นายกฯ ส่งสารแสดงความเสียใจถึง ‘สี จิ้นผิง’ เหตุเรือล่มที่ภูเก็ต

นายกรัฐมนตรี ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต

วันนี้ (9 ก.ค.61) กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ข้อความสารแสดงความเสียใจกรณีเกิดเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มกลางทะเลที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ค.61 โดยผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต

ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีข้อความสารแสดงความเสียใจถึงนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีรายละเอียด ดังนี้

ข้อความสารแสดงความเสียใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน

Excellency,

On behalf of the Royal Thai Government and the people of Thailand, I would like to express our most profound sadness for the capsizing of tourist boats off Phuket Island in the southern part of Thailand on the evening of 5 July 2018 which caused many casualties, most of whom are Chinese.

I wish to convey my deepest condolences and heartfelt sympathy to Your Excellency and, through you, to the bereaved families of the deceased and those injured from this tragedy. I also wish to assure you that the Royal Thai Government and all relevant departments and authorities in Thailand attach utmost importance to addressing this incident. Emergency assistance and all appropriate arrangements have promptly been provided to those affected. A search and rescue command center was immediately set up, and search and rescue efforts teams have been actively mobilized. Full investigation into the accident has been undertaken.

Let me reiterate that we will continue our utmost efforts to search for those still missing and render necessary assistance and support to all those affected persons and families. We will cooperate and coordinate closely with the Chinese side.

Please also rest assured of the Royal Thai Government’s determination to do utmost to prevent recurrence of similar incident involving any tourists and visitors in the future.

Accept, Excellency, the renewed assurances of my highest consideration.

ข้อความสารแสดงความเสียใจจากนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

Excellency,

I am deeply saddened by the tragic loss of lives and injuries of Chinese tourists in the incident involving the capsizing of tourist boats off the coast of Phuket Island in the southern part of Thailand on the evening of 5 July 2018. I wish to convey my deepest sorrow and sincere condolences to you and, through you, to the bereaved families and friends of those affected.

In this connection, I wish to reaffirm the Royal Thai Government’s commitment and utmost efforts to provide all possible assistance in the search and rescue for those who are still missing, and to provide necessary support to those survivors from this tragic event. On our part, the Ministry of Foreign Affairs of Thailand is closely coordinating with all authorities concerned to accord facilitation in any way we can to Chinese friends and families who have been affected in this time of sorrow.

Accept, Excellency, the renewed assurances of my highest consideration.

เพจจริยธรรมสื่อฯ เผยข้อความจาก บก.ข่าวเวิร์คพอยท์ แจงกรณีดักฟังวิทยุราชการ

บก.ข่าวเวิร์คพอยท์ ชี้แจงปมดักฟังวิทยุราชการ หาข่าวช่วย13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ยันให้ความร่วมมือ ศอร.แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องปฏิบัติตามทั้งหมด เพราะสื่อต้องมีเสรีภาพ

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา เพจ จริยธรรมสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ได้มีการเผยแพร่ข้อความชี้แจงจากบรรณาธิการฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ กรณีการดักฟังวิทยุราชการ ระหว่างการายงานข่าวช่วยเหลือ 13 ชีวิตถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยมีข้อความระบุว่า  เวิร์คพอยท์ชี้แจงกรณีดักฟังวิทยุราชการ

ข่าวเวิร์คพอยท์, ดักฟังวิทยุ, ถ้ำหลวง

๑๐ กรกฎาคม ๖๑
เรียน คุณบรรยงค์ สุวรรณผ่อง ปธ.กก. จริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
เรื่อง ชี้แจงข้อกล่าวหาดักฟังวิทยุราชการ

กรณีท่านได้เขียนบทความ เรื่อง ‘สื่อดักฟังวิทยุราชการทำได้หรือไม่’ โดยมีการพาดพิงถึงฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ โดยมีข้อความว่า กรณีผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ ช่อง ๒๓ เวิร์คพอยท์ (WorkPoint) เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ดักฟังวิทยุสื่อสารของทางราชการ แล้วนำมาเผยแพร่ออกอากาศ อันเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย (ศอร.) พร้อมกับมีการให้ข้อสังเกตให้ทางเราควรพิจารณา ๓ ประการ นั้น

ผมขอชี้แจง ดังนี้

ประการแรก บทความที่ท่านเขียนเป็นความผิดพลาดของท่านโดยไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะเขียนบทความ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ทางฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์ไม่ได้ดักฟังวิทยุสื่อสารของทางราชการแต่อย่างใด ฝ่ายข่าวได้คลิปเสียงส่งต่อมาทางไลน์ในกลุ่มสื่อทั่วไป ทั้งนี้ หลังจากเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวแล้ว ทางฝ่ายข่าวก็ได้มีการติดต่อสัมภาษณ์อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายทางโทรศัพท์ เพื่อให้ท่านชี้แจงว่าข้อมูลในคลิปนั้น

ถูกต้องหรือ (ข่าวเช้าวันที่ ๙ ก.ค. ๖๑) และคลิปที่ถูกกล่าวหาก็เป็นเสียงของการรายงานข่าวของนายพลสิงห์ แสนสุข ประธานอำนวยการศูนย์สู้ภัยพิบัติแห่งชาติพญาอินทรีย์ ซึ่งไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่หรือเสียงจากเครื่องมือของหน่วยงานราชการแต่อย่างใด
.
ตามข้อความ (๑) ของท่านบอกว่าทางฝ่ายข่าวไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบทางกฎหมาย เสมือนว่ารับของโจร ยังไงก็ผิด ขอชี้แจงว่า ทางฝ่ายข่าวจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้ทำผิดตามที่มีการกล่าวหาและบิดเบือน
.
ตามข้อความ (๒) ผู้อยู่ในอาชีพสื่อต้องเป็นผู้ ‘รู้ท้นสื่อ’ เสียก่อน นั้น กรณีที่ท่านเขียนบทความโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ไม่รู้เท่าทันสื่อ’ ได้หรือไม่ และเหตุใดท่านจึงได้เขียนบทความที่มีโอกาส ‘หมิ่นเหม่’ หรืออาจผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ในมาตรา ๑๔ (๑) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๓๖ เช่นนั้น
.
ตามข้อความ (๓) ที่ท่านระบุว่า ข้อความที่ขัดแย้งต่อคำสั่งหรือประกาศของ ศอร. ควรถ่ายทอดสดหรือไม่ นั้น ต้องขอชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาที่เราส่งผู้สื่อข่าวลงภาคสนามทำข่าว ๑๓ ชีวิตติดถ้ำ ทีมข่าวก็ให้ความร่วมมือกับทาง ศอร. ตลอด

แต่ตามหลักการ ไม่ได้หมายความว่า ทุกคำสั่งของ ศอร. สื่อต้องปฏิบัติตามทั้งหมด เราในฐานะผู้มีอาชีพสื่อควรมีอิสระในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนได้รับรู้ อีกทั้งการปฏิบัติงานกู้ชีพของ ศอร. ก็ใช้งบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน ประชาชนย่อมมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูลข่าวสารให้มากที่สุด เราเพียงแต่ทำหน้าที่ของเราเท่านั้น

และที่บอกว่าไม่ควรถ่ายทอดสด เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนนั้น ขอชี้แจงว่า ในกรณีข่าวเด็กติดถ้ำ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกู้ภัย กู้ชีพ การช่วยชีวิตคน ไม่ได้เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน หรือมีเด็กเยาวชนตกเป็นเหยื่อแต่อย่างใด และการนำเสนอของเราก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวเยาวชนหรือครอบครัวของเด็ก จึงอยากทราบว่าการรายงานข่าวของเราผิดจริยธรรมสื่อในข้อใด
.
อย่างไรก็ตาม กระผมก็อยากขอความอนุเคราะห์จากท่านให้ผลักดันให้มีการตรวจสอบจริยธรรมของสื่อมวลชนที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารโจมตีสำนักอื่น จนทำให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังสำนักข่าว หรือแม้แต่ตัวท่านเองเกิดความเข้าใจผิด จนทำให้ต้องเขียนบทความให้ความรู้แก่กับฝ่ายข่าวเวิร์คพอยท์
.
ขอแสดงความนับถือ
ฤทธิชัย ชูวงษ์
บรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์
.
* บทความที่พาดพิง https://www.isranews.org/isranews/67608-media-67608.html
**คำชี้แจงพญาอินทรีhttps://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2071529809835730&id=1447846752204042
***นายพลสิงห์ชี้แจงที่มาของการรายงานข่าว ยืนยันว่าไม่ได้ผิดกฎหมาย ช่วงเวลา 8.40 น. ต้นไปhttps://www.youtube.com/watch?v=GV1ZgpqfYpM&feature=youtu.be
กสทช.ชี้แจง ผิดหรือไม่ https://www.isranews.org/isranews…/67613-pptv-workpoint.html
**** ที่มาจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด https://www.facebook.com/photo.php…

ข้อมูลข่าวจาก จริยธรรมสื่อวิทยุและโทรทัศน์

กอ.รมน. เชิญกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ เจรจากับลูกหนี้ เข้าระบบ

กอ.รมน. เชิญกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ มาเจรจากับลูกหนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฏหมาย

วันนี้ ( 11 ก.ค.61 ) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.กอ.รมน.กทม. พร้อมด้วย พ.อ.ศรุติ นัตโนทัย รอง หน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยฯ กอ.รมน.กทม.และ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หน.ฝ่ายการข่าว กอ.รมน.กทม.และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญกลุ่มนายทุนเงินกู้หนี้นอกระบบ พร้อมกับลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ มาเจรจาเพื่อผลักดันให้หนี้ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกฏหมาย เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาล และ คสช.

เนื่องจากเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาทหาร กอ.รมน. กว่า 50 นาย วางแผนเข้าจับกุมแก๊งทวงหนี้เงินกู้ดอกเบี้ยโหด ภายในโรงงานร้าง บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าถูกพนักงานเก็บเงินกู้ข่มขู่เอาชีวิต หลังไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ทัน ทหารจึงวางแผนด้วยการให้ผู้เสียหายโทรศัพท์ไปนัดหมายเจ้าหนี้แต่ละเจ้า ให้เข้ามารับเงินก้อนคืนทั้งหมด

ทั้งนี้ พล.ต.มนัส กล่าวต่อกลุ่มนายทุนเงินกู้หนี้นอกระบบ ว่า เป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อผลักดันให้หนี้ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกฏหมาย ตรวจเช็คสื่บข่าวได้ภาพหลังว่ายังไม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้อีกก็จะดำเนินการด้านกฏหมาย

อย่างไรก็ตามด้าน พ.อ.ศรุติ นัตโนทัย รอง หน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยฯ กอ.รมน.กทม. เปิดเผยว่าสำหรับลูกหนี้ที่มาก็ไม่ต้องเกรงกลัว ที่ท่านเข้ามา ถือว่าเรามาช่วย แต่ประเด็นในการช่วยเราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของเงินเขาด้วย.