ครอบครัวทีมหมูป่าวาดรูป ‘จ่าแซม’ วีรบุรุษถ้ำหลวง พร้อมขอบคุณจากหัวใจ

กรมสุขภาพจิต เผย 13 ครอบครัวทีมหมูป่า วาดรูป ‘จ่าแซม’ วีรบุรุษถ้ำหลวง ขอบคุณจากหัวใจเบื้องลึกถึงผู้มีพระคุณ เตรียมใส่กรอบมอบให้ครอบครัที่ร้อยเอ็ด 

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการดูแลสุขภาพจิตของทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำแล้วในวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ขณะนี้ทั้งหมดนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า ในส่วนของครอบครัวของทีมหมูป่ากล่าวได้ว่าขณะนี้สภาพจิตใจเข้มแข็งเต็มเปี่ยม

ดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกหลานทุกคนและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างดี ในวันนี้นอกจากทีมเจ้าหน้าที่สุขภาพจิตเอ็มแคทได้พูดคุยถึงแผนการดูแลเด็กกับครอบครัวเพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เร็วที่สุดแล้ว ทีมผู้ปกครองและญาติของทีมหมูป่ายังได้ทำกิจกรรมสำคัญ โดยวาดภาพของจ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรษถ้ำหลวง เป็นภาพสีขาวดำ ในชุดเครื่องแบบที่ปฏิบัติงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เข้มแข็ง

พร้อมกับร่วมเขียนคำขอบคุณที่ได้ช่วยให้ลูกๆได้รับความปลอดภัย ลงในพื้นที่ข้างๆรูปด้วยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เตรียมใส่กรอบเพื่อนำไปมอบให้ครอบครัวของจ่าแซมที่ ต.เมืองหงษ์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ดด้วย สำหรับครอบครัวของจ่าแซมขณะนี้ทุกคนมีสภาพจิตใจดีขึ้นมาก ได้รับกำลังใจและการช่วยเหลือจากหน่วยงานและประชาชนทั้งประเทศ

และรู้สึกภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของจ่าแซม ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของ ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทโรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด และทีมของโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

ทางด้านนายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาล(รพ.)สวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การวาดภาพของจ่าแซม เป็นการแสดงออกถึงความขอบคุณอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้ แสดงถึงความประทับใจ ซาบซึ้งใจถึงคุณงามความดีที่อยู่ในความทรงจำของผู้วาด ที่สะท้อนถ่ายทอดออกมาบนภาพวาดของบุคคลนั้นๆอย่างลึกซึ้ง

ซึ่งให้ผลทางจิตใจ เป็นการเยียวยาต่อความรู้สึกสูญเสียครั้งนี้ต่อทั้ง 2 ฝาย ทั้งครอบครัวของจ่าแซมและครอบครัวและญาติของหมูป่า อย่างยั่งยืน เมื่อใครๆเห็นและได้อ่านทุกครั้งก็จะรู้สึกระลึกถึงคุณงามความดีของบุคคลในภาพ สามารถกระตุ้นความรู้สึก ที่เป็นความงดงามทางจิตใจซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนออกมา เกิดความอบอุ่นในจิตใจ เป็นแบบอย่างของการทำความดี ให้สังคมต่อไป

สำหรับภารกิจของของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทที่หน้าถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน ได้ยุติบทบาทตั้งแต่เที่ยงคืน ที่ผ่านมา โดยในเช้าวันนี้ทีมฯ ได้ประชุมวางแผนร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายในการดำเนินงานเยียวยาจิตใจตามแผนและจะไปให้การดูแลครอบครัวและญาติของทีมหมูป่า ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ด้วย

ทางด้านนายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการ รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในการเยียวยาใจครอบครัวของจ่าแซมนั้น ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท รพ.จิตเวชขอนแก่นฯ ได้ร่วมกับทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท รพ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด นำทีมโดยนำโดยนายแพทย์สุพัชร์ศักย์ พันธุ์ศิลา ผู้อำนวยการ รพ.จตุรพักตรพิมาน ดูแลอย่างใกล้ชิดทุกวัน

สภาพจิตใจครอบครัวทุกคนดีขึ้นตามลำดับ พักผ่อนได้ โดยในวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็น วันพระราชทานเพลิงศพ ได้บูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จัดบริการประชาชนร่วมกันระหว่างฝายกายและจิตใจ ร่วมกับฝ่ายปกครอง และจัดแผนติดตามฟื้นฟูเป็นระยะๆ จนกว่าจะกลับมาสู่สภาวะปกติ

ที่มา  ประชาสัมพันธ์กรมสุขภาพจิต

ผบ.ซีล เล่านาทีเจ้าหน้าปฏิบัติการแข่งกับเวลา สภาพอากาศในถ้ำหลวง

ผบ.หน่วยซีล เล่านาทีเจ้าหน้าปฏิบัติการแข่งกับเวลา สภาพอากาศใน ‘ถ้ำหลวง’ เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) กล่าวว่า กองทัพเรือยึดมั่นในสโลแกนที่ว่า “กองทัพเรือจะไม่ทิ้งประชาชน” เมื่อทางจังหวัดเชียงรายขอให้ส่งกำลังพลหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล จากกองทัพเรือ มาร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน กองทัพเรือก็ได้จัดกำลังพล นสร. มาร่วมปฏิบัติการในทันทีตั้งแต่วันแรก

ซึ่งภายในของถ้ำหลวงมีลักษณะที่มืดมาก กับทั้งมีน้ำอยู่ในถ้ำมาก ทำให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องขอกำลังพลมาเพิ่ม โดยกำลังพลทุกคนไม่ละความพยายามที่จะเข้าไปช่วยน้อง ๆ ซึ่งหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชนได้นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำออกจากถ้ำ ทำให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงแต่ก็ไม่มาก เพียงวันละ 1- 2 ซ.ม.เท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วก็สามารถดำน้ำไปถึงโถง 3 ตั้งกองบัญชาการได้ และตัดสินใจที่จะสู้กับน้ำเพื่อช่วยน้อง ๆ ออกมาให้ได้

โดยในการปฏิบัติการได้รับพระราชทานขวดอากาศ และได้รับบริจาคขวดอากาศกับอุปกรณ์ดำน้ำพอสมควร ทำให้เราคิดว่าเราสู้ได้ รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือจากนักดำน้ำนานาชาติที่มาช่วยในปฏิบัติการครั้งนี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน อังกฤษ เยอรมัน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และกลุ่มที่สำคัญมากคือผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ ซึ่งนักดำน้ำและหน่วยซีลได้ร่วมกันปฏิบัติการจนเจอน้อง ๆ ทั้ง 13 คน

ทั้งนี้ หน่วยซีลได้ส่งกำลังพล 4 นาย หนึ่งในนั้นคือ พันโท นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน จากกองทัพบก เข้าไปอยู่กับน้อง ๆ แล้วเร่งวางแผนนำน้อง ๆ ออกจากถ้ำ เนื่องจากปริมาณออกซิเจนในถ้ำที่ลดลงเหลือ 15% ทำให้มีอากาศหายใจได้น้อยลง ประกอบกับฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องทำให้มีน้ำเต็มถ้ำ และการเจาะถ้ำที่มีข้อจำกัดเรื่องปัจจัยเวลา

ทีมดำน้ำจึงได้มีหารือวางแผนในการนำน้อง ๆ ออกจากถ้ำ โดยได้ความร่วมมือจากนักดำน้ำระดับโลก จนสุดท้ายได้แผนการนำน้อง ๆ ออกมาและรับการอนุมัติจาก ผบ.ศอร. และหน่วยเหนือให้ปฏิบัติการได้ จนสามารถนำน้อง ๆ ออกมาได้ทั้ง 13 ชีวิต รวมทั้งหน่วยซีล 4 คนก็ออกมาด้วย

“ภารกิจตรงนี้ถือว่ายากมาก ยากจริง ๆ ยากที่เราไม่เคยเจอ ตามที่ผู้ว่าฯ ได้กล่าวมาแล้ว ต้องเป็นบทเรียนและต้องมีการพัฒนาตัวบุคลากรของเราเพิ่ม เพื่อให้เราสามารถรับกับภัยพิบัติได้ในหลายรูปแบบ เมื่อไม่กี่วันก่อนที่ภาคใต้ จ.ภูเก็ต เรือล่ม ต้องส่งทหารเรือเข้าไปกู้ภัย เราจะเจอกับภัยพิบัติอย่างนี้เรื่อย ๆ ดังนั้นกองทัพเรือก็ต้องเตรียมคนให้พร้อม เพราะกองทัพเรือจะไม่ทิ้งประชาชน” ผบ.นสร.กล่าว

ที่มา  thaigov.go.th

ชาวตรังเฮลั่น! ต้อนรับฮีโร่ ‘ทีมรังนกเกาะลิบง’ กลับบ้าน

ชาวตรังเฮลั่น! ต้อนรับฮีโร่ ‘ทีมรังนกเกาะลิบง’ กลับบ้าน หลังเสร็จสิ้นภารกิจช่วยทีมหมูป่าอะเคเดมี 13 ชีวิต ถ้ำหลวง

วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 ที่ร้านเค้กกนิษฐา อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวตรัง และครอบครัวฮีโร่ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง ให้การต้อนรับการกลับมา “ทีมเก็บรังนกอีแอ่นเกาะลิบง” ซึ่งนำโดย นายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.เกาะลิบง เป็นหัวหน้าทีม หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการร่วมติดตามค้นหาปล่องบนภูเขาหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการหาทีมนักเตะเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ก็สามารถช่วยเหลือนำตัวน้องๆ ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำได้เป็นผลสำเร็จแล้ว และทั้งหมดได้เดินทางกลับจากจังหวัดเชียงรายมาลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา และเดินทางต่อเพื่อกลับบ้านที่เกาะลิบงในเย็นวันเดียวกัน

ซึ่งบรรยากาศในการต้อนรับเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น พร้อมมีการมอบดอกกุหลาบให้แก่ฮีโร่ทีมรังนกเกาะลิบง ในขณะที่ภรรยาครอบครัวทีมรังนกเกาะลิบง ต่างเข้าสวมกอดสามีตนเองอย่างดีอกดีใจ เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สามีได้กลับบ้าน ทั้งนี้ทีมรังนกเกาะลิบงได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งจังหวัดตรังและจังหวัดเชียงราย ที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนรวมถึงกำลังใจในการทำภารกิจในครั้งนี้อีกด้วย ต่อมาได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นก่อนเดินทางกลับที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ต่อไป

ด้านนายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.เกาะลิบง เป็นหัวหน้าทีมรังนกเกาะลิบง กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมันแตกต่าง กว่าพื้นที่จังหวัดตรังของเรา เนื่องจากหินด้านบนเป็นหินคลุกค่อนข้างอันตราย ซึ่งน้องๆ ได้ลงไปสามารถทำให้หินหล่นทับลงได้ จึงต้องใช้การระมัดระวังในการปีนป่าย โดยสภาพหินที่ปีนเข้าไปจะแตกต่างกันมาก หินที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจะเปราะและแตกหักง่าย ซึ่งแตกต่างกับหินที่จังหวัดตรังจะเป็นหินแกร่ง

ซึ่งทีมรังนกเกาะลิบงได้ลงไปทั้งหมด 8 คน ลงในพื้นที่จริงทั้งหมด 7 คน ส่วนตนเองให้การสนับสนุนอยู่ที่บริเวณด้านล่าง โดยทำงานกันเป็นทีมจะคอยระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา เพราะสามารถทำให้หินหล่นลงมาข้างล่างได้ ซึ่งตนเองรู้สึกภูมิใจที่ทุกท่านให้โอกาสและกำลังใจแรงกายทุกอย่าง ในส่วนของการประสานงานทุกอย่างที่เขาเป็นคนจัดการตนเองก็ดำเนินการจัดการ

และทางทหารได้นำไปในส่วนของถ้ำที่ลงไปได้พาเชือกไปประมาณ 400 เมตร เมื่อเชือกไม่พอก็ได้ประสานทีมงานรอจนค่ำก็ไม่ได้ก็เลยยกเลิกภารกิจในวันแรก ส่วนวันที่ 2 ได้ลงไปประมาณ 500 กว่าเมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 3 เมตรคูณ 3 เมตรครึ่ง แต่ด้านล่างกว้างประมาณ 8 คูณ 8 ซึ่งเป็นขั้นบันไดลงไป ซึ่งเดินทางสำรวจวันหนึ่งประมาณ 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ตนเองในฐานะตัวแทนของจังหวัดตรัง ก็อยากฝากขอบคุณทีมงานทุกท่านทุกภาคส่วนที่ให้โอกาส และอยากฝากบอกน้องๆ ว่าความผิดพลาดในชีวิตหรือการดำรงชีวิตมันมีอยู่แล้วทุกๆ คน แต่อย่างไรก็ตามให้จำเป็นบทเรียนที่ได้พบเจอเผื่อโอกาสข้างหน้าเราได้เจออีกครั้ง ในการประสานหรือการเดินทางของชีวิต และตนเองยังฝากขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้ความร่วมมือและส่งกำลังใจ ให้ทีมงานทุกๆ ท่าน ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และท่านนายอำเภอ รวมถึงทุกภาคส่วนทุกหน่วยงานที่ได้ส่งกำลังใจให้ทีมงานจังหวัดตรังของเราทุกคน