คืบหน้าเรือล่มภูเก็ต ตาย 45 ศพ สูญหายอีก 2 เร่งค้นหา

คืบหน้าเหตุเรือล่มภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 45 สูญหาย 2 เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหา

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (11 ก.ค. 2561) นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้แถลงความคืบหน้าเหตุเรือล่มภูเก็ต ว่า จากเหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตแล้ว 45 ราย และยังสูญหาย 2 คน โดยผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะที่การตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลนั้นเสร็จสิ้นแล้ว 43 คน ยังสูญหาย 2 คน

ขณะที่ พลเรือตรีเจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวถึงมาตรการค้นหาผู้สูญหายอีก 2 คนว่า ผู้สูญหายจำนวน 2 คนหนึ่งในนั้นมองเห็นด้วยตาว่าติดอยู่ใต้ซากเรือ เช้าวันนี้ได้ปล่อยกองกำลังออกไปกู้ซากเรือแล้วส่วนอีก 1 รายจะใช้แบบจำลองการเคลื่อนตัวของผิวน้ำซึ่งคาดว่าจะอยู่บริเวณเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ พังงาและสตูล

ทั้งนี้ ทาง กองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 41 และ 45 ได้สนับสนุนการค้นหาอย่างต่อเนื่องโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำในการค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้สั่งการให้กำลังพลเดินเท้าปูพรมบริเวณชายหาดที่คาดว่าน่าจะหายไปติดในจังหวัดกระบี่ภูเก็ตและพังงาซึ่งการค้นหาอย่างคงต้องดำเนินการต่อไป

แถลงความคืบหน้า!! แพทย์เผยหมูป่าอะคาเดมี – โค้ชเอก ปลอดภัย

โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เผยนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คน อาการอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย 

วันนี้ (11 กรกฎาคม 2561) ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 พร้อมนายแพทย์สำเริง สีแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้รับมอบหมายให้เป็นโรงพยาบาลหลักด้านการรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่สมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช ซึ่งได้ทยอยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 -10 กรกฎาคม 2561 ครบทั้ง 13 คน เรียบร้อยแล้ว

โดยผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน อายุ 14-16 ปี เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ล่าสุดเช้านี้ อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี สามารถลุกนั่ง ทำกิจวัตรประจำวัน รับประทานอาหารปกติได้ โดยเริ่มอาหารที่มีพลังงานตามที่ร่างกายของผู้ป่วยควรได้รับ (1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี่) ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย โดยญาติได้สวมชุดป้องกัน ตามมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค อยู่ห่างจากเด็กในระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย

ผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน อายุ 12-14 ปี ที่เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ล่าสุดเช้านี้ อาการโดยรวมทุกคนสดชื่นดี พูดคุยโต้ตอบได้ดี ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติแล้ว ขณะนี้ ไม่ต้องปิดตา สามารถมองสู้แสงได้ดี ผลตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทีมแพทย์อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วย โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกัน ควบคุมโรค อาทิ สวมชุดป้องกัน อยู่ห่างจากเด็กในระยะ 2 เมตร และงดการสัมผัสผู้ป่วย

ผู้ป่วยกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน ทยอยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 18.34 น. ของวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อายุ 11-25 ปี ผลการตรวจประเมินจากทีมแพทย์ พบแรกรับสัญญาณชีพ ความดันโลหิตดี ไม่มีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ผลเอกซเรย์พบมีปอดอักเสบเล็กน้อย 1 คน ผู้ป่วยทุกคนทีมแพทย์ได้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า ให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา และวางแผนให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินร่างกายโดยละเอียดอีกครั้ง ได้แก่ ประเมินสายตาและการมองเห็น โภชนาการ และสภาวะจิตใจ ทั้งนี้ ได้ส่งตัวอย่างเพื่อหาเชื้อไวรัสโรคอุบัติใหม่ที่อาจพบได้ พร้อมกันนี้ ทีมแพทย์ได้อนุญาตให้ญาติเยี่ยมผู้ป่วยผ่านห้องกระจก ตามเวลาที่กำหนด

ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจเพิ่มเติมที่กรุงเทพฯ ในผู้ป่วยกลุ่มแรกตรวจไม่พบเชื้อโรคติดต่อประจำถิ่นที่เป็นอันตราย (โรคMelioidosis, Leptospirosis, Scrub Typhus, Nipah Virus) ส่วนการตรวจอื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติม สำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้ให้บัตรเฝ้าระวังโรค (health beware card) พร้อมคำแนะนำการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ภายใน 2 สัปดาห์ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

นายแพทย์ธงชัย ระบุว่า ทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ยังคงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคน เพื่อส่งนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนกลับสู่ครอบครัวอย่างแข็งแรงปลอดภัย และจะรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยทุกคนให้ทราบอย่างต่อเนื่อง

เปิดขั้นตอนลำเลียง ‘ทีมหมูป่า-โค้ช’ ออกถ้ำหลวง

ย้อนไปดูขั้นตอนการลำเลียงเยาวชนทีมหมูป่า และโค้ช ออกจากถ้ำหลวง ซึ่งต้องใช้ความอดทน และความระมัดระวังอย่างมาก

นี่เป็นคลิปวีดิโอที่แสดงขั้นตอนการลำเลียงโค้ช และเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ออกจากถ้ำหลวง ชุดแรกจำนวน 4 ราย ซึ่งเริ่มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในเวลา 10.00 น. โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำจากต่างประเทศ 13 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยซีล ที่มีศักยภาพสูงสุด 5 คน คอยปฏิบัติการในถ้ำ

โดยจากปากถ้ำ ไปยังเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่น้องๆ ทั้ง 13 คนอยู่ มีระยะทางประมาณ 4.3 กิโลเมตร จุดที่ผ่านได้ไม่ยาก คือบริเวณโถง 3 ที่เป็นแอ่งที่กว้าง และระดับน้ำลดลงมาก แต่มีจุดที่ยากลำบาก คือบริเวณสามแยก ที่ต้องดำน้ำลึกเพื่อลอดช่องแคบ และบริเวณก่อนถึง “เนินนมสาว” ที่มีช่องแคบลดเลี้ยวเป็นแอ่งขึ้นลง ซึ่งช่องแคบดังกล่าว มีความกว้างเพียง 70 เซนติเมตร และระยะทางที่จะต้องดำต่อเนื่องกว่า 500 เมตร มีจุดพ้นน้ำให้พักบางช่วง

ส่วนขั้นตอนการลำเลียงออกมา เจ้าหน้าที่ได้ให้เด็กใส่หน้ากากกันน้ำแบบ Full Face-mask และสวมหมวกนิรภัย พร้อมให้นักดำน้ำ 2 นาย ประกบเด็ก 1 คน ซึ่งนักดำที่อยู่ด้านหน้า จะเป็นคนดูแลถังออกซิเจนของเด็ก และพาดำน้ำไต่เชือกนำทาง โดยมีถังออกซิเจนช่วยชีวิต ถูกจัดเตรียมไว้ทุก 25 เมตร

จนกระทั่งประมาณ 17.40 น. เจ้าหน้าที่สามารถพาเด็กรายแรก ออกมาได้สำเร็จ ต่อด้วยรายที่ 2 ในเวลาประมาณ 17.50 น. ส่วนรายที่ 3 และ 4 ออกจากถ้ำในเวลาประมาณ 19.40 และ 19.50 น. โดยทั้งหมดถูกพาเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสนาม ก่อนถูกลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และรถพยาบาล ส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

จากนั้น เจ้าหน้าที่ต้องกลับเข้าไปเติมถังถังออกซิเจนในถ้ำ ก่อนเริ่มภารกิจลำเลียงเด็ก 4 รายในชุดที่ 2 ด้วยวิธีเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กระทั่งภารกิจเสร็จสมบูรณ์ สามารถพาเด็กที่เหลืออีก 5 ราย ออกมาได้เมื่อวานนี้