เตรียมจัดตั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพิจิตรแห่งใหม่

กรมการขนส่งทางบก เตรียมจัดตั้ง สถานีขนส่ง ผู้โดยสารจังหวัดพิจิตรแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสาร และเป็นศูนย์กลางการขนส่งผู้โดยสารในท้องถิ่น

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างภูมิภาคให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะในจังหวัดพิจิตรที่มีพื้นที่ต่อเนื่องไปยังจังหวัดใกล้เคียง และจังหวัดที่มีแนวโน้มในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละปีมีจำนวนผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี

และเพื่อเป็นการขยายสถานีขนส่งผู้โดยสารระดับจังหวัด ให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนที่มาใช้บริการยังสถานีขนส่งผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมการขนส่งทางบก เปิดรับมอบที่ดินและสิ่งก่อสร้างสำหรับ ใช้เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพิจิตรแห่งใหม่ทดแทนแห่งเดิม เพื่อใช้เป็นจุดศูนย์รวมและกระจายการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง

ให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางในเขตพื้นที่ตำบลปากทาง ป่ามะคาบ คลองคะเชนทร์ ท่าหลวง โรงช้าง บ้านบุ่ง และตำบลในเมือง เมืองเก่า เขตอำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร โดยมีขนาดของที่ดินต้องไม่น้อยกว่า 5 ไร่ และอยู่ห่างจากทางหลวงหรือทางสาธารณะไม่เกิน 300 เมตร โดยอยู่ในบริเวณที่ไม่ห่างไกลจากย่านชุมชนมากนัก

ผู้สนใจที่ประสงค์จะมอบที่ดินและสิ่งก่อสร้างเพื่อจัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารดังกล่าว ยื่นคำขอหรือติดต่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสาร สำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ 02-271-8506 -7 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดพิจิตร หมายเลขโทรศัพท์ 056-990-372 ภายในวันที่ 3 สิงหาคม 2561 ในวันและเวลาราชการ

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดพิจิตรเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมและการท่องเที่ยวทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศ เนื่องจากเป็นดินแดนแห่งอารยธรรมเก่าแก่ อีกทั้งมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดนครสวรรค์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นเส้นทางการเดินทางเชื่อมต่อสู่ภาคเหนือตอนบน

ซึ่งปัจจุบันกำลังประสบปัญหาด้านการกระจายการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง เพราะภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารมีความแออัด ไม่สามารถรองรับจำนวนประชาชนที่มาใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาระบบบริการขนส่งสาธารณะให้มีมาตรฐาน และสามารถรองรับการกระจายการเดินทางของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหารถโดยสารประจำทางไม่มีสถานที่จอดและรับส่งผู้โดยสาร ปัญหาสภาพการจราจรที่ติดขัด เนื่องมาจากผู้ประกอบการต้องนำรถมาจอดรับส่งผู้โดยสารริมถนน และปัญหาความแออัดของสถานีขนส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน กรมการขนส่งทางบก

จึงเปิดรับสมัครผู้ประสงค์มอบที่ดินและสิ่งก่อสร้างเพื่อจัดให้มีสถานีขนส่งผู้โดยสารพิจิตแห่งใหม่ทดแทนแห่งเดิม โดยภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจะจัดให้มีพื้นที่สำหรับบริการผู้โดยสาร ที่จำหน่วยตั๋ว ห้องสุขา ที่จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่พักผู้โดยสาร ที่รับฝากของ และลานจอดรถที่มีทางเข้าออกที่สะดวกต่อการจราจรภายในสถานีขนส่งด้วยรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ชลประทาน ยัน แผ่นดินไหวที่พะเยา ไม่มีผลกระทบต่ออ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ

ชลประทาน ยืนยัน แผ่นดินไหวศูนย์กลางบริเวณอำเภอเมืองพะเยาช่วงสายวันนี้ ไม่มีผลกระทบต่ออ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10:37:36 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวบริเวณจุดศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอ เมือง จังหวัด พะเยา ขนาด 2.3 ที่ละติจูด 19.25 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.78 องศาตะวันออก ความลึก 2 กิโลเมตร ห่างจากอ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา ประมาณ 33.88 กิโลเมตร

เครื่องวัดแผ่นดินไหวทางฝั่งซ้ายของอ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ วัดความเร่งได้ดังนี้ ความเร่งสูงสุดในทิศทางตั้งฉากกับแนวสันเขื่อน (x-x) = 0.00001868 g ความเร่งสูงสุดในทิศทางขนานกับแนวสันเขื่อน (y-y) = 0.00001528 g ความเร่งสูงสุดในทิศทางตามแนวดิ่ง (z-z) = 0.00000666 g

นายนพดล ใจธรรม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพะเยา เปิดเผยว่า การออกแบบเขื่อนของกรมชลประทาน เพื่อรองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ขนาด 7 นั้น ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ มีขนาดเล็กกว่าค่า Seismic Coefficient ที่กรมชลประทานได้ออกไว้ 0.1 g จึงไม่มีผลกระทบกับตัวอ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ

สธ. ส่งทีมแพทย์ฉุกเฉิน ดูแลผู้ประสบภัยจากเหตุดินถล่มที่ จ.น่าน

สธ. ส่งทีมแพทย์ พยาบาล นักสุขภาพจิต และสหวิชาชีพ จากโรงพยาบาลบ่อเกลือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุดินถล่มที่ จ.น่าน

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยพิบัติดินถล่มที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

ได้สั่งการให้โรงพยาบาลบ่อเกลือ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ่อเกลือ ส่งทีมแพทย์ พยาบาล นักสุขภาพจิต และสหวิชาชีพ บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทหารพราน ประชาชน ภายใต้การบัญชาการของนายอำเภอบ่อเกลือ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบเหตุดินถล่มทับบ้านเรือนประชาชน

โดยทีมจากโรงพยาบาลบ่อเกลือ ทีมเยียวยาสุขภาพจิต ( MCATT ) จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ่อเกลือ เดินทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุ ตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านสว้า เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ 5 ราย ได้รับการดูแลรักษาแล้ว

ส่วนผู้เสียชีวิตพบ 8 ราย ได้นำมาชันสูตรและเก็บศพไว้ที่โรงพยาบาลบ่อเกลือ นอกจากนี้ทีมเยียวยาสุขภาพจิต ( MCATT ) จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ได้เข้าไปดูแลประเมินสภาพจิตใจ และเฝ้าระวังเรื่องอุปาทานหมู่

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ยังมีฝนตก ไฟดับ และดินถล่มทางเข้าหมู่บ้าน ได้กำชับให้ เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังเหตุดินถล่มซ้ำ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมได้สั่งการให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวและโรงพยาบาลน่าน พร้อมเตรียมทีมรักษาและทีมเยียวยาด้านจิตใจพร้อมสนับสนุนทันที