เผยคำถามสื่อต่างประเทศถึง ‘ทีมหมูป่า’ ก่อนแถลงวันนี้ 6 โมงเย็น

เผยคำถามสื่อต่างประเทศถึง ‘ทีมหมูป่า’ ก่อนแถลงข่าววันนี้ 6 โมงเย็น 

วันนี้ (18 ก.ค. 61) ทางจังหวัดเชียงราย จะมีการแถลงข่าวส่งทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตกลับบ้าน ในเวลา 18.00 น. ผ่านทางรายการเดินหน้าประเทศไทยนั้น

ล่าสุด ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ทวีตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ @thapanee3miti ระบุว่า การแถลงข่าวดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที ในส่วนของคำถามต่าง ๆ ได้มีการให้สื่อมวลชนส่งคำถามให้นักจิตวิทยาพิจารณาก่อน เพื่อคัดกรองคำถามไม่ให้กระทบต่อจิตใจเด็ก ๆ และจะมีตัวแทนถามให้ นักข่าวจะไม่ได้ถามเอง เมื่อจบการแถลงข่าวห้ามถามผู้ปกครองและเด็กเพิ่ม

ทั้งนี้ ตัวอย่างคำถามของสื่อต่างประเทศ มีดังนี้

Aljazeera English :

1. ช่วยอธิบายหน่อยว่า 10 วันแรก ทุกคนเอาตัวรอดทั้งทางใจและกายมาได้อย่างไร

2. นักกู้ภัยบอกอะไรคุณบ้างเรื่องการออกมาจากถ้ำ พวกคุณเตรียมตัวเองอย่างไรกับการเดินทางออกมาที่มีความยากลำบาก

3. คุณเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้

Nine Network Australia :

1. คุณหมอชาวออสเตรเลียมีความสำคัญแค่ไหนในการช่วยพวกคุณออกมาจากถ้ำ

2. คุณเอาตัวรอดโดยไม่มีอาหารและน้ำ 10 วันมาได้อย่างไร

Sky News (ถามโค้ชเอก) :

1. คุณให้เด็กกินอาหารอย่างไร และให้กำลังใจกันอย่างไรก่อนที่จะมีความช่วยเหลือมาถึง จริงหรือเปล่าที่มีข่าวว่าคุณเอาอาหารของคุณให้เด็ก ๆ

2. ในฐานะผู้ใหญ่ คุณกังวลแค่ไหนว่าคุณอาจไม่สามารถออกมาได้

3. คุณรักษาความคิดในแง่บวกไว้ได้อย่างไร (ตอนอยู่ในถ้ำ)

BBC News (UK) คำถามให้น้องอดุลย์ :

1. เราได้ยินคุณพูดภาษาอังกฤษกับนักดำน้ำอังกฤษ ช่วยเล่านาทีที่คุณเห็นพวกเค้าครั้งแรกในถ้ำ

2. Manchester United ได้เชิญทีมไปเยือน Old Trafford. คุณจะตอบรับคำเชิญอย่างไร

คำถามสำหรับทุกคน :

1. พวกคุณเตรียมตัวเพื่อที่จะดำน้ำออกมาอย่างไรบ้าง เรียนว่ายน้ำหรือเปล่า

2. สิ่งแรกที่อยากทำเมื่อกลับถึงบ้านคืออะไร

3. คุณให้กำลังใจกันอย่างไร ก่อนที่นักกู้ภัยจะพบพวกคุณ

CNN

1. โลกจับตาดูเรื่องราวตั้งแต่วันที่พวกคุณหายตัวไป

2. มีอะไรอยากบอกคนที่ติดตามข่าวของคุณมั้ย

3. คุณเรียนรู้การนั่งสมาธิตอนที่อยู่ในถ้ำ – มันช่วยคุณอย่างไรบ้าง

สำนักข่าว Kyodo News

1. น้อง ๆ ผ่านช่วงเวลายากลำบากตอนที่ติดอยู่ข้างในถ้ำได้อย่างไร

2. น้อง ๆ ใช้เวลาตอนที่ติดอยู่ข้างในอย่างไร

3. รู้สึกอย่างไรตอนที่ติดอยู่ข้างใน

4. น้อง ๆ ทำอย่างไรเพื่อเอาชนะความกลัว

5. ประธาน FIFA จะเชิญน้อง ๆ ไปงานมอบรางวัล World’s best players ที่ลอนดอนเดือนกันยายน Manchester United, Benfica ก็เชิญน้องไปเยือนสโมสร น้องพิจารณาหรือยังว่าจะไปหรือไม่ไป

ตรวจยึดรถถูกโจรกรรม พร้อมอายัดรถหรูสวมทะเบียนเพื่อนดาราตลก

ตำรวจกองปราบและกองบัญชาการสอบสวนกลาง ร่วมแถลงยึดรถยนต์ และจักรยานยนต์จำนวนมาก ที่ถูกคนร้ายเชิดไปขายตลาดมืด พร้อมอายัดรถหรูสวมทะเบียนเพื่อนดาราตลก

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ร่วมแถลงผลคลี่คลายคดีโจรกรรมรถยนต์ 2 คดี โดยคดีแรก เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายราย ถึงพฤติการณ์ของ นายศักรินทร์ ยิ่งชัชวาลชัย หรือชื่อเดิมคือ นายวีรวัฒน์ ศรีโปฏก อายุ 28 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถ ย่านถนนพิบูลสงคราม จังหวัดนนทบุรี ที่มีพฤติการณ์หลอกรับจำนำรถและสิ่งของมีค่า ก่อนจะเชิดหนีหาย แล้วนำไปขายต่อในตลาดมืด หรือประเทศเพื่อนบ้าน จึงรวบรวมหลักฐาน ก่อนนำหมายค้น เข้าตรวจสอบบ้านพัก 3 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ทั้งนี้ ได้ยึดรถยนต์ 15 คัน จักรยานยนต์ 6 คัน ปืน 4 กระบอก พร้อมกระสุน เอกสารสมุดสัญญาการกู้เงินและรับจำนำรถยนต์ อีกหลายรายการ แต่ไม่พบนายศักรินทร์ ส่วนหลังจากนี้ เตรียมประสานติดต่อเจ้าของรถของกลางมารับคืน พร้อมเร่งติดตามตัวนายศักรินทร์ มาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนคดีที่สอง เป็นการตรวจยึดรถเก๋ง อออดี้ รุ่นอาร์ 8 สีดำ ทะเบียน ด 2528 กรุงเทพมหานคร ที่ปลอมทะเบียน และเลขตัวถังรถเก๋ง ออดี้ รุ่นอาร์ 8 วี 10 คูเป้ สีขาว ซึ่งนางเบญจมาศ มาสิงห์ ภรรยาของ “เจี๊ยบ เชิญยิ้ม” นักแสดงตลกชื่อดังและเพื่อน ขับไปประสบอุบัติเหตุ ที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อปี 2553 ก่อนนำมาหลอกขายให้ผู้เสียหาย 12 ล้านบาท โดยตรวจยึดได้ที่ปั๊มนำมัน ย่านเลียบทางด่วน รามอินทรา ซึ่งหลังจากนี้ จะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

คลื่นความร้อนในญี่ปุ่น คร่าประชาชนแล้ว 14 ศพ

คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมญี่ปุ่นทำให้ประชาชนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 คนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

วันที่ 17 ก.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคุลมประเทศญี่ปุ่น ทำให้ประชาชนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 14 คนในช่วงสุดสัปดาห์ 3 วันที่ผ่านมา

จากจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนนี้เป็นหญิงชราวัย 90 ปีเศษ ซึ่งถูกพบหมดสติอยู่ในสนาม ทั้งยังมีประชาชนหลายพันคนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากภาวะที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยแผ่นดิน อาทิ จังหวัดกิฟุ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 39.3 องศาเซลเซียส ขณะที่เมื่อวานนี้กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศวัดอุณหภูมิได้สูงถึง 34 องศา

ภาพประกอบข่าว

ทั้งนี้ทั้งนั้น อุณหภูมิที่สูงขึ้นสูงทำให้การฟื้นฟูพื้นที่ถูกน้ำท่วมที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 200 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากหน่วยกู้ภัย และอาสาสมัครที่ลงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเกิดอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด และต้องนำตัวเจ้าหน้าที่เหล่านี้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ที่มา sivtelegram.media