ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน ‘คดีน้องหญิง’

ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี “น้องหญิง” โดดลงจากรถเทรลเลอร์ดับ

จากกรณีที่ น้องหญิง” อายุ 19 ปี เสียชีวิตอย่างปริศนา ตกจากรถเทรลเลอร์ ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากพ่อและครอบครัวหอบหลักฐานเข้าร้องต่อกองปราบปรามให้ช่วยติดตามคดีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบตร. เผยว่า คดีนี้จะคลี่คลายโดยเร็ว ทุกฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนเป็นคดีอุบัติเหตุหรือคดีฆาตกรรมหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช. ภ.1 กล่าวว่า เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทางผู้เสียหายและทางตำรวจ จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ,พ.ต.ท.สมยศ ดำจันทร์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี และ พ.ต.ต.ไพรัตน์ วรรณี สารวัตรสอบสวน สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ย้ายไปช่วยราชการ ที่ ศปก.ภ. จว.ปทุมธานี

หลังจากเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า สำนวนการชันสูตรพลิกศพยังล่าช้าไม่เป็นไปตามขั้นตอน จึงได้มีคำสั่งย้ายดังกล่าว รวมถึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นายตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 3 โรงพัก คือ สภ.พระอินทร์ราชา สภ.เมืองปทุมธานี และ สภ.บางปะอิน รวม 10 นาย

เตือน! 59 จังหวัด ระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสม

เตือน! 59 จังหวัด ภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ-กลาง-ใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักสะสม

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหลายจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ทั้งนี้ จากการประสานข้อมูลกับกรมทัพยากรธรณี พบว่า ในระยะนี้ พื้นที่ในจังหวัดตราด น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ต้องเฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ปภ. ได้ประสาน 59 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำฝนรายวัน ปริมาณน้ำฝนสะสม ระดับน้ำในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาอย่างใกล้ชิด

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ให้เฝ้าระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ในระยะนี้

รวบหัวหน้าแก๊ง ‘โมซัมบิก’ หลังหนีกบดานไทยนานกว่า 3 ปี

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมหัวหน้าแก๊งชาวโมซัมบิก ในคดีอุ้ม-ฆ่า เรียกค่าไถ่นักธุรกิจ ซึ่งหนีหมายจับตำรวจสากล มากบดานในไทย นานกว่า 3 ปี

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทางการไทยได้รับการประสานงานจาก เอฟบีไอ ประจำประเทศไทย ว่า มีผู้ต้องหาชาวโมซัมบิก หนีหมายจับของตำรวจสากลเป็นหมายแดง ในคดีความผิดครอบครองอาวุธปืน  ฆาตกรรมและลักพาตัว เข้ามากบดานอยู่ในไทย

โดยผู้ต้องหารายนี้ ได้หลบหนีความผิดคดีร้ายแรง เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว และหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด

สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เป็นถึงหัวหน้าแก๊ง ซึ่งก่อเหตุฆาตกรรมนักธุรกิจในโมซัมบิกไปแล้ว 2 ราย หลังลักพาตัวเรียกฆ่าไถ่ไม่สำเร็จ และในขณะที่กบดานในไทย ก็ยังเคลื่อนไหวสั่งการให้เครือข่าย ดำเนินการก่อเหตุในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตำรวจสากลต้องการตัวอย่างมาก

ส่วนการจับตัวผู้ต้องหา ตำรวจท่องเที่ยว เข้าควบคุมตัวได้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการตรวจเทียบเคียงลายนิ้วมือแล้วพบว่า ตรงกับข้อมูลของตำรวจสากล และหลังจากนี้จะส่งตัวให้ตำรวจสากล ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป