สนามบินภูเก็ต ตั้งศูนย์ประสานงาน-ช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุเรือล่ม

สนามบินภูเก็ต จัดตั้งศูนย์ประสานงาน-ช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุเรือล่ม

วันนี้(8 ก.ค.) นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มีการประสานงานแบบบูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, บริษัทสายการบิน, ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทภก., ศุลกากร, สถานกงสุลจีน, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรสาคู, สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (PTA) และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุและการประสานญาติผู้เสียชีวิต ในการดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา

โดยมีการจัดตั้งศูนย์ 3 จุดคือ

1. ห้องโถงเช็คอินผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 7635 2363

2. ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 7635 2363

3. ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 0 7635 1005

และสามารถส่งข้อมูลผ่าน E-mail: pornpawee.n@airportthai.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายเพ็ชร เผยต่อว่า เมื่อญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึง ทภก.สามารถมาติดต่อที่จุดประสานงานของด่านตรวจคนเข้าเมือง ตม.บริเวณด้านหน้าจุดตรวจหนังสือเดินทางขาเข้าซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่นำผ่านช่องตรวจพิเศษ (Fast Track) และนำประสานต่อไปยังศูนย์ฯ ทั้ง 3 แห่ง และนำขึ้นรถพร้อมไกด์ (สามารถสื่อสารภาษาจีนได้) 1 คน/ครอบครัว ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ATTA, PTA และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ตในการนำส่งโรงพยาบาล และ/หรือที่พัก พร้อมทั้งให้บริการที่พักสำหรับญาติผู้เสียชีวิตโดยไม่คิดค่าบริการ

ที่มา จส100

โพลชี้ประชาชนประทับใจทีมเจ้าหน้าที่-หน่วยซีล ช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง

สวนดุสิตโพล เผยประชาชนประทับใจ ช่วย 13 ชีวิต มองเห็นพลังสามัคคี-ขอออกถ้ำปลอดภัย แนะหาทางป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

วันนี้(8 ก.ค.) “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,348 คน เรื่อง คนไทยได้อะไร? จากกรณี 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง โดยทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 3 – 7 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.27 ได้เห็นพลังความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจจากทั้งคนไทยและต่างชาติ ตั้งแต่วันแรกจนวันที่พบทั้ง 13 คน รองลงมา ร้อยละ 28.57 เป็นห่วงเด็กและเจ้าหน้าที่ เอาใจช่วย ลุ้น ขอให้ออกมาได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน และร้อยละ 18.57 มองว่า เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เป็นอุทาหรณ์และให้บทเรียนอันล้ำค่า

ขณะที่การช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงครั้งนี้ ประชาชนประทับใจเรื่องใดมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 57.69 ประทับใจการช่วยเหลือจากคนไทยและต่างชาติ น้ำใจที่มีให้แก่กัน ร้อยละ 33.01 การทำงานเป็นทีม การวางแผน การแบ่งงานตามหน้าที่รับผิดชอบ และร้อยละ 23.88 ประทับใจหน่วยซีล ทีมดำน้ำ และทีมค้นหา

ภาพประกอบข่าว

อย่างไรก็ตาม บทเรียน ที่สังคมไทยได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ การแก้ไขปัญหาจะสำเร็จลุล่วงได้ ต้องอาศัยการทำงานอย่างเป็นระบบ ความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ พร้อมให้มีมาตรการดูแลป้องกันมากขึ้น กำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจน มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

‘อีลอน มัสก์’ เผยกำลังสร้างแคปซูล ผลิตจากชิ้นส่วนจรวด Falcon 9 พาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง

‘อีลอน มัสก์’ เผยกำลังสร้างแคปซูล ท่อส่งออกซิเจนเหลว ผลิตจากชิ้นส่วนจรวด Falcon 9 พาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง

วันนี้(8 ก.ค.) อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีระดับโลก ผู้เป็นเจ้าของบริษัท Tesla และ SpaceX ทวีตผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาว่า ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากประเทศไทย โดยเขาจะใช้เรือดำน้ำจิ๋วที่ใช้โครงจากท่อส่งออกซิเจนเหลวของจรวดฟอลคอน ซึ่งมีขนาดเบาและเล็กพอที่จะผ่านช่องแคบต่างๆ ในถ้ำได้ และสามารถเคลื่อนย้ายโดยใช้นักดำน้ำ 2 คนช่วยกันหิ้วประคองโดยมีเด็กอยู่ข้างใน

ต่อมาอีลอน มัสก์ ได้ทวิตเพิ่มเติมระบุว่า เรือดำน้ำจิ๋วหรือห้องแคปซูลขนาดเล็กดังกล่าวจะต่อเข้ากับถังออกซิเจนอีก 4 ถัง โดยติดไว้ข้างหน้า 2 ถัง และข้างหลัง 2 ถัง เพื่อให้เด็กหายใจได้สะดวกเมื่ออยู่ในห้องนั้น โดยมีที่จับ 8 จุด ข้างหน้า 4 ข้างหลัง 4 เพื่อให้นักดำน้ำไว้จับเคลื่อนย้าย และอาจจะติดตั้งเครื่องเล่น mp3 ในห้องให้เด็กผ่อนคลายอีกด้วย

นอกจากนี้ เขายังตอบผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งด้วยว่า กระบวนการผลิตแคปซูลเคลื่อนย้ายทีมหมูป่าจะใช้เวลาสร้างทั้งหมด 8 ชั่วโมง และใช้เวลาขนส่งมาไทยอีก 17 ชั่วโมง

ที่มา @elonmusk