ภรรยานักดำน้ำชาวฟินแลนด์โพสต์ซึ้งเมื่อสามีต้องร่วมภารกิจช่วย 13 ชีวิตในวันครบรอบแต่งงาน

ภรรยานักดำน้ำชาวฟินแลนด์โพสต์ซึ้งเมื่อสามีที่ต้องเดินทางไกลไปร่วมปฏิบัติภารกิจช่วย 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ่ำหลวงในวันครบรอบแต่งงานของทั้งคู่

โลกออนไลน์แห่แชร์ ข้อความจากภรรยานักดำน้ำชาวฟินแลนด์ ที่โพสต์ถึงสามีในวันครบรอบแต่งงาน 8 ปีของทั้งคู่ ซึ่งตรงกับวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยฝ่ายชาย ต้องเดินทางไปร่วมภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก ถึงความเสียสละเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นของฝ่ายชาย และการยอมเสียสละเวลาในวันสำคัญกับคนรัก เพื่อให้สามีได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตที่เมืองไทยของฝ่ายหญิง

ทั้งนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Krista Paasi ‘ ซึ่งเป็นบัญชีของภรรยานาย Mikko Paasi ชาวฟิลแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักดำน้ำที่ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง โดยมีการโพสต์ภาพและบรรยายข้อความระบุว่า

‘ในวันครบรอบวันแต่งงาน 8 ปี ของเรา แทนที่เราจะได้จองโต๊ะเพื่อทานอาหารมื้อเย็นอันแสนจะโรแมนติก แต่ฉันกลับต้องจองตั๋วเครื่องบินสำหรับที่รักของฉัน เพื่อเดินทางไปเชียงราย แม้ต้องเดินทางไปไกลถึงทวีปอื่น แต่คุณก็พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แม้ว่าฉันจะกลัว แต่ฉันก็ชื่นชมในความกล้าหาญของคุณ ที่จะเข้าร่วมปฏิบัติการ คุณทำตามหัวใจของคุณเสมอ ขอเพียงแค่คุณสัญญาว่าจะกลับมาบ้านอย่างปลอดภัยในเร็ว ๆ นี้ สุขสันต์วันครบรอบ ฮีโร่ของฉัน พาเด็ก ๆ กลับบ้าน’

ทั้งนี้ทั่วโลกร่วมยินดีในปฏิบัติการ ช่วยเหลือทีม “หมูป่าอะคาเดมี” ทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่ประสบความสำเร็จเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา จากความร่วมมือ ช่วยเหลือที่หลั่งไหล ท่ามกลางกำลังใจที่ส่งมาจากทั่วโลก

นาทีชีวิตคนญี่ปุ่นหนีตาย หลังเกิดน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ

คลิปนาทีชีวิต ขณะกู้ภัยโรยตัวช่วยเข้าผู้ประสบภัย หลังเกิดน้ำท่วมรุนแรงที่ญี่ปุ่น 

เพจ Japan Live ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิต ขณะที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง ต่างพากันหนีมวลน้ำที่ไหลมาอย่างรุนแซงพัดเอาบ้านลอยไปกับกระแสน้ำ หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ  โดยเฉพาะ เมืองคุราชิกิ ในจังหวัดโอคายามะ ที่เกิดกระแสน้ำไหลบ่าเข้าท่วมในหลายเขตของเมือง ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากต้องหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาเพื่อรอคอยความช่วยเหลือ

น้ำท่วมญี่ปุ่น

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า ผู้ประสบเหตุบางส่วนพยายามปืนขึ้นบนหลังคาเพื่อหนีน้ำ ที่กำลังไหลบ่ามาอย่างรุนแรง ก่อนที่พวกเขาจะถูกน้ำพัดหายให้ลอยไปกับกระแสน้ำ พร้อมกันนี้ยังเผยให้เห็นภาพของเจ้าหน้าที่กู้ภัยดรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุด้วย

สำหรับเหตุน้ำท่วมรุนแรงในญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นผลพวงมาจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น ‘มาเรีย’ ที่พัดถล่มเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม มีประชาชนเสียชีวิตแล้วกว่า 157 ราย และผู้สูญหายที่มีอีกไม่น้อยกว่า 56 คน ขณะที่ หน่วยกู้ภัยพยายามแข่งกับเวลาขุดดินโคลนและซากปรักหักพังเพื่อค้นหาหวังเจอผู้รอดชีวิต

รวบแล้ว! ช้างธัญญะอุดม นักโทษแหกคุกชัยนาท

รวบแล้ว ช้าง ธัญญะอุดม นักโทษแหกคุกชัยนาทพบหนีซุกรีสอร์ท เจ้าหน้าที่เผย การหลบหนีครั้งนี้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีแยกต่างหาก

จากเหตุการณ์ที่นายโสภณ สร้อยสูงเนิน หรือช้าง อายุ 28 ปี นักโทษของเรือนจำชั่วคราวเขาพลอง ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท ได้หลบหนีออกจากเรือนจำโดยอาศัยเดินเท้าลัดเลาะตามป่าเขาที่อยู่รอบเรือนจำ หายตัวไปเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ผ่านมา ทำให้ผู้นำชุมชนที่อยู่โดยรอบเรือนจำต้องประกาศแจ้งเตือนให้ลูกบ้านเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ

พร้อมทั้งหากมีเบาะแสให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่นั้น ต่อมานายนิพันธ์ จำเนียรพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำชัยนาท ได้จัดชุดไล่ล่าติดตามไปยังที่อยู่ตามทะเบียนของนายโสภณ คือบ้านเลขที่ 64 หมู่ที่6 ต.หาดท่าเสา อ.เมืองชัยนาท แต่ก็ไร้วี่แววเพราะบ้านหลังดังกล่าวถูกทิ้งร้าง

สำหรับนายโสภณถูกตัดสินจำคุกในเรือนจำเมื่อปี 2559 ในคดียาเสพติด และมีกำหนดพ้นโทษในปี 2564 โดยญาติๆ ยืนยันว่านายโสภณไม่ติดต่อมา และจากเบาะแสที่ได้จากแหล่งข่าวทราบว่านายโสภณอาจจะไปหาลูกที่ จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปแต่ก็คลาดกัน

ล่าสุดวันนี้ (11ก.ค.61) ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชัยนาทเปิดเผยว่า สามารถติดตามจับกุมตัว ช้าง ธัญญะอุดม หรือนักโทษชายโสภณ สร้อยสูงเนิน ได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 02.00น. (11 ก.ค.) ที่ผ่านมา ขณะที่นายช้างเข้าพักอยู่ในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นผลจากการวางสายข่าว ทำให้สามารถจัดกำลังเข้าชาร์จตัวได้โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน และนำตัวเข้าควบคุมในเรือนจำชัยนาท

ส่วนเรื่องโทษของนักโทษโสภณ หรือช้างนั้น เดิมตามความผิดคดียาเสพติดจะพ้นโทษในเดือนมิถุนายน 2564 แต่การหลบหนีจากที่คุมขังครั้งนี้ จะมีการแจ้งความดำเนินคดีแยกต่างหาก เนื่องจากเป็นการกกระทำผิดต่างกรรม ต่างวาระ และต่างฐานความผิด

ซึ่งตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 190 ผู้ใดหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ