คิวบาเริ่มให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ

คิวบาเริ่มให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแก่ผู้ใช้บริการบางกลุ่มแล้ว โดยตั้งเป้าจะเปิดให้บริการได้ทั่วประเทศภายในปลายปีนี้ ถือเป็นการพัฒนาอีกขั้นในการเปิดประเทศของคิวบา ที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมมายาวนาน

ผู้สื่อข่าวที่ทำงานให้รัฐบาลคิวบาเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกของปีนี้ที่จะได้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “การให้ข้อมูลความรู้” กับประชาชนคิวบาที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างล่าช้า โดยนายมิเกล ดิแอซ-กาแนล ประธานาธิบดีคิวบา คาดหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยปกป้องการปฏิวัติระบอบสังคมนิยมของประเทศ

แต่นักวิเคราะห์เห็นว่า การเปิดกว้างทางอินเทอร์เน็ตจะทำให้รัฐบาลคิวบาอ่อนแอในด้านการควบคุมข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าถึง เนื่องจากคิวบาเป็นประเทศที่ผูกขาดข่าวสารและปกครองด้วยพรรคเดียว

นายยูริส โนริโด วัย 39 ปี ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ทางการ กล่าวว่า สื่อมวลชนเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับบริการอินเทอร์เน็ต และทำให้การทำงานของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนี้เขาสามารถเข้าเว็บไซต์จากโทรศัพท์มือถือได้ ไม่ว่าเขาอยู่ที่ไหน จึงทำให้งานของเขาง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เขายังสามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เพื่อทำงานได้อีกด้วย

“อีเทคซา” (ETECSA) บริษัทโทรคมนาคมเพียงรายเดียวของคิวบา เผยว่า ภายในเดือนธันวาคมจะขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือให้ได้ 5 ล้านเครื่อง ซึ่งเกือบเท่ากับจำนวนประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศ

ชาวคิวบาส่วนใหญ่ที่ใช้อินเmอร์เน็ตมักใช้เพื่อวีดิโอแชทกับเพื่อนๆ และครอบครัว ซึ่งยังมีค่าบริการสูงมากคือ 1 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง หากเทียบกับเงินเดือนเฉลี่ยของรัฐ ซึ่งอยู่ที่เดือนละ 30 ดอลลาร์ หรือ ราว 1,000 บาท

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับที่ 4 ให้มีผลแล้ว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่4 พ.ศ.2561 แล้ว

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้

พ.ร.บ.พระสงฆ์, ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสดวันนี้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 4 โดยให้ไว้ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 กำหนดให้การแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามพระราชอัธยาศัย

โดยให้สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง และ มีกรรมการอื่นไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยเหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้

ทั้งนี้ พระราชบัญญัตินี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วัดถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

‘สุนัขหมายเลข1เกาหลีใต้’ ออกแคมเปญรณรงค์ไม่กินเนื้อสุนัข

เกาหลีใต้เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ไม่ให้ผู้คนกินเนื้อสุนัข โดยใช้ “เจ้าโทรี” สุนัขประธานาธิบดีเกาหลีใต้เป็นมาสคอต

“โทรี” สุนัขของนายมูน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้กลายมาเป็นมาสคอตของแคมเปญรณรงค์สร้างความตระหนักไม่ให้ผู้คนกินเนื้อสุนัข

แคมเปญนี้จัดโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์ “Coexistence of Animal Rights on Earth” (โคเอ็กซิสเทนซ์ ออฟ แอนิมอล ไรต์ส ออน เอิร์ธ) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “แคร์” (CARE) และได้เปิดตัวเมื่อวานนี้ ในกรุงโซล เกาหลีใต้ ซึ่งเจ้า “โทรี” ได้มาร่วมงานด้วย

การเปิดตัวแคมเปญตรงกับช่วงที่อากาศร้อนที่สุด 3 วันในปีนี้ หากอ้างอิงตามปฏิทินจันทรคติของเกาหลีใต้ ซึ่งในช่วงเดียวกันนี้ ตามประเพณีชาวเกาหลีใต้บางส่วนจะกินซุปเนื้อสุนัขที่เชื่อกันว่าจะทำให้คลายความร้อนได้

แคมเปญนี้ได้เลือกเจ้า “โทรี” ซึ่งเคยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือ และผู้นำเกาหลีใต้รับมาเลี้ยง เพราะต้องการรณรงค์ให้ผู้คนใส่ใจปัญหาสัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้งที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

นางพัก โซ-ยอน ประธานองค์กรแคร์ กล่าวว่า เจ้าทอรีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้ มันถูกทอดทิ้ง ทำร้าย และถูกเลี้ยงเพื่อเอาไว้กิน ก่อนได้รับความช่วยเหลือ เราจึงใช้ตุ๊กตาเจ้าทอรีสื่อให้ผู้คนรู้ว่าสุนัขไม่ใช่เมนูอาหาร แต่เป็นสัตว์ที่ต้องการความรักและความเอาใจใส่

องค์กรแคร์ ระบุว่า แคมเปญนี้รณรงค์ให้ผู้คนลงชื่อเพื่อรับสุนัขจากศูนย์ช่วยเหลือไปอุปการะ ส่วนเจ้าตุ๊กตาโทรี ซึ่งขายในราคาตัวละ 3 หมื่นวอน หรือราว 885 บาท จะใช้เป็นเงินทุนช่วยเหลือสุนัขที่ถูกทอดทิ้งและทำร้าย

ปัจจุบัน การกินเนื้อสุนัขเป็นที่นิยมน้อยลงในเกาหลีใต้ เนื่องจากผู้ที่นิยมกินส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ