นาทีท่อนคอนกรีตสร้างมอเตอร์เวย์ ล้มใส่รถหวิดดับทั้งครอบครัว

ผู้เสียหายโวยงานก่อสร้างโครงการระดับชาติ แต่ไร้มาตฐานความปลอดภัย หลังท่อนคอนกรีตสร้าง มอเตอร์เวย์ บางปะอิน โคราชล้มฟาดรถพังยับ แต่ได้รับการเยียวยาไม่คุ้มค่าความเสียหาย 

วันนี้ (9 ก.ค. 2561) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ดาว กระจาย ได้มีการโพสต์ข้อความเพื่อเรียกร้องหาคนรับผิดชอบ หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ท่อนคอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-โคราช หล่นทับรถยนต์ของเขาขณะที่วิ่งอยู่บนถนนจคนในรถได้รับบาดเจ็บ แต่กลับได้รับการเยียวยาไม่คุ้มค่ากับความเสียหาย

โดยระบุว่า หวิดดับ ท่อนคอนกรีตสร้าง มอเตอร์เวย์ บางปะอิน โคราช ช่วง ปากช่อง ลำตะคอง บาดเจ็บทั้งครอบครัว นี่หรือมาตรฐานการก่อสร้างโครงการระดับประเทศ ทำงานไร้มาตรฐานและยังไร้จิตสำนึกการรับผิดชอบต่อผู้สัญจรไปมา เหตุเกิดตั้งแต่ 25 พ.ค.61

โครงการก่อสร้างใหญ่ระดับขาติ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 บางประอิน-สระบุรี-โคราช กม.ที่ 81-82 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไร้การเยียวยา และไร้จิตสำนึกรับผิดขอบ จากเหตุกาณ์รถปั๊มคอนกรีตของโครงการถอยชนเสาไฟฟ้าในโครงการล้มทับรถพังยับและผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน โยนเงินค่าสินไหมให้เพียง 50, 000

นี่หรือโครงการประมูลก่อสร้างระดับชาติ นอกจากการประมาทอย่างร้ายแรงไร้ประสิทธิภาพและมาตรฐานในระบบการทำงานแล้ว ยังไร้จิตสำนึกรับผิดอย่างร้ายแรง แล้วประชาชนผู้สัญจรผ่านทางหลักสู่ภาคอิสานเส้นนี้จะหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได่อย่างไร…ใครรับผิดชอบ????

คุมตัวเจ้าของบริษัทเดินเรือฟีนิกซ์ เพิกถอนวีซ่า

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเจ้าของบริษัทเลซี่แคท อยู่ที่ห้องกักตัวของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ภูเก็ต – ทำการเพิกถอนวีซ่า

วันนี้ ( 9 ก.ค. 61) แฟนเพจ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล  ได้รายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าของบริษัทเลซี่แคท อยู่ที่ห้องกักตัวของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งทำการเพิกถอนวีซ่าในข้อหาร่วมกันโดยประมาท ซึ่งไม่ได้แจ้งข้อหาแค่กัปตันที่ทำหน้าที่ขับเรือเท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัทที่ประสบเหตุครั้งนี้มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “บริษัทท่าลี่” ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีไปแล้ว รวมถึงการต่อเรือที่ใช้นำเที่ยวว่าถูกต้องหรือไม่

จากการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทที่เป็นนอมีนีจำนวน 11-12 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งพังงา ภูเก็ต โดยมีข้อมูลยืนยันจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตได้ส่งเข้ามาให้กับทางเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วย ซึ่งในวันที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นไม่มีผู้ประกอบการคนไทยรายใดออกเรือเลย / แต่บริษัทนอมีนีกลับมีการออกเรือ เนื่องจากมีการสั่งการจากต่างประเทศ

สำหรับบริษัทท่าลี่ หลังจากที่ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว ศาลมีคำสั่งให้ยึดเงินไปจำนวน 200 กว่าล้านแล้ว รวมถึงเรือ 35 ลำ โรงแรมบนเกาะ 1 หลัง รถยนต์ 117 คัน โดยบริษัทท่าลี่มีบริษัทในเครือข่าย 15 บริษัท ซึ่งไม่รวมกับ 2 บริษัทที่เกิดเหตุขึ้นใหม่

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สุรเชษฐ์ หักพาล