ผลิตภัณฑ์ลดอ้วน “มิซมี MIZME” ขายเกลื่อนว่อนเน็ต อันตรายกินมั่วถึงตาย

ระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก “มิซมี MIZME” ตรวจพบ มีส่วนผสมของยาฟลูออกซิทีนและไซบูทรามีน 

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ได้รับเรื่องร้องเรียนถึงความไม่ปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักยี่ห้อ “มิซมี MIZME” หลังพบผู้ใช้มีอาการหวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน ซึ่งจากการเช็คประวัติผู้ป่วยมีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อดังกล่าว

โดยได้ดำเนินการตรวจสอบ พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมิซมี (MIZME) ระบุแหล่งผลิต MIZME BY SHAPELYPINK หมู่ 3 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เลขสารบบอาหาร 11-1-11054-1-0637 และส่งผลิตภัณฑ์ตรวจวิเคราะห์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก

ผลวิเคราะห์พบว่า มีส่วนผสมของยาฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) และ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งยาฟลูออกซิทีน เป็นยารักษาโรคซึมเศร้า ในการใช้ควรอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ยาดังกล่าวหากไม่ได้มีอาการซึมเศร้า เพราะเป็นยาอันตราย ส่วนไซบูทรามีนในประเทศไทยได้มีการยกเลิกทะเบียนตำรับยาไปแล้ว เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจุบันพบผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังแอบเจือปนสารดังกล่าวในผลิตภัณฑ์ เพื่อหวังลดน้ำหนัก ซึ่งเลขสารบบอาหาร 11-1-11054-1-0637 ตรวจสอบพบว่าได้รับอนุญาต สำหรับผลิตภัณฑ์ ชื่อ มิซมี่ (ผลิตภัณ์เสริมอาหาร) ผู้รับอนุญาตผลิตคือ บริษัท พี.พี. เนเจอร์ แคร์ จำกัด เลขที่ 199/190 หมู่ 3 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270 โดยได้มีการยกเลิกเลขสารบบดังกล่าวแล้ว ดังนั้น หากพบผลิตภัณฑ์มิซมี เลขสารบบอาหาร 11-1-11054-1-0637 จำหน่ายจะเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเลือกซื้อหรือบริโภค ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวได้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

โดยทาง อย. ขอเตือนภัยร้ายจากสื่อออนไลน์ที่แฝงมากับการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณครอบจักรวาล อาทิ ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน กระชับสัดส่วน หุ่นดีสวยเด้งภายใน 3 วัน 7 วัน อย่าได้หลงเชื่อซื้อมาใช้โดยเด็ดขาด สรรพคุณต่าง ๆ ข้างต้น ส่วนใหญ่มักตรวจพบว่ามีการผสมยาแผนปัจจุบันลงไปเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยาได้ เสี่ยงอันตรายอาจถึงตาย ผู้ที่อยากหุ่นสวยดูมีน้ำมีนวล ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและควบคุมอาหาร ไม่กินอาหารพร่ำเพรื่อ ไม่กินจุบกินจิบ ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหาร หวาน มัน เค็ม รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ผู้บริโภคได้รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขณะนี้ อย. ได้เปิดช่องทางการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่าน 4 ช่องทางหลัก ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านทาง Line @FDA Thai , Oryor Smart Application เว็บไซต์ อย.www.fda.moph.go.th และ เว็บไซต์ www.oryor.com

นอกจากนี้ อย. ยังได้จัดทำแคมเปญที่ชื่อว่า “เช็ก ชัวร์ แชร์” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อเท็จจริงและความรู้ที่ถูกต้อง รวมถึงแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อมูลผิด ๆ เกี่ยวกับการบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพ และรักษาโรคที่ส่งต่อกันทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับอย่างละเอียดรอบคอบ

โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูล เช็คความน่าเชื่อถือ เช็คความถูกต้องให้ชัวร์ก่อนที่จะแชร์หรือส่งต่อข้อมูลให้กับสังคม ได้ที่เว็บไซต์ sure.oryor.com หากผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือที่ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

มือกลอง ปู พงษ์สิทธิ์ เผยอีกด้าน ก่อนเหตุทำร้ายแฟนคลับ

มือกลอง ของนักร้องชื่อดัง ปู พงษ์สิทธิ์ โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ก่อนจะเกิดเหตุทำร้ายแฟนบอล ชี้ ฝ่ายแฟนคลับหาเรื่อง-แขวะไม่เลิกจนสุดทน

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา กฤษณะ วงษ์สุข ได้เผยข้อมูลอีกฝั่ง ระบุว่า มาจากเฟซบุ๊กของ “อุ๊” มือกลองวง ปู คำภีร์ ที่เล่าถึงเหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง จะบันดาลโทสะ ทำร้ายร่างกายแฟนคลับในร้านข้าวต้มแห่งหนึ่งหลังจบภารกิจแสดงคอนเสิร์ตที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า

ปู พงษ์สิทธิ์
ปู พงษ์สิทธิ์

“#ว่าจะไม่เขียนนะแต่อดไม่ได้เรื่องข่าวว่าพี่ปูไปทำร้ายแฟนเพลง คนไม่รู้จักกันถ้าไม่มีเรื่องกันมาก่อนเขาไปทำไม ! ถ้ามึงไม่เมาพูดจาแขวะ เข้าไปรบกวนพื้นที่ ที่เขานั่งกิน มันจะไม่มีอะไรเลย ถ่ายรูปก็ถ่ายให้ เซ็นก็เซ็นให้ให้ วนไปวนมาถ่ายรูป 4-5 ครั้ง ของมึงคนเดียวเยอะไปมั้ย ไม่จบไม่สิ้น แถมพาเพื่อนรบกวนอีก น้ำเสียงที่พูดกะพี่ปูเสียงดัง ตะโกนเสียงดังไม่ให้เกียรติ ประมาณว่า”กุขอถ่ายต้องได้ถ่ายเพราะกุเด็กเจ้าของถิ่น”

พอกลับไปนั่งที่โต๊ะมึงก็ไม่วายพูดสียงดังแขวะพูดข้ามโต๊ะกวนพี่ปูอีกนานมาก พี่ปูก็แก้ปัญหาให้น้อง ๆ ที่วงยืนบังแกไว้ไม่ให้มันเห็นหน้าจะได้ไม่แซว แต่ก็ไม่วายหยุดแขวะหยุดกวน จนแขกเขากลัวมีเรื่องเช็กบิลหนีเกือบหมด พี่ปูก็ให้น้อง ๆ ไปบอกว่าพอได้แล้วอย่าแซวอย่ากวนมึงก็ไม่หยุด พอเกิดเรื่องมึงกับเพื่อนมึงก็ใช้เส้นสายที่สนิทกะเด็กในร้านขอดูกล้องวงจร เพื่อนตัวแสบมึงก็เอาโทรศัพท์ถ่ายเฉพาะตอนเกิดเหตุ เฉพาะตอนที่มึงถูกทำร้าย

ทำไมมึงไม่ถ่ายตอนกวนตีนพี่ปูมั้งล่ะ เสียดายนะกล้องมันไม่มีเสียงจะได้รู้ความปากหมาของมึง หรือมึงคิดว่ามึงเจ้าถิ่นเป็นเด็กของเฮียใน จว. เหรอ ชาวบ้านบางคนรู้สันดานมึงดีว่ามึงไปกินที่ไหนปากก็เป็นงี้ตลอด ภาพที่เพื่อนมึงเอามาโพสในเฟซมึง

พี่ปูแกก็ยิ้มแย้มไม่เห็นมีทำหน้าไม่พอใจที่มึงมาถ่ายทีแรก แต่มึงไม่พอไง จะถ่ายแล้วถ่ายอีก แถมพาเพื่อนมาถ่าย เฮ้ย ! นี่เวลาส่วนตัวเป็นเวลาพักผ่อนของพี่เค้านะ ไอ้เวรออกข่าวด้านของตัวเองถูกกระทำฝ่ายเดียว ไม่พูดถึงว่าต้นตอของเรื่องใครคนต้นเรื่อง ข่าวก็พาดหัวข่าวเอาคำพูดคนเสียหายฝ่ายเดียว..

(คงเคยแซวคนอื่นแล้วไม่มีใครหือไงคงกลัวมึง แต่เที่ยวนี้มันไม่ใช่นะ ความอดทนคนมีขีดจำกัด พี่ปูให้เกียรติทุกคนไปนั่งกิน แม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟเด็กรับรถแกก็ให้เกียรติหมดบอกเลย)”

ปู พงษ์สิทธิ์

ชวนชิม ‘หมูสะเต๊ะ’ ไม้ละบาท เปิดขายราคานี้มานานกว่า 30 ปี

ใครที่ชอบกินหมูสะเต๊ะ ลองแวะไป จ.นครสวรรค์ ชิม ‘หมูสะเต๊ะ’ ไม้ละบาท เปิดขายราคานี้มานานกว่า 30 ปี

“หมูสะเต๊ะจงรัก” ที่ดูเป็นร้านธรรมดาๆ ทั่วไป ใช้รถสามล้อแดงมาจอดปิ้งขายอยู่ริมถนน แต่ชาวปากน้ำโพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมูสะเต๊ะร้านนี้ อร่อยสุดๆ ที่สำคัญขายแค่ราคาไม้ละบาท กินคู่กับขนมปังหน้าหมูแผ่นละ 5 บาท เรียกได้ว่า เข้ากันอย่างมาก

โดยหมูสะเต๊ะร้านนี้มี นางบรรจง มงคลกิติเวธ แม่ค้าวัย 54 ปี เป็นเจ้าของ ซึ่งแต่ละวันจะมีญาติพี่น้องมาช่วยขายอยู่เพียง 2 คน ขณะที่ยอดสั่งซื้อก็มีเข้ามาไม่ขาดสาย บางเจ้าสั่งไม่น้อยกว่า 100 ไม้ ทำให้ลูกค้าอาจต้องอดใจรอแม่ค้าปิ้งหมูสะเต๊ะกันหน่อย แต่หลายคนก็รอได้ เพราะตั้งใจมาชิมความอร่อยของ “หมูสะเต๊ะจงรัก” เนื่องจากติดใจในความอร่อยของรสชาติ ทั้งรสกะทิสด และผงกระหรี่ที่เนื้อหมู แถมยังมีน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรเข้มข้น

โดยแม่ค้า บอกว่า เปิดร้านขายหมูสะเต๊ะและขนมปังหน้าหมูมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยเฉพาะหมูสะเต๊ะ ขายไม้ละ 1 บาท มาตั้งแต่เปิดร้านวันแรกมาจนถึงปัจจุบัน และทุกวันจะมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุน สั่งจองเป็นจำนวนมาก จึงต้องซื้อน้องหมูมาเสียบไม้เตรียมไว้ก่อนย่างให้ลูกค้าถึงวันละ 3,000 ไม้เลยทีเดียว ส่วนขนมปังปิ้งหน้าหมูจะทำขายวันละ 100 แผ่น และทั้ง 2 อย่างจะขายหมดทุกวัน โดยบางวัน ใช้เวลาขายเพียง 3 ชั่วโมงก็ขายหมดเกลี้ยงแล้ว

สำหรับลูกค้าที่อยากจะลิ้มลองหมูสะเต๊ะที่ร้าน “หมูสะเต๊ะจงรัก” ลองแวะไปได้ ร้านตั้งอยู่ที่ตลาดริมน้ำ 100 ปี ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไปจนถึง 22.00 น.