่อฯ ก่อนเดินทางกลับบ้าน

13 ชีวิตทีมหมูป่าร่วมแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ในรายการเดินหน้าประเทศ ตอน “ส่งหมูป่ากลับบ้าน” หลังเสร็จรายการเดินทางกลับบ้านทันที

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ 18 ก.ค.61 รายการเดินหน้าประเทศ ถ่ายทอดสดการแถลงข่าว ตอน “ส่งหมูป่ากลับบ้าน” จาก อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ ‘หมอภาคย์’และหน่วยซีล ทีมแพทย์ และนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะเคเดมี่ ทั้ง 13 คน

ดำเนินการรายการโดย นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โดยบรรยากาศในห้องแถลงข่าวได้มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจมาติดตามจำนวนมาก ทั้งนี้การแถลงข่าวเปิดด้วยการให้น้องๆทีมหมูป่า เล่นฟุตบอลร่วมกับเพื่อนๆในทีม ก่อนที่พิธีกรจะเชิญน้องๆขึ้นบนเวทีการแถลงข่าว

ทางด้านนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่าทีมหมูป่ากำลังใจดีเยี่ยม หลังผ่านวิกฤตมาแล้วทุกคน มีความเข้มแข็งอย่างดี โดยเมื่อวานนี้ทางโรงพยาบาลได้มีกิจกรรมอำลา ให้น้องๆขอบคุณทีมแพทย์และพยาบาลที่ช่วยกันดูแล ก่อนจะเดินไปหาครอบครัว ทั้งนี้ สธ.ได้ส่งผู้เชียวชาญมาและส่งผลเลือดไปตรวจไม่พบโรคใหม่ และทุกคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มเฉลี่ย 3 กิโลกรัม สุขภาพจิตปกติ ทั้งกำลังกายและกำลังใจสมบูรณ์และไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ด้าน หมอภาคย์ กล่าวว่า สุขภาพกายและกำลังใจน้องๆ พร้อมตั้งแต่อยู่ในถ้ำแล้ว โดยได้สังเกตจากการที่ได้ทานอาหาร 3-4 มื้อ เริ่มพูดกันเยอะขึ้น โดยเรื่องที่พูดคุยเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ ทั้งเรื่องอาหารที่อยากทาน มั่นใจว่าน้องๆกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ทีมแพทย์จิตวิทยา กล่าวว่า จากการพูดคุยและประเมินด้านจิตวิทยาผ่านรูปแบบต่างๆโดยใช้สื่อต่างๆพบว่าน้องๆมีความเข้มแข็งทางใจ ตอบรับกับความเครียดทางสังคมได้ดี สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ นอกจากนี้อยากให้น้องๆกลับไปใช้ชีวิตตามปกติให้เร็วที่สุด พร้อมให้พื้นที่สำหรับเด็กๆ อีกทั้งเลี่ยงคำถามที่อาจสร้างความลำบากใจให้กับน้องๆ

ทางด้านโค้ชเอก เปิดเผยว่า สาเหตุที่เดินทางไปถ้ำหลวงนั้น เนื่องมาจากก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกับน้องๆในทีมหลังทำกิจกรรมปั่นจักรยานที่ดอยตุง เลยมีการวางโปรแกรมว่าจะไปเที่ยวถ้ำหลวงกัน ส่วนตัวโค้ชเอกเคยเข้าไปแล้วกับน้องๆในทีมบางคน ซึ่งภายหลังแข่งฟุตบอลอุ่นเครื่องเสร็จก็เดินทางมายังถ้ำหลวงทันที่ โดยระบุกับทุกคนไว้ว่าจะต้องออกจากถ้ำก่อน 17.00 น.  เนื่องจากต้องไปส่งน้องไตตั้น ไปเรียนพิเศษ

ทั้งนี้โค้ชเอก ได้เล่าวินาทีติดถ้ำหลวง เพราะในช่วงขากลับออกมาเจอน้ำท่วมสูงปิดเส้นทางออก หลายคนพยายามที่จะให้กำลังใจ สู้ต่อไม่ต้องท้อ พยายามตั้งสติ จากนั้นจึงพยายามขุดทรายเพื่อให้น้ำลด แต่น้ำก็ไม่ลด จึงหาที่นอน หวังว่าพรุ่งนี้น้ำจะลด  ยืนยันว่าทุกคนสามารถว่ายน้ำได้หมด

สำหรับวิธีการคัดเลือกหมูป่าออกจากถ้ำหลวง โค้ชเอก กล่าวว่าได้ปรึกษากับทีมซีลตลอด ซึ่งได้ประเมินแล้วว่าทุกคนมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี จึงเลือกคนที่อยู่บ้านไกลออกก่อน และเป็นความสมัครใจของน้องๆ

นอกจากนี้โค้ชเอก และน้องๆ ได้เปิดเผยความรู้สึกเศร้าและแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียจ่าเอกสมาน กุนัน ว่า ประทับใจจ่าแซมที่ปกป้องชีวิตหมูป่าทั้ง13คนให้ออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนใหญ่พอรู้ข่าวนี้ก็คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ จึงได้ช่วยกันเขียนไว้อาลัยและขอบคุณให้จ่าเอกสมานรวมทั้งครอบครัวด้วย รวมถึงจะบวชหมู่อุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซมด้วย

ทางด้าน นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หลังจากที่เด็กๆทุกคนกลับบ้านแล้ว จะมีชุดสหวิชาชีพ มีนายอำเภอ เป็นประธานในการดูแล และรายงานให้รับทราบจนกว่าทุกคนจะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นปกติ ส่วนเรื่องที่น้อง 4คนยังไม่ได้สัญชาติไทย อยู่ในระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน