เสียงสะท้อนจากผู้โดยสาร กรณีบีทีเอสขัดข้องบ่อยครั้งทำให้เกิดกระแสโจมตีอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมีมาตรการเยียวยาให้แล้ว
จากกรณีที่เมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดเหตุขัดข้องบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างตามแนวสถานี และช่วงเวลาเร่งด่วนผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ทันเวลา ทำให้เกิดกระแสโจมตีระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างกว้างขวาง จนเกิดแฮชแท็กในโลกโซเชียล #ยกเลิกสัมปทานBTS จนกระทั่งล่าสุดทางบีทีเอสได้ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสารแล้วนั้น
วันนี้ ( 9 ก.ค. 61 ) ทีมข่าว MThai ได้ลงพื้นที่บริเวณรถไฟฟ้าสถานีชิดลม สัมภาษณ์ผู้บริโภคที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส เสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริงและผลตอบรับจากกรณีดังกล่าว โดย รุ่งนภา เชื้อพันธ์ อายุ 27 ปี ผู้ใช้บริการบีทีเอส เปิดเผยว่า ตนใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อมาทำงานเป็นประจำทุกวัน ช่วงที่เกิดเหตุขัดข้องตนมาทำงานช่วงเช้าต้องรอเป็นชั่วโมงก็ไม่ได้ขึ้น
ทำให้ไปทำงานสาย ซึ่งบีทีเอสก็ได้เยียวยาโดยการไม่คิดค่าโดยสารและคืนรอบให้ ตนก็รู้สึกพอใจในส่วนที่บีทีเอสช่วยเยียวยา ส่วนสิ่งที่อยากให้แก้ไขคือช่วงเวลาเร่งด่วนคนเยอะ อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ออกบัตรให้เลย ไม่ต้องหยอดเหรียญเพื่อซื้อตั๋วอีกรอบ เพื่อประหยัดเวลา

วีรยา อินทรบุตร อายุ 22 ปี เผยว่า ตนใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสไม่บ่อยนัก และไม่เคยเจอปัญหาระบบการเดินรถ แต่จะติดขัดในกรณีที่คนเยอะจนเบียดกันเกินไป ส่วนเรื่องปัญหาระบบขัดข้องที่ผ่านมานั้น ตนเป็นห่วงว่าหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่โอเคที่เลือกนั่งบีทีเอสเพื่อความสะดวกสบายรวดเร็วแต่กลับช้าเหมือนเดิม จึงอยากให้เร่งแก้ไข
ด้านจุฬา มงคลศิลป์ อายุ 19 ปี กล่าวว่า ตนอยากให้รถไฟฟ้าบีทีเอสมีการซื้อตั๋วได้เลยจากหน้าเคาน์เตอร์ โดยไม่ต้องนำเหรียญไปหยอดซื้อจากเครื่องอีกต่อหนึ่งซึ่งคิวยาวมาก รวมทั้งอยากให้เพิ่มขบวนรถเนื่องจากรอนานในช่วงเวลาเร่งด่วน

ทั้งนี้ ทางผู้บริหารของ BTS ออกมาเยียวยาเหตุอาณัติสัญญาณหรือระบบควบคุมรถไฟฟ้าอัติโนมัติขัดข้องและมาตรการดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไว้ 2 กรณีดังนี้
มาตรการในการดูแลผู้โดยสาร – เหตุการณ์ที่รถไฟฟ้าขัดข้องเมื่อวันที่ 25 – 27 มิถุนายน 2561
-บัตรเที่ยวเดียว นำกลับมาใช้ได้ภายใน 14 วัน และถ้าไม่ได้เดินทางสามารถขอคืนเงินได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561
-บัตรโดยสารประเภทเติมเงิน นำบัตรมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษได้จำนวน 3 เที่ยว (ครอบคลุมส่วนต่อขยาย โดยไม่ต้องชำระเพิ่ม)
-บัตรโดยสารประเภทเติมเที่ยว นำบัตรมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษได้จำนวน 6 เที่ยว (ครอบคลุมส่วนต่อขยาย โดยไม่ต้องชำระเพิ่ม)
ผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารมาติดต่อรับการเติมเที่ยวเดินทางพิเศษได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารสถานีบีทีเอสทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 7 – 31 กรกฎาคม 2561 และสามารถใช้เดินทางได้ภายใน 45 วันนับจากวันที่มาเติมเที่ยวพิเศษ โดยจะมีอายุการใช้งานอีก 30 วันนับจากการครั้งแรกที่ใช้เที่ยวพิเศษเดินทาง
ส่วนมาตรการในการดูแลผู้โดยสาร – เหตุการณ์ที่รถไฟฟ้าขัดข้องทำให้เกิดความล่าช้าเกิน 30 นาที ซึ่งไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย
-บัตรเที่ยวเดียว นำกลับมาใช้ได้ภายใน 14 วันนับจากวันที่ออกบัตร และถ้าไม่ได้เดินทางสามารถขอคืนเงินได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วภายในวันเดียวกัน
-บัตรโดยสารประเภทเติมเงิน บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเงิน แต่ผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด
-บัตรโดยสารประเภทเติมเที่ยว บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเที่ยวเดินทาง โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด และเพิ่มเที่ยวเดินทางพิเศษครอบคลุมส่วนต่อขยายให้จำนวน 2 เที่ยวต่อวันที่เกิดความล่าช้า