8 หมูป่า ปลอดภัย! อยู่ในความดูแลของหมอ หวังช่วยอีก 5 คน ได้สำเร็จเช่นที่ผ่าน

8 หมูป่า ปลอดภัยดี อยู่ในความดูแลของหมอ รอประเมินอีก 5 คน ที่เหลือ หวังช่วยได้สำเร็จเหมือนที่ผ่าน

ภายหลังจากเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ บริเวณหน้าถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยยืนยันว่า ได้เริ่มต้นปฏิบัติภารกิจ นำหมูป่ากลับบ้าน ตั้งแต่ 8 ก.ค. 61 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างพร้อม 100% โดยสามารถนำน้องๆ ออกมาได้ 4 คน จากทั้งหมด 13 คน ก่อนยุติเนื่องจากขวดอากาศหมด และเริ่มต้นลำเลียงอีก 4 คน ออกจากถ้ำได้อย่างสำเร็จอีกครั้งในวันที่ 9 ก.ค. 61 รวมหมูป่าที่ออกมาแล้วทั้งหมด 8 คน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ใน วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย หรือ ศอร. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวงได้อีก 4 คน ซึ่งทุกคนปลอดภัยและมีสติดี โดยลำเลี้ยงทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ด้วยเฮลิคอปเตอร์

ทั้งนี้ ปฏิบัติการในวันนี้เร็วกว่าเมื่อวาน 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีทีมที่เพิ่มขึ้นและมีความชำนาญมากยิ่งขึ้น โดยมีผู้ปฏิบัติงานในการวางขวดออกซิเจน กว่า 100 คน และทีมดำน้ำ 18 คน ซึ่งปฏิบัติการ ในครั้งต่อไป มีความคาดหวังว่าจะช่วยเหลือน้องๆอีก 5 คน ได้สำเร็จเช่นวันนี้ แต่จะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไรนั้นยังตอบไม่ได้ เพราะต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ส่วน

เสียงสะท้อนจากผู้โดยสาร กรณีบีทีเอสขัดข้องบ่อยครั้ง ก่อนมีมาตรการเยียวยา

เสียงสะท้อนจากผู้โดยสาร กรณีบีทีเอสขัดข้องบ่อยครั้งทำให้เกิดกระแสโจมตีอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมีมาตรการเยียวยาให้แล้ว

จากกรณีที่เมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดเหตุขัดข้องบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างตามแนวสถานี และช่วงเวลาเร่งด่วนผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ทันเวลา ทำให้เกิดกระแสโจมตีระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างกว้างขวาง จนเกิดแฮชแท็กในโลกโซเชียล #ยกเลิกสัมปทานBTS จนกระทั่งล่าสุดทางบีทีเอสได้ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสารแล้วนั้น

วันนี้ ( 9 ก.ค. 61 ) ทีมข่าว MThai ได้ลงพื้นที่บริเวณรถไฟฟ้าสถานีชิดลม สัมภาษณ์ผู้บริโภคที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส เสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริงและผลตอบรับจากกรณีดังกล่าว โดย รุ่งนภา เชื้อพันธ์ อายุ 27 ปี ผู้ใช้บริการบีทีเอส เปิดเผยว่า ตนใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อมาทำงานเป็นประจำทุกวัน ช่วงที่เกิดเหตุขัดข้องตนมาทำงานช่วงเช้าต้องรอเป็นชั่วโมงก็ไม่ได้ขึ้น

ทำให้ไปทำงานสาย ซึ่งบีทีเอสก็ได้เยียวยาโดยการไม่คิดค่าโดยสารและคืนรอบให้ ตนก็รู้สึกพอใจในส่วนที่บีทีเอสช่วยเยียวยา ส่วนสิ่งที่อยากให้แก้ไขคือช่วงเวลาเร่งด่วนคนเยอะ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ออกบัตรให้เลย ไม่ต้องหยอดเหรียญเพื่อซื้อตั๋วอีกรอบ เพื่อประหยัดเวลา

วีรยา อินทรบุตร อายุ 22 ปี เผยว่า ตนใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสไม่บ่อยนัก และไม่เคยเจอปัญหาระบบการเดินรถ แต่จะติดขัดในกรณีที่คนเยอะจนเบียดกันเกินไป ส่วนเรื่องปัญหาระบบขัดข้องที่ผ่านมานั้น ตนเป็นห่วงว่าหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่โอเคที่เลือกนั่งบีทีเอสเพื่อความสะดวกสบายรวดเร็วแต่กลับช้าเหมือนเดิม จึงอยากให้เร่งแก้ไข

ด้านจุฬา มงคลศิลป์ อายุ 19 ปี กล่าวว่า ตนอยากให้รถไฟฟ้าบีทีเอสมีการซื้อตั๋วได้เลยจากหน้าเคาน์เตอร์ โดยไม่ต้องนำเหรียญไปหยอดซื้อจากเครื่องอีกต่อหนึ่งซึ่งคิวยาวมาก รวมทั้งอยากให้เพิ่มขบวนรถเนื่องจากรอนานในช่วงเวลาเร่งด่วน

ทั้งนี้ ทางผู้บริหารของ BTS ออกมาเยียวยาเหตุอาณัติสัญญาณหรือระบบควบคุมรถไฟฟ้าอัติโนมัติขัดข้องและมาตรการดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไว้ 2 กรณีดังนี้

มาตรการในการดูแลผู้โดยสาร – เหตุการณ์ที่รถไฟฟ้าขัดข้องเมื่อวันที่ 25 – 27 มิถุนายน 2561

-บัตรเที่ยวเดียว นำกลับมาใช้ได้ภายใน 14 วัน และถ้าไม่ได้เดินทางสามารถขอคืนเงินได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561

-บัตรโดยสารประเภทเติมเงิน นำบัตรมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษได้จำนวน 3 เที่ยว (ครอบคลุมส่วนต่อขยาย โดยไม่ต้องชำระเพิ่ม)

-บัตรโดยสารประเภทเติมเที่ยว นำบัตรมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษได้จำนวน 6 เที่ยว (ครอบคลุมส่วนต่อขยาย โดยไม่ต้องชำระเพิ่ม)

ผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารมาติดต่อรับการเติมเที่ยวเดินทางพิเศษได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารสถานีบีทีเอสทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 7 – 31 กรกฎาคม 2561 และสามารถใช้เดินทางได้ภายใน 45 วันนับจากวันที่มาเติมเที่ยวพิเศษ โดยจะมีอายุการใช้งานอีก 30 วันนับจากการครั้งแรกที่ใช้เที่ยวพิเศษเดินทาง

ส่วนมาตรการในการดูแลผู้โดยสาร – เหตุการณ์ที่รถไฟฟ้าขัดข้องทำให้เกิดความล่าช้าเกิน 30 นาที ซึ่งไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย

-บัตรเที่ยวเดียว นำกลับมาใช้ได้ภายใน 14 วันนับจากวันที่ออกบัตร และถ้าไม่ได้เดินทางสามารถขอคืนเงินได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วภายในวันเดียวกัน

-บัตรโดยสารประเภทเติมเงิน บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเงิน แต่ผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด

-บัตรโดยสารประเภทเติมเที่ยว บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเที่ยวเดินทาง โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด และเพิ่มเที่ยวเดินทางพิเศษครอบคลุมส่วนต่อขยายให้จำนวน 2 เที่ยวต่อวันที่เกิดความล่าช้า

รบ. ชี้ลงโทษเด็ดขาดหากพบเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือจนท.ละเลยกรณีเรือล่มภูเก็ต

รัฐบาลอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัย-ญาติ กรณี เรือล่มภูเก็ต ย้ำให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ชี้ลงโทษเด็ดขาดหากพบเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญหรือเจ้าหน้าที่ละเลยหน้าที่

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากศูนย์บัญชาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ตว่า จะมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยอำนวยความสะดวกพิธีกรรมทางศาสนา ณ วัดโฆษิต จ.ภูเก็ต ทำหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งเรื่องเอกสารและพิธีกรรมจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และเดินทางกลับพร้อมอัฐิ

โดยจะส่งต่อให้ศูนย์ประสานงานที่สนามบินดูแลอำนวยความสะดวกต่อไป โดยมีวัฒนธรรมจังหวัดเป็นหน่วยประสานงานหลัก บูรณาการเจ้าหน้าที่จากกรมการศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มูลนิธิกุศลธรรม ศูนย์แก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และกระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้ เทศบาลนครภูเก็ตจะจัดทีมทะเบียนราษฎร์ไปให้บริการออกใบมรณะบัตรและที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตและที่วัด ซึ่งวัดที่ใช้ประกอบพิธีฌาปนกิจมีทั้งหมด 15 แห่ง จัดพิธีได้สูงสุดวัดละ 2 ศพ/วัน และวัดม่าหนิก ฌาปนกิจได้ 4 ศพ/วัน

หากเป็นพิธีทางศาสนาคริสต์ ถ้าญาติประสงค์จะฝัง สามารถฝังได้ที่สุสานคริสเตียน แต่ถ้าฌาปนกิจจะต้องทำที่วัดเช่นกัน และมีศิษยาภิบาลคอยอำนวยความสะดวกทำพิธีให้ ส่วนพิธีทางศาสนาอิสลาม จะมีมัสยิดทั้งหมด 58 แห่ง โดยมีโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดดูแลทำพิธีให้ และกรณีนำศพกลับประเทศ บริษัทสกายเทรด เซอร์วิส ซึ่งบริการด้านการขนส่งคาโก้จะช่วยขนส่งศพกลับประเทศ โดยจะให้บริการครบวงจรตั้งแต่แพคหีบห่อ และเรื่องเอกสารทั้งต้นทางและปลายทาง

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการแปลเอกสารและรับรองทุกชนิด ส่วนค่าธรรมเนียมการต่ออายุวีซ่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ประสบภัยทุกกรณี

นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลจะสืบสวนค้นหาความเป็นจริงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ หากมีความเกี่ยวข้องกับทัวร์ศูนย์เหรียญจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยเชื่อมั่นว่าทางการจีนจะร่วมมือกับไทยในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาทัวร์ศูนย์เหรียญส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ตัวนักท่องเที่ยวเอง และอีกหลายด้าน

พร้อมทั้งกำชับให้ตรวจสอบด้วยว่ามีหน่วยงานใดของไทยที่รู้เห็นเป็นใจ หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วยหรือไม่

ข้อมูล  ประชาสัมพันธ์สำนักโฆษก