‘ภาษาพม่า’ พลิกชีวิต จากผู้อพยพไร้รัฐ สู่เจ้าหน้าที่รายได้เกือบแสน !!

เผยเรื่องราวของชายอดีตผู้อพยพไร้รัฐ ที่เดินทางมาอาศัยในประเทศไทย สู่เจ้าหน้าที่ตำแหน่งสำคัญที่ทำงานให้หน่วยงานข้ามชาติ มีรายได้กว่า 90,000 บาทต่อเดือน

ทักษะภาษาถือได้ว่าเป็นสิ่งที่นำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ ๆ และโอกาสในด้านต่าง ๆ ที่มากมาย สำหรับเพชร ปฏิภาณ อมีร (Patiparn Ami) Trilingual ที่สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่ ไทย พม่า และภาษากะเหรี่ยง ซึ่งความสามารถทางด้านภาษา ทำให้ชะตาชีวิตของเพชรพลิกผัน จากเด็กที่เป็นผู้อพยพไร้รัฐ ที่อพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มาอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพในประเทศไทย กลายเป็นผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญในโครงการข้ามชาติที่มีค่าตอบแทนสูงเกือบ 1 แสนบาท

การเป็นผู้ที่มีทักษะ ‘ภาษาพม่า’ เป็นกุญแจสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเพชร ทำให้เพชรได้รับโอกาสสำคัญ ในการเข้าไปปฏิบัติทำหน้าที่สำคัญของโครงการระหว่างประเทศ และได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าเดือนละ 90,000 บาท ชีวิตของเพชรพลิกผันจากผู้ด้อยโอกาส เป็นผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อย่างไร วันนี้ M-Trilingual มีคำตอบ…

คุณเพชรเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว MThai ทีมงานคอลัมน์ M-Trilingual เล่าถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในอดีต เพชรเป็นเด็กชายชาวมุสลิม บุคคลไร้รัฐ ที่เดินทางอพยพมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จากสาเหตุความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ มาอาศัยอยู่ภายในค่ายผู้อพยพที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับรัฐที่ครอบครัวของเพชรเคยอาศัยอยู่

ชีวิตภายในค่ายผู้อพยพของเพชร ที่อาจจะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเด็กทั่ว ๆไป แต่ด้วยความพยายาม ขวนขวาย หาความรู้ และบากบั่นเรียนภาษาต่าง ๆ ทั้งภาษากระเหรี่ยงและภาษาพม่ารวมถึงภาษาไทย แม้เพชรจะสามารถพูดภาษาพม่าได้ตั้งแต่เกิด แต่เมื่ออพยพมาอยู่ไทย เขาได้เรียนรู้ทักษะภาษาพม่าเพิ่มให้ครบถ้วนทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน เพราะหวังว่าในอนาคต ความรู้เหล่านี้จะเป็นประโยชนแก่ตนเอง

เมื่อมีโอกาสในด้านการเรียนที่จำกัด เพรชสร้างโอกาสจากการเรียนพิเศษกับครูในแม่สอดถึง 1 ปี  แต่ความพยายามที่ไม่สิ้นสุด เพชรอยากได้โอกาสทางการศึกษาที่มากกว่านี้ จึงขอร้องให้อาจารย์พามาสอบในโรงเรียนไทย และสอบเทียบในโรงเรียนในระดับ ม.6 เพรชเป็นผู้อพยพเพียงไม่กี่คนที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเพชรเล่าว่า แม้เด็กในแคมป์ผู้อพยพจะเก่งภาษาอังกฤษ๋มาก แต่มีโอกาสน้อยที่จะได้เรียนต่อในไทย

หลังจากนั้น เพชรจบการศึกษาแค่ ม.6 จากโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่ง ทำให้ได้ทักษะภาษาไทยมาเพิ่ม เพชรตั้งใจจะเรียนต่อ แต่ไม่มีโอกาส และปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา รวมถึงต้องช่วยพ่อแม่ทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระในครอบครัว

แม้เพชรจะจบการศึกษาเพียงแค่ระดับม.6 แต่ด้วยมีความสามารถด้านภาษาพม่า ทำให้เมื่อปี 2551 เพชรมีโอกาสได้เข้าไปทำงานใน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาก เขต 2 หน้าที่งานทำงานด้านการดูแลศูนย์การเรียนเด็กต่างด้าว ซึ่งมีลักษณะคล้ายโรงเรียน ที่รัฐบาลดูแลอยู่  แม้เพชรจะไม่มีการศึกษาในระดับที่พอจะในหน่วยงานรัฐบาลได้ แต่ด้วยทักษะภาษาพม่าที่สามารถทั้งฟัง พูด อ่าน เขียนได้ครบถ้วน จึงได้รับโอกาสนี้รวมถึงมีโอกาสได้ร่วมงานในองค์กรเอกชน ในตำแหน่ง ‘ล่าม’ ภาษาพม่า และปฏิบัติงานในศูนย์การเรียนเด็กต่างด้าวในพื้นที่ ซึ่งโอกาสด้านการทำงานทั้งหมด มาจากความสามารถทางด้านภาษาที่เพชรมี

จากนั้นเพชรต้องประสบความยากลำบากในการดำเนินการต่าง ๆ ในประเทศไทย เนื่องจากตนถือเพียงบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งมีอายุ 10 ปีเท่านั้น  จึงมีความคิดในการขอ ‘สัญชาติไทย’  ซึ่งตนมีนักข่าวชาวไทยที่สนิทสนมอยู่คนหนึ่ง จึงไปขอปรึกษาเรื่องการขอสัญชาติ เมื่อทราบหนทางแล้ว เพชรรวบรวมเอกสาร ไปที่อำเภอ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเพชรมีสิทธิที่จะขอสัญชาติไทยได้ และใช้เวลา 2 ปี เพชรจึงได้รับสัญชาติ และได้รับบัตรประชาชนในที่สุด

ด้วยความสามารถ และความพยายาม จนมีความรู้ในด้านภาษาพม่าอย่างครบถ้วน เพชรได้รับโอกาสเข้าไปทำงานหน่วยงานหนึ่ง ในโครงการสำคัญระหว่างประเทศ ที่ร่วมมือ 4 ประเทศ ไทย พม่า จีน ลาว จากการแนะนำของอาจารย์ ‘มหาวิทยาลัยนเรศวร’ เนื่องด้วยผู้ที่มีทักษะภาษาพม่าที่ครบถ้วนนั้นหาได้ค่อนข้างยาก ทำให้เจ้าหน้าที่จากโครงการสำคัญนี้ เดินทางจาก จ.เชียงใหม่ มาสัมภาษณ์เพชรถึงที่ อ.แม่สอด โดยเพชรได้ผ่านเข้าไปทำหน้าที่ ‘ล่าม’ ในโครงการนี้ ซึ่งมีระยะเวลา 2 เดือน ทำให้เพชรตัดสินใจลาออกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นที่ทำงานเดิม เพื่อไปทำงานในโครงการดังกล่าวที่ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ลักษณะการทำงานในโครงการสำคัญนี้นั้นแทบไม่มีวันหยุด และกินระยะเวลาต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือน โดยค่าตอบแทนในตำแหน่งล่ามที่เพชรเข้าไปปฏิบัติหน้าที่นั้นสูงถึงวันละ 3,000 บาท เฉลี่ยค่าตอบแทนในโครงการถึงเดือนละ 90,000 บาท ซึ่งล่ามแต่ละคนที่เข้ามาในโครงการนี้ จะต้องมีความสามารถทางด้านภาษามาก เพราะจะต้องใช้ทักษะการแปลภาษาแบบนาทีต่อนาที

เพชรให้ความเห็นว่า  การเปลี่ยนจุดด้อยที่เพชรนำมาเป็นจุดเด่นคือแนวคิดหลัก แม้จนจะมีพื้นฐานไม่เท่าคนอื่น แต่อาชีพเดียวที่ตนจะประสบความสำเร็จได้คือการเป็น ‘ล่าม’ การที่ตนเป็นผู้มีความสามารถพิเศษด้าน ‘ภาษาพม่า’ เพิ่มโอกาสให้เพชรในด้านการประกอบอาชีพ เปลี่ยนวิกฤตจากผู้อพยพด้อยโอกาส เป็นผู้ที่มีความสามารถและมีรายได้จากการทำงานที่สูง แม้ตอนแรกตนคิดว่า ตนขาดโอกาส และจบการศึกษาที่ไม่สูง แต่กลับมองหาช่องทางจากหน่วยงาน และองค์กรหลาย ๆ องค์กร ที่ต้องการตำแหน่งล่าม ตนจึงมุ่งมานะเรียนภาษาให้ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้อาชีพล่าม มีข้อดีตรงที่ ทำให้เพชรสามารถวิ่งงานได้หลายพื้นที่ ทั้งในเชียงราย และ จังหวัดรอบ ๆ นอกจากโครงการสำคัญที่ได้รับโอกาสแล้ว ยังมีผู้มาว่าจ้างให้ไปเป็นล่ามในหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งจะได้ค่าตอบแทนถึงวันละกว่า 5,000-6,000

แม้ในปัจจุบัน ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยในหลายจังหวัด จะมีคนที่มีทักษะพม่าอยู่มากมาย แต่สิ่งที่สำคัญ ที่องค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องการรับเข้าไปทำงาน คือจะต้องมีทักษะภาษา ฟัง พูด อ่าน เขียน ครบถ้วน จึงจะเป็นล่ามและรับค่าตอบแทนที่สูงเช่นนี้ได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเรียนต่อในภาควิชาภาษาพม่าในประเทศไทย ผู้ที่จบการศึกษาในระดับ ม.6 สามารถศึกษาต่อที่เปิดสอนที่ สาขาวิชาภาษาพม่า คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (พม่าศึกษา) คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งที่จบการศึกษาในภาควิชา ‘ภาษาพม่า’ หากมีความสามารถ และเก่งพอ จะมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาจองตัวไปทำงาน รวมทั้งหน่วยงาน ทหารตำรวจ ที่ต้องการผู้ที่มีทักษะภาษาพม่าเป็นจำนวนมาก

ชาวบ้านหนีตายกลางดึก หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดดังเมืองพัทยา

ชาวบ้านหนีตายกลางดึก หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดดังเมืองพัทยา

เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณะภัยเมืองพัทยารับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เหตุเกิดที่นิรันแกรนคอนโดมิเนียม ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดฯตึกบี วิ่งหนีตายออกจากห้องพักกันอย่างอลหม่าน พบต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 4 ห้องเลขที่ 261 มีเปลวเพลิงโหมลุกไหม้ กลุ่มควันพวยพุ่งอย่างรุนแรงและกำลังจะลามไปยังห้องข้างเคียง เจ้าหน้าที่ใช้รถน้ำถึง 8 คันระดมฉีดน้ำ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไประงับเพลิงที่ห้องต้นเพลิง ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง เพลิงจึงสงบลงเหลือเพียงกลุ่มควันที่ยังคละคลุ้งไปทั่วทั้งคอนโดฯ จึงใช้เครื่องดูระบายควันออกจากตัวอาคาร ตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินถูกเพลิงไหม้จนได้รับความเสียหายทั้งหมด

สอบถามนายสาลี่ อินเทพ อายุ 35 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย เล่าว่า ขณะที่เดินตรวจตราอยู่ด้านล่าง สังเกตเห็นเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากโชยออกมาจากชั้น 4 จึงรีบวิ่งเอาถังดับเพลิงไปฉีดสกัด แต่เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เห็นท่าไม่ดีจึงรีบตะโกนบอกให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงดังกล่าว

ด้านน.ส.ชัชฎา อริชัย อายุ 27 ปี เจ้าของห้องเปิดเผยว่าตนเองออกไปทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่ม มาทราบข่าวว่ามีเหตุเพลิงใหม้คอนโดฯจึงรีบมาตรวจสอบ เมื่อพบว่าต้นเพลิงเกิดจากห้องของตนเองก็ถึงกับลมแทบเข่าทรุด เพราะทรัพย์สินถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้ จะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูตรหลักฐานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้นคาดไม่ตำ่กว่า 500,000 บาท

เลข ‘ทีมหมูป่า ติดถ้ำหลวง’ ยังมาแรงคอหวยแห่ซื้อคึกคัก

เลขทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน และเลขที่เกี่ยวข้องยังมาแรงคอหวยแห่ซื้อคึกคัก

วันที่ 15 กรกฎาคม2561ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่ง งวดประจำวันที่16กรกฎาคม2561ว่า ที่แผงค้าสลากฯหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาชัยนาท บนถนนคงธรรม มีประชาชนเดินทางมาถามซื้อสลากกินแบ่งเลขที่ตนชื่นชอบจำนวนมาก ซึ่งในงวดนี้เลขที่กระแสมาแรงกว่ากระแสอื่นๆก็คือ ตัวเลขทั้งหมดที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ทีมฟุตบอล หมูป่าอะคาเดมี เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย 

โดยแม่ค้าสลากเปิดเผยว่า เลขที่ถูกถามซื้อมีอยู่หลายตัวเลขเด่นๆเช่น จำนวนเด็กทั้ง13คน จำนวนวันที่ติดอยู่ในถ้ำ(15) สูตรการลำเลียงทีมหมูป่าออกจากถ้ำ (445) ทะเบียนรถนายกรัฐมนตรีที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจญาติของน้องๆ(32-37) ทะเบียนรถ ผวจ.เชียงราย (77) รวมทั้งทะเบียนรถพยาบาลคันแรกที่เข้าภารกิจลำเลียง(919) ซึ่งแม่ค้าสลากบอกว่า เลขเด่นๆที่ว่ามานี้ปัจจุบันถูกคอหวยซื้อไปจนเกลี้ยงแผงแล้ว ดังนั้นโค้งสุดท้ายก่อนการออกสลากในวันพรุ่งนี้ (16ก.ค.)คอหวยหลายรายต่อหันไปตีเลขอื่นๆจากเหตุการณ์นี้มาซื้อแทน