แพทยสภามีมติ ให้หมอภาคย์ เป็น “แพทย์ต้นแบบ” ชื่นชมในความเสียสละ

มติจากคณะกรรมการแพทยสภาให้ “หมอภาคย์” พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ต้นแบบ 

อาจารย์แพทย์ ชัญวลี ศรีสุโข โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดี พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า ปีนี้แพทยสภา มีมติให้คัดเลือกหมอต้นแบบเป็นครั้งแรก เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีแพทยสภา

ทางชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์ (ชพพ.) ขอแสดงความยินดี กับ “หมอภาคย์” พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน.สร.3 นายแพทย์ทหารที่อยู่ในถ้ำหลวงฯ กับทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ที่ได้รับมติจากคณะกรรมการแพทยสภาให้เป็น “แพทย์ต้นแบบ”

นอกจากนี้ เว็บไซต์แพทยสภายังได้แสดงความขอบคุณไปยัง Doctor Richard Harris วิสัญญีแพทย์นักดำน้ำ ผู้อุทิศ ตนเสียสละ ช่วยดูแลทีมหมู่ป่าในถ้ำ ตรวจร่างกายทุกคน ก่อนจะอนุญาตให้ดำน้ำออกจากถ้ำ และ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน คุณหมอทหาร หน่วยซีลไทย ที่เข้าไปดูแลสุขภาพทีมหมู่ป่าในถ้ำ นานถึง 9 วัน และออกจากถ้ำเป็นคนสุดท้าย

เมื่อภารกิจสำเร็จ แพทยสภาขอแสดงความชื่นชม ในความหาญกล้า ของคุณหมอทั้งสองที่ประกอบคุณงามความดี คำนึงถึงประโยชน์ผู้อื่นมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ขอกราบอารธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในสากลโลกโปรดดลบันดาลให้คุณหมอทั้งสองมีความสุขความเจริญ และสมปรารถนาในสิ่งที่มุ่งหวังทุกประการ

(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = ‘https://connect.facebook.net/th_TH/sdk.js#xfbml=1&version=v3.0’; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);}(document, ‘script’, ‘facebook-jssdk’));

ปีนี้แพทยสภา มีมติให้คัดเลือกหมอต้นแบบเป็นครั้งแรกเพื่อเฉลิมฉลอง50ปีแพทยสภาชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์ (ชพพ.)…

โพสต์โดย ชัญวลี ศรีสุโข เมื่อ วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2018

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศนาวาตรีเป็นกรณีพิเศษ ให้จ่าเอกสมาน กุนัน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ นาวาตรี เป็นกรณีพิเศษ ให้จ่าเอกสมาน กุนัน และพระราชทานเครื่องราชอิสริยภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก เป็นกรณีพิเศษ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า

จ่าเอก สมาน กุนัน ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ชั้นที่ ๓ สังกัดกองเรือยุทธการ เป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดี และได้อุทิศความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จนกระทั่งตนเองเสียชีวิต มีผลงานเป็นท่ีประจักษ์ต่อสาธารณชน องค์กร และนานาประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศ นาวาตรี เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ จ่าเอก สมาน กุนัน และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก เป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน

ที่มา ราชกิจจานุเบกษา

กรมควบคุมโรค เตือนช่วงหน้าฝนปีนี้ระวังโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กเล็ก

กรมควบคุมโรค เตือนช่วงหน้าฝนปีนี้ระวังโรคมือ เท้า ปาก ในเด็กเล็ก หมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

นายกมล เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ที่มักพบผู้ป่วยมากในฤดูฝน และมีความเสี่ยงที่จะพบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหน้าฝนปีนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 5 ปี) เนื่องจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ซึ่งง่ายต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคผ่านสิ่งของใช้และของเล่นได้

จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2561 มีรายงานผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก 24,466 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มากถึง 21,088 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 86 ของผู้ป่วยทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่าในปีนี้เริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงหน้าฝน โดยเห็นได้จากผู้ป่วย 1 ใน 3 ของปีนี้ หรือจำนวน 8,967 ราย เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนเดือนเดียว (ช่วงเริ่มฤดูฝน)

สำหรับอาการของเด็กที่ป่วยจะเริ่มด้วยมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ และมีตุ่มหรือผื่นบริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปากชนิดรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก มีดังนี้ 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ควรมีการคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน สอนให้เด็กล้างมือเป็นประจำ หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา แจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับและพักรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ 2.หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ เช่น ภาชนะใส่อาหาร ห้องน้ำ ห้องส้วม ของเล่นต่างๆ 3.ผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการนำเด็กเล็กไปในสถานที่ที่มีคนแออัดเช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สนามเด็กเล่น ตลาด ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422