นักวิ่งทางไกลทีมชาติ-ชาวเชียงใหม่ รวมตัววิ่งเพื่อ ‘จ่าแซม’ ฮีโร่ถ้ำหลวง

นักวิ่งทางไกลทีมชาติ-ชาวเชียงใหม่ ราว 500 คน รวมตัววิ่งเพื่อ ‘จ่าแซม’ ฮีโร่ถ้ำหลวง ขณะที่เตรียมมอบเงินบริจาคช่วยเหลือครอบครัวจ่าเอกสมาน 13 ก.ค. นี้

ช่วงเย็นวันนี้ (10 กรกฎาคม) ที่สนามกีฬากลางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กลุ่มนักวิ่งทางไกลทีมชาติ นำโดยนางสาวณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ หรือ น้องฝน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน นายบุญถึง ศรีสังข์ และ นายสัญชัย นามเขต ร่วมกับพี่น้องหน่วยซีลนอกราชการ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำโดย นาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมตัววิ่งเพื่อฮีโร่ของเรา “จ่าเอกสมาน กุนัน”

โดยมีนักวิ่งและชาวเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมและบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของจ่าเอกสมาน ก่อนจะรับบิบ “Run for Saman” เพื่อร่วมวิ่ง ขณะที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มีเกือบ 500 คน ทำให้บิบที่เตรียมไว้ 200 ชุดไม่เพียงพอ แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันวิ่ง เพื่อเป็นการสดุดีในความเสียสละและอุทิศตนเองช่วยเหลือน้องๆ ทีมหมูป่าอคาเดมี ทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ก่อนเริ่มกิจกรรมทั้งหมดได้ร่วมกันยืนไว้อาลัยให้กับจ่าเอกสมาน กุนัน เป็นเวลา 1 นาที จากนั้นนักวิ่งทางไกลทีมชาติได้นำนักวิ่งทั้งหมดอบอุ่นร่างกาย ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันวางดอกกุหลาบสีขาว และดอกไม้สีขาวหน้ารูปของจ่าเอกสมาน กุนัน

นางสาวณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ หรือ น้องฝน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เป็นตัวแทนกล่าวว่า เนื่องด้วยพี่หมาน จ่าหมาน หรือ น้องหมาน เป็นนักกีฬาที่เคยฝึกซ้อมคลุกคลีร่วมกันมากับกลุ่มนักวิ่งทางไกล ตลอดจนกลุ่มซีลการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่ไปร่วมภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนด้วยกัน ก่อนที่จ่าเอกสมานจะเสียชีวิต เราจึงอยากทำอะไรให้เพื่อแสดงความอาลัยแก่ฮีโร่ของเรา ขนาดฝนตกมาตลอดทุกวัน พอวันนี้เราขอฝนก็หยุดตกจริงๆ จึงเชื่อว่าจ่าหมานรับรู้ความตั้งใจของพวกเรา

สำหรับการวิ่งเอเชี่ยนเกมส์ที่จะถึง นักวิ่งทางไกลทีมชาติจะคว้าเหรียญทองให้ได้เพื่อตอบแทนความรักและหวังดีมี่พี่หมานมีให้พวกเรา รวมทั้งความรักของคนไทยที่ส่งใจให้มาตลอด ส่วนการวิ่ง “Run for Saman”ครั้งนี้จะเริ่มวิ่งตั้งแต่เวลา 17.30 น. ถึง 20.00 น.โดยตั้งเป้าระยะการวิ่ง 4 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 10 รอบสนาม

ขณะที่เงินบริจาคจากการวิ่งในครั้งนี้กลุ่มซีลนอกราชการท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ ตัวแทนนักวิ่งทางไกลทีมชาติไทย จะเดินทางไปมอบให้ครอบครัวจ่าเอก สมาน กุนัน ในวันที่ 13 กรกฎาคม 61 ก่อนงานพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด

DSI แจงกรณีการดำเนินคดีการปล่อยกู้กลุ่มกฤษฎามหานคร

DSI ชี้แจง กรณีการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการปล่อยกู้กลุ่มกฤษฎามหานคร เผยทำตามกฎหมาย หลัง นายวันชัย ยื่นหนังสือให้ดำเนินคดีกับธนาคารกรุงเทพ

ด้วยวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ปรากฏข่าวประเด็น นายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายวิโรจน์ นวลแข, ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ, นายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา, นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน ในความผิดฐานฟอกเงิน

โดยระบุว่า จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่ได้พิพากษาลงวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ว่า คดีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้เครือกฤษดามหานคร เพื่อนำไปชำระคืนเจ้าหนี้เดิม คือ ธนาคารกรุงเทพ เป็นการกระทำความผิดและคดีถึงที่สุดแล้ว และได้พิพากษาแล้วว่า การนำเงินกู้ที่ได้ไปใช้ผิดประเภท ในคดีดังกล่าวเป็นคดีมูลฐาน เข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน และไม่มีกฎหมายใดยกเว้นไว้ว่าบุคคลใดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงินนั้น หากถูกดำเนินคดีอาญาแล้ว จะได้รับการยกเว้นโทษในคดีความผิดฐานฟอกเงินด้วย

อีกทั้งธนาคารกรุงเทพได้ออกหนังสือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นที่มาของการลดหนี้ และนำเงินไปใช้ผิดประเภท เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินกว่า 3,300 ล้านบาท กระจายไปยังบุคคลต่างๆ มากกว่า 100 ราย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการ ปปง. เลือกดำเนินคดีร้องทุกข์กับบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดเพียงบางรายเท่านั้น โดยไม่ดำเนินคดีกับธนาคารกรุงเทพ และอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นต้นเหตุของการฟอกเงิน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐาน ให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วกว่า 10 ครั้ง แต่ยังไม่พบว่าดีเอสไอจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตรวจสอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งในประเด็นดังกล่าวอาจทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ดำเนินคดีกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น

กรณีดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบแล้วพบว่า นายวันชัยฯ ได้ยื่นเรื่องมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2558 และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ รวมทั้งได้หารือไปยังอัยการสูงสุดว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจดำเนินคดีอาญากับกรรมการธนาคารกรุงไทยฯ อีก 2 คน ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีโดย ป.ป.ช. คือ 1.นายชัยณรงค์ ฯ และ 2.นายอุตตม ฯ ได้หรือไม่ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือตอบข้อหารือ เลขที่ อส.0010.4/6358 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2559 แจ้งว่า

กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีอำนาจดำเนินคดี ส่วนคดีฐานฟอกเงินนั้นบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องในชั้นการพิจารณาอนุมัติเงิน อันเป็นคนละขั้นตอนกับการโอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดอันจะเป็นความผิด จึงไม่มีการดำเนินคดีฐานฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือส่งคำกล่าวโทษของนายวันชัย ฯ เรื่องกรรมการทั้งสองคน ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาแล้ว

ส่วนเรื่องของธนาคารกรุงเทพฯ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย ได้ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติในการดำเนินการของธนาคารฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมิได้ดำเนินคดี ซึ่งประเด็นของนายวันชัยฯ ทั้งหมด กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการให้นายวันชัยฯ ทราบแล้ว ตามหนังสือ เลขที่ ยธ 0812/1368 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2559 คำร้องที่ยื่นมานี้เป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน

นายกฯ เผย เครื่องบินทหารตก เหตุสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

นายกรัฐมนตรี เผย เครื่องบินทหารตก เหตุสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ระบุมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ทุก 5 – 10 ปี

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2561) เวลา 15.05 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุเครื่องบินลาดตระเวน U – 17 ของกองทัพบก ตกที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า รู้สึกเสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งช่วงนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3 เรื่องทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ถือว่าเป็นบทเรียน

และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียชีวิต แต่เราจะเสียขวัญไม่ได้ และไม่มีนักบินคนไหนที่อยากจะให้เครื่องบินตก ซึ่งเขาไม่ได้ไปบินเล่น แต่เขาไปลาดตะเวนชายแดน ทั้งนี้ ถึงแม้เครื่องบินที่ใช้งานมีอายุ 40 ปี แต่เขาก็มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์อยู่ แม้ว่าตัวถังของเครื่องบินจะมีอายุการใช้งานได้ 50 – 60 ปี แต่ทุก 5 – 10 ปีต้องมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่หมด โดยเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากสภาพอากาศ เพราะอากาศไม่แน่นอน

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า สมัยก่อนผมก็ขึ้นเครื่องบินโบราณแบบ 2 ที่นั่ง รวมถึงเครื่องบินแอล 17 เครื่องบินแอล 19 รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ ฮิว อี้ และอย่างที่เคยเล่าว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์เครื่องยนต์เดียว ดับเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ต้องปลุกพระเอา วันนี้ก็ยังบินอยู่ เพราะเราต้องใช้ขนส่งลำเลียงอาหาร แต่ก็มีการซื้อทดแทนไปเรื่อย ๆ อย่างที่บอกเครื่องบินก็ต้องซ่อม เก่าแค่ไหนก็ตามก็ต้องซ่อมเครื่องยนต์ ความผิดพลาดต่าง ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพอากาศทั้งสิ้น