ศาลอุทธรณ์ยืน ประหาร อาเธอร์ มือฆ่าหั่นศพเศรษฐีสเปน ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ประหารชีวิต อาเธอร์ เซการา พรินเซฟ หนุ่มสเปนฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาปี 59 ชี้พยานหลักฐานมัดแน่น

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (13 ก.ค. 2561) ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีดำ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการา พรินเซฟ ชาวสเปน เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและข้อหาอื่นๆ

ฆ่าหั่นศพ, ประหารชีวิต, ข่าวสดวันนี้, ศาลอุทธรณ์,
ฆ่าหั่นศพ

จากกรณีที่จำเลยได้ฆ่านายเดวิด เบอร์นาด โมรัค เพื่อนร่วมชาติภายในห้องพัก คอนโดมิเนียม ย่านพระราม 9 จนถึงแก่ความตาย แล้วนำศพแช่ในตู้แช่หั่นเป็นชิ้นนำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา และยังลักเอาเงินจำนวน 734,940 บาทของผู้ตายไป คดีนี้ศาลชั้นต้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20 -26 ม.ค. 2559 ที่ผ่านมา

ซึ่งจากการพิจารณาจากพยานและหลักฐาน ที่มีหลายส่วนชี้ชัดตรงกับ DNA ของจำเลยและผู้ตาย จึงเห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโดยคิดทบทวนวางแผน กับซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปกปิดเหตุแห่งการตาย ดังนั้นจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต กับให้ใช้เงิน 7 แสนบาทเศษ และให้ออกหมายขังส่งตัวไปเรือนจำกลางบางขวางต่อไป

รวบหนุ่ม ปลอมบัตรประชาชนนายกฯ ลงทะเบียนซิมขาย นทท.

รวบหนุ่มขายโทรศัพท์ สวมบัตรประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ นำไปลงทะเบียนซิม ผ่านระบบ แอพพลิเคชั่นของ กสทช. ก่อนเอาไปขายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.61 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. พร้อมด้วยตัวแทนจาก กสทช. และ ตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่ายทรู มูฟ แถลงข่าวการจับกุมนายพีระเมศร์ วงศ์ทองเกื้อ เพื่อนคู่ค้า (Dealer) ของบริษัท เรียล มูฟ ผู้ต้องหาใช้ชื่อนายกรัฐมนตรีลงทะเบียนซิมการ์ด

โดยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่ร้านโทรศัพท์ชาน โมบาย ภายในห้างดิอเวนิว พัทยาใต้ หลังมีการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินโดยใช้รูปภาพบัตรประชาชนและรูปหน้าตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 55 หมายเลข และมีการใช้ Username และ Password ของเพื่อนคู่ค้า (Dealer) รายอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

โดย พล.ต.ต.วรวัฒน์ เผยว่า การจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์รายหนึ่ง พบความผิดปกติในการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ เมื่อช่วงเดือน มีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม 61 โดยเป็นการใช้รูปภาพของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กว่า 55 หมายเลข จึงแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ก่อนประสานไปยัง กสทช. นายพีระเมศร์ ใช้โทรศัพท์มือถือ ในร้านเป็นอุปกรณ์ลงทะเบียนซิม กว่า 53 หมายเลข ตำรวจจึงขอศาลออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวเมื่อวาน (11 ก.ค.) ที่ผ่านมา

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องการให้การรับสารภาพว่าทำจริง ซึ่งสาเหตุที่ใช้รูปนายกฯ นั้น เพราะเคยใช้รูปลูกค้าในการลงทะเบียนซิมหลายครั้งแต่ไม่สามารถทำได้ จึงทดลองใช้รูปคนดังในการลงทะเบียน ซึ่งขั้นตอนจะไปหารูปนายกรัฐมนตรีจากอินเตอร์เน็ต

จากนั้นก็จะนำรูปและบัตรที่หาได้ไปลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่นของ กสทช. โดยจะสุ่มกรอกเลขที่บัตรประชาชน 13หลักจนกว่าระบบจะยอมรับ หรือ สุ่มเลขหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวเพื่อลงทะเบียน และเมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จจะนำไปจำหน่ายให้กับชาวต่างชาติ ในราคาซิมละ 250 บาท

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา ฐานเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ และความผิดทางอาญา โดยผู้ต้องหารายนี้จะต้องรับโทษต่างกรรมต่างวาระกระทง 5ปี ซึ่งอาจจะถูกจำคุกสูงสุดถึง 275 ปี

คืบหน้า!! พบรถวิศวกรที่หายไป 7ปีก่อน อดีตแฟนสาวให้ข้อมูลเพิ่ม

อดีตแฟนสาววิศวกรหนุ่มที่หายตัวนาน 7 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้การเพิ่มเติม ส่วนพ่อและพี่ชายเดินทางมาเรียกวิญญาณกลับบ้านเกิดแล้ว

จากกรณีที่มีนักกีฬาไตรกีฬาซ้อมว่ายน้ำในบึงหนองน้ำขาว หมู่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี และพบรถยนต์จมอยู่ในน้ำ จนลากขึ้นมาและพบโครงกระดูกของนายเรืองฤทธิ์ จิตรโท อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นวิศวกร บริษัทดับเบิ้ลเอ กบินทร์บุรี อยู่ในรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีดำ ทะเบียน ญล 4327 กรุงเทพมหานคร อยู่ด้วยนั้น

โดยในรถยนต์ยังพบขวดยาฆ่าแมลงและขวดน้ำดื่ม ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยนายเรืองฤทธิ์ ได้มาหาแฟนสาวที่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ก่อนจะหายตัวไปถึง 7 ปี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดร้อยตำรวจเอกศรีจันทร์ เรือนเงิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ประสานไปยังสำนักงานขนส่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถคันดังกล่าวแล้ว พบข้อมูลว่าผู้ครอบครองรถคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จังหวัดจันทบุรี และได้เชิญตัวมาสอบปากคำตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว

จากการสอบปากคำ น.ส.เอ ได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า นายเรืองฤทธิ์ เป็นอดีตแฟนหนุ่มของตนจริง ขณะนั้นนายเรืองฤทธิ์ ทำงานเป็นวิศวกร บริษัทกระดาษดับเบิ้ลเอ ที่ จังหวัดปราจีนบุรี โดยในวันเกิดเหตุซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่พบกัน นายเรืองฤทธิ์ ได้มาหา น.ส.เอ ที่ จังหวัดจันทบุรี แต่ขณะนั้น น.ส.เอ ได้ติดการสอนนักศึกษาอยู่ จึงได้ให้นายเรืองฤทธิ์ ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวไปรอที่แฟลตที่พัก โดยขณะที่พูดคุยนายเรืองฤทธิ์ บอกว่า เครียดมากหลังจากกลับไปที่บ้านมา เพราะมีปัญหาจากทางบ้านและปัญหาจากที่ทำงาน

ซึ่ง น.ส.เอ ก็ได้พูดคุยเตือนสติว่าอย่าเพิ่งคิดมาก มีอะไรให้ค่อยคิดค่อยแก้ไขไป จนเวลาประมาณ 5โมง น.ส.เอ จึงได้โทรศัพท์หานายเรืองฤทธิ์ เพื่อจะถามว่าจะทานอะไรหรือไม่ เพราะตนยังไม่เสร็จงาน แต่ปรากฏว่าโทรไปแล้วไม่มีใครรับสาย น.ส.เอ คิดว่าทางนายเรืองฤทธิ์ น่าจะหลับอยู่จึงไปทำงานต่อจนเสร็จประมาณ 2 ทุ่ม และได้กลับไปที่ห้องพบเพียงกุญแจห้องที่ให้ไว้กับโทรศัพท์ของ นายเรืองฤทธิ์ ก็ยังไม่เอะใจอะไรคิดว่าออกไปดื่มเหล้าข้างนอก

เพราะอาจจะน้อยใจตนเองด้วยที่ไม่มีเวลาให้ ซึ่งนับตั้งแต่นั้น นายเรืองฤทธิ์ ก็หายตัวไปพร้อมรถเก๋งคันดังกล่าวอย่างไร้ร่องรอย และไม่สามารถติดต่อได้เลย น.ส.เอ จึงไปแจ้งความไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี แต่ก็ยังไม่พบ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระยะเวลาผ่านมา 7 ปี ก็พบว่านายเรืองฤทธิ์ เสียชีวิตในสภาพดังกล่าวแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. วานนี้ (12 ก.ค.61) นายมีชัย จิตรโท พ่อ และนายอาทิตย์ จิตรโท พี่ชายของนายเรืองฤทธิ์ ได้เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เพื่อพบตำรวจภูธรภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการตาย ของนายเรืองฤทธิ์

ทางด้านพี่ชายของนายเรื่องฤทธิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่น้องชายจะหายไป น้องชายเคยบ่นว่าอยากกลับไปอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งภายหลังจากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วพ่อและพี่ชายนายเรืองฤทธิ์ ได้เดินทางไปยังบึงหนองน้ำขาว ในจุดที่พบรถและโครงกระดูกของนายเรืองฤทธิ์ เพื่อทำการเรียกดวงวิญญาณกับบ้านพร้อมกัน และเดินทางต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อนำไปประกอบรูปคดีต่อไป

ทั้งนี้จากการตรวจสอบหลักฐานทั้งวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุ ตลอดจนการสอบปากคำพยาน เบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเอง เพราะดูจากขวดยาฆ่าแมลงที่พบในรถ ตำแหน่งกุญแจเปิดสวิตซ์ทำงาน เกียร์เข้าโหมดเดินหน้า และกระจกรถที่เปิดไว้ โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากเรื่องความเครียดจากปัญหาส่วนตัว อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังคงต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากแพทย์นิติเวช ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง