จำลองเหตุการณ์ น้องหญิงโดดลงรถเสียชีวิต พบหลักฐานขัดคำให้การของอ๊อฟ

จำลองเหตุการณ์ คดีน้องหญิงโดดลงรถเสียชีวิต หลังพบ ผลชันสูตรเบื้องต้นจากแพทย์ระบุว่า ถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมที่ท้ายทอย 

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Baifern Pns ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ ว่าวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา “น้องหญิง” อายุ19 ปี ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ที่ อ.บางปะอิน จ.อยุธยาและได้เสียชีวิตเนื่องจากกะโหลกศีรษะแตก สมองบวม โดยผู้ชายที่ขับรถมาส่งน้องหญิงอ้างว่าผู้เสียชีวิตได้กระโดดลงจากรถไปเอง แต่ผลชันสูตรเบื้องต้นจากแพทย์ระบุว่าถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมที่ท้ายทอย ทำให้ญาติติดใจการเสียชีวิต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน และได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสุรพล หรือออฟ ดาราคำ อายุ 23 ปี ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่ตามที่นายอ๊อฟ ว่าขณะที่กำลังพาน้องหญิงไปส่งที่หอพักในย่าน นวนคร จ.ปทุมธานี น้องหญิงได้กระโดดลงจากรถบรรทุกเทเลอร์ได้รับบาดเจ็บ แล้วได้ไปขอความช่วยเหลือรถยนต์กระบะที่จอดให้ช่วยอุ้มพาน้องหญิงขึ้นรถเทเลอร์ไปส่งโรงพยาบาลการุญเวช อยุธยา ต่อมาทางญาติได้ย้ายน้องหญิงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลปทุมธานีเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ก.ค.พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยาพ.ต.ท.สมาน ศรีอรุณ รองผกก.สอบสวน สภ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพระนครศรีอยุธยา นำรถยนต์เทเลอร์ คันเกิดเหตุ มาจำลองเหตุการณ์บริเวณถนนคู่ขนานถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ ช่วงบริเวณด้านข้างจุดกลับรถ ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำการวัดระยะความสูงจากตัวที่นั่งของผู้โดยสารจนถึงพื้นถนนพบว่ามีความสูง 1.80 เมตร จ.พระนครศรีอยุธยา และมีการจำลองเหตุการณ์ลักษณะการนั่งของน้องหญิงในวันเกิดเหตุ

โดยมี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย นายสุบิน ยาวิราช บิดา ของน้องหญิง ที่เสียชีวิต และครอบครัวเดินทางมาดูสถานที่เกิด เหตุและการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลการุญเวชอยุธยา เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่นายอ๊อฟอ้างว่า ได้พาน้องหญิงผู้บาดเจ็บนำขึ้นรถเทเลอร์แล้วนำมาส่งที่โรงพยาบาล

พบว่า กล้องด้านหน้าของโรงพยาบาลไม่มีกล้องวงจรปิด สอบถามเจ้าหน้าที่ รปภ.และเจ้าหน้าที่เวรเปลให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุนายอ๊อฟได้ขับรถยนต์เทเลอร์พาร่างของน้องหญิงเข้ามาส่งที่โรงพยาบาลจริง ภาพกล้องวงจรปิดทางโรงพยาบาลเปิดเผยข้อมูลและให้ทางญาติพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูเท่านั้นไม่อนุญาตให้มีการบันทึกภาพ

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ทางพ่อของน้องหญิงได้ให้ทางชมรมช่วยเร่งรัดติดตามคดี เพราะคดีนี้น่าจะเป็นคดีฆาตรกรรมอำพรางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน มีการดำเนินคดีช้าและผิดขั้นตอนรวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหา

ในวันที่ 30 ก.ค.เวลาประมาณ 10.00 น.ตนเองพร้อมกับพ่อของน้องหญิงจะเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับทางกองปราบปรามให้เข้ามาทำคดีนี้และตนเองจะแจ้งความดำเนินคดีในมาตรา 157 กับทาง พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอิน

จากการดูภาพจากกล้องวงจรปิดและการซักถามจากทางแพทย์ที่ทำการรักษา ในเบื้องต้นลักษณะการบาดเจ็บเมื่อน้องหญิงมาถึงโรงพยาบาล พบว่าน้องหญิงมีบาดแผลร่องรอยที่บริเวณด้านขวาและจะเป็นรอยเขี้ยวช้ำมากกว่า ซึ่งขัดกับความจริงและคำให้การของนายอ๊อฟ และผลการตรวจบาดแผล

ในเบื้องต้น เชื่อว่าน้องหญิงจะต้องถูกทำร้ายร่างกายด้วยลักษณะของอาวุธที่น่าจะเป็นท่อนไม้หรือท่อนเหล็กที่คนขับรถบรรทุกมีไว้ใช้ในการรองล้อรถยนต์ หรือเช็คลมยาง ประกอบกับการตรวจสอบระบบ GPS ของรถยนต์บรรทุกในเรื่องของความเร็วและระยะเวลาการเดินทางของรถยนต์ที่ขัดแย้งกับคำให้การหลายอย่าง จากนี้จะเดินทางไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกรียติ จ.ปทุมธานี เพื่อขอทราบผลการผ่าชันสูตรศพ

ส่วนที่ สภ. บางปะอินร.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ วงค์ภูผานนท์ รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน ได้ควบคุมตัวนายอ๊อฟ มาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและรับทราบข้อกล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากนั้นได้นำตัวไปฝากของที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ภรรยา อายุ 23 ปี มาเยี่ยมและติดตามไปที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางญาติเตรียมที่จะยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนายอ๊อฟในวันที่ 31 ก.ค. 2561

ทางด้านนายอ๊อฟหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสอบสวนมาตลอดทั้งคืนตนก็ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง และยืนยันในคำให้การเดิมขอให้เป็นไปตามขบวนการยุติธรรม

พ.ต.อ.ฤทธิ์ ศิริเทพ ผกก.สภ.บางปะอินกล่าวว่า นับแต่งทางญาติมาแจ้งความ้องทุกข์ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการไปตามขันตอนกระบวนการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง เรียกตัวนายอ๊อฟมาสอบสวนขอตรวจรถมาตรวจพิสูจน์ นำตัวนายอ๊อฟไปตรวจร่างกาย สอบพยานผู้เกี่ยวข้องซึ่งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในตอนแรก เพราะต้องทำการตรวจสอบว่าเป็นคดีอาชญากรรมหรือคดีจราจร

ในส่วนที่ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่อาชญากรรมจะไปแจ้งความตนเองนั้น ตนเองพร้อมที่จะชี้แจงทุกขั้นตอน และมีการรายงานผู้บังคับบัญชาตลอดและได้กำชับตนเองให้ในเรื่องของการสืบสวนและสอบสวน ส่วนของการแจ้งข้อกล่าวหาหากพบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับตัวผู้ต้องหาได้

รายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่สืบสวน ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหมวดการทางบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดกลับรถ ช่วงที่นายอ๊อฟขับรถยนต์บรรทุกเทเลอร์พาน่องหญิงส่งโรงพยาบาลการุญเวชอยุธยา ในภาพจะสังเกตุเห็นว่าน้องหญิงนั่งมาในรถด้านซ้าย

รายงานสภาพจราจร ประจำวันที่ 29 ก.ค.

รายงานสภาพจราจรในจุดต่าง ๆ ประจำวันที่ 29 ก.ค. 2561 

15.50

ฝนตก พื้นที่เขตแนวริมแม่น้ำ และพื้นที่ฝั่งพระนครต่อเนื่องอ.ลำลูกกา อ.ธัญบุรี เคลื่อนตัวทิศตะวันออก


15.49

มิตรภาพ ช่วงสีคิ้วรถเต็มพื้นที่ (ขากลับกรุงเทพ)


15.45

กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง แจ้งสภาพจราจร ถนนมอเตอร์เวย์ ทล.7 ขาเข้า จุดพักรถบางปะกง มีท้ายแถว 3 กม ส่วนเข้าด่านลาดกระบัง มีท้าย 1 กม


15.35

ฝนตก พื้นที่ฝั่งธนบุรีเขตแนวริมแม่น้ำ ต่อเนื่องเขตปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ดินแดง จตุจักร ลาดพร้าว หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง สายไหม วังทองหลาง บางกะปิ บึงกุ่ม คันนายาว คลองสามวา หนองจอก


15.32

ฝนตกหนัก มองแทบไม่เห็นทาง และลมแรงบนทางด่วน สะพานพระราม 9


15.28

ทางหลวง340 ช่วง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี >ถ.กาญจนาภิเษก เลยโรงเรียนสามัคคีวิทยาเล็กน้อย รถเก๋งชนกับรถกระบะ ขวางช่องทางซ้าย


15.20
ฝนตก พื้นที่ฝั่งธนบุรี ต่อเนื่องเขตบางซื่อ ดุสิต พญาไท ราชเทวี ดินแดง จตุจักร ลาดพร้าว หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง สายไหม คลองสามวา อ.เมืองปทุมธานี อ.ลำลูกกา อ.ธัญบุรี เคลื่อนตัวทิศตะวันออก


15.15

พหลโยธิน วังน้อยกม.78 ฝนตกหนักขึ้น ตกนาน การจราจรคล่องตัว ขาเข้ารถมากขึ้นคล่องตัว