16-18 ก.ค.นี้ หมอภาคย์เปิดใจ ปฏิบัติการกู้ภัย ช่วยชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำ

หมอภาคย์จะเปิดใจกับภารกิจการผนึกกำลังช่วยชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ในรายการพิเศษ “ปฏิบัติการกู้ภัย…หมูป่าสะท้านโลก” ในวันที่ 16-18 ก.ค.นี้

แฟนเพจ กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เผยแพร่ภาพ พร้อมรายงานว่า ในวันที่ 16 – 18 ก.ค.นี้ หมอภาคย์ หรือ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน จะเปิดใจกับภารกิจการผนึกกำลังช่วยชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในรายการพิเศษ “ปฏิบัติการกู้ภัย…หมูป่าสะท้านโลก” ทาง ททบ.5”

กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยระบุว่า รายการพิเศษ “ปฏิบัติการกู้ภัย…หมูป่าสะท้านโลก” หลังหมอภาคย์ออกจาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

โดยสามารถติดตามได้ในวันที่ 16-18 กรกฎาคม 2561 เวลา 18.30 น. หมอภาคย์ หรือ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน จะเปิดใจกับภารกิจสุดโหดในการดำน้ำช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง และความน่ารักของน้องๆ ทาง ททบ.5 กด 1

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานลายพระราชหัตถเลขา ทรงชมผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์เป็นข้าราชการคุณภาพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชม ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ เป็นข้าราชการที่มีคุณภาพ กล้าต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งยังพระราชทานกำลังใจให้รักษาความดีไว้

แฟนเพจ กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้เผยแพร่ภาพ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

เข้ารับพระราชทานพระราชหัตถเลขา ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชมเป็นข้าราชการที่มีคุณภาพ กล้าต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งยังพระราชทานกำลังใจให้รักษาความดีไว้

โดยพระราชหัตถเลขาดังกล่าว มีใจความว่า

ได้ติดตามการปฏิบัติแล้ว น่าชื่นชมที่ได้เห็นข้าราชการผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอดทน และมุ่งมั่นในภารกิจเฉพาะหน้าที่ยากและท้าทาย แสดงถึงความมีสติปัญญา และมีการตัดสินใจที่ดี และวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง และเป็นศูนย์กลางแห่งการประสานการปฏิบัติ จนภารกิจลุล่วงด้วยดีและได้ทราบว่าเป็นข้าราชการที่มีคุณภาพ กล้าต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และในเวลาเดียวกัน ก็มุ่งมั่นที่สร้างความดีและความถูกต้องให้เกิดขึ้นให้แก่ประเทศชาติ ขอชมเชยและให้กำลังใจขอให้รักษาความดีไว้และขอให้มีความสุขความเจริญ

ทั้งนี้ นายณรงค์ศักดิ์ ได้เข้ารับพระราชทานพระราชหัตถเลขาหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ก.ค.61

ลูกจ้างแสบออกจากคุกขอโอกาสทำงาน สุดท้ายขโมยโทรศัพท์ ขโมยรถ เชิดเงินหนี

ลูกจ้างแสบออกจากคุกขอโอกาสทำงาน สุดท้ายขโมยโทรศัพท์ ขโมยรถ เชิดเงินหนี ตำรวจเผย ผู้เสียหายมีรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส

วันที่ 15 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผู้ใช้เฟซบุํกชื่อ เสธแดง หรือนายสุริยา ศักดิ์ดารัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของร้านดีแก๊ส เลขที่ 74/20 หมู่ 3 ซอยประเสริฐอิสลาม ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังได้โพสต์ข้อความและรูปภาพว่า ฝากแชร์ด้วยครับ บุคคลอันตราย ชื่อเล่นมันชื่อเต๋า ใครพบเจอมันหรือสามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของมันได้ มีรางวัลให้ครับ มันยักยอกทรัพย์ผู้มีพระคุณ และขโมยโทรศัพท์คนพิการ รวมถึงขโมยรถมอร์เตอร์ไซค์ 1 คัน #ภัยร้าย #ย่านจังหวัดนนท์ #บุคคลอันตราย เพื่อสอบถามรายละเอียดถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยเหตุกาณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.14 น.วันที่ 13 ก.ค.61 ที่ร้านดีแก๊ส นายสุริยา ศักดิ์ดารัตน์ ได้ให้นายเต๋า ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นลูกน้องในร้านนำเงินสดจำนวน 26,500 บาทไปฝากธนาคาร โดยนายเต๋าขับรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟไอ125 สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของร้านไป ราคาประมาณ 40,000 บาท พร้อมทั้งขอยืมโทรศัพท์ นายคำหล้า วงศ์นนทภูมิ เด็กส่งแก๊สในร้านซึ่งพิการหลังค่อมไป 1 เครื่องราคา 2,000 บาท ไป

จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อเดินทางไปตรวจสอบที่ธนาคารพบว่าไม่ได้มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวมาฝาก และไม่สามารถติดต่อนายเต๋าได้ รวมทรัพย์สินทั้งหมดประมาณ 68,500 บาท จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมอบไว้เป็นหลักฐาน

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพนายเต๋า ได้เมื่อเวลา 14.14 น.ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา เขียนตัวหนังสือสีขาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ยืนอยู่มุมขวาของจอ จากนั้นนายเต๋าได้เดินไปหาเสธแดงที่แคร่ไม้ไผ่ ที่นั่งนับเงินอยู่มุมจอด้านบน เสธแดงได้ส่งเงินให้นายเต๋า ซึ่งนายเต๋าได้เดินอ้อมไปด้านหลังเสธแดงและหยิบโทรศัพท์ของคนงานในร้านไป 1 เครื่องและเดินไปที่รถจยย.สีขาวขับออกจากร้านไป

เสธแดง หรือนายสุริยา ศักดิ์ดารัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของร้านดีแก๊ส ผู้เสียหาย กล่าวว่า คนร้ายชื่อเต๋า เคยเป็นเด็กส่งแก๊สเก่า แต่ไปติดคุกเมื่ออกมาก็มาขอโอกาสทำงาน บอกว่าไม่มีที่ไป ครั้งแรกตนก็ไม่รับแต่เขานั่งรถมาหาที่ร้านตนจึงให้ทำงานส่งแก๊สเหมือนเดิม ตนเคยใช้เขาให้เอาเงินไปฝากประจำไม่มีปัญหา

แต่ครั้งนี้ให้เขาไปฝาก 26,500 บาทพร้อมทั้งเขาได้หยิบเอาโทรศัพท์คนงานที่ร้านไปด้วย 1 เครื่อง ตนได้โทรติดต่อแล้วโทรศัพท์โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ตนจึงได้เอารูปนายเต๋าสอบถามไปตามกลุ่มร้านขายแก๊สพบว่านายเต๋าก่อเหตุมาหลายร้านแล้ว ทั้งขโมยทรัพย์สิน ขโมยถังแก๊สไปขาย

เบื้องต้นเจ้าหน้ที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบแล้ว พบว่าผู้ก่อดหตุเป็นชาย สูงประมาณ 165-170 ซม. ผิวคล้ำ มีรอยากที่แขนทั้งสองข้าง อายุประมาณ 25-30 ปี ใครพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัยดังกล่าวสามารถติดต่อมาได้ที่ สภ.ปากเกร็ด ผู้เสียหายมีรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสไปสู่การจับกุมตัวได้