พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทานโปสการ์ด เป็นให้กำลังใจทีมหมูป่า

พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทานโปสการ์ด เป็นให้กำลังใจทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

วันนี้ (6 ก.ค.61) พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงติดตามข่าวด้วยความห่วงใยนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

การนี้ ได้ประทานโปสการ์ดเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักฟุตบอลเยาวชน และผู้ฝึกสอนที่ขณะนี้ได้พบแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือนำทุกคนให้กลับมาหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย ภาพโปสการ์ดเป็นภาพก้อนหินที่มีสีและขนาดแตกต่างกันจัดเรียงซ้อนกัน ในแต่ละก้อนมีข้อความภาษาเยอรมัน ที่สื่อถึงการประทานกำลังใจ ได้แก่ คำว่า

Mut (มู๊ท) มีความหมายว่า “กล้าหาญ”

Glck (กลึค) มีความหมายว่า “มีโชคดี”

Gelassenheit (เกลาสเซนไฮท์) มีความหมายว่า “มีความสุข”

Erfolg (แอร์โฟล์ก) มีความหมายว่า “ประสบความสำเร็จ”

Freude (ฟร๊อย์ด) มีความหมายว่า “มีความยินดี”

Gesundheit (เกซุนด์ไฮท์) มีความหมายว่า “ให้มีสุขภาพดี”

ด้านในของภาพโปสการ์ด พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ได้มีลายพระหัตถ์ ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ที่ทรงแสดงถึงความห่วงใยต่อนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน เป็นภาษาเยอรมัน โดยมีข้อความที่แปลเป็นภาษาไทยว่า

“เด็ก ๆ ที่รัก
พวกเธอคงกลัวกันมากอย่างแน่นอน แต่ฉันก็นึกถึงพวกเธออยู่เสมอ ฉันมีความยินดีมากที่ทุกคนปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง ฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนในการช่วยเหลือในครั้งนี้ และขอให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จได้ด้วยดี

(ลงพระนาม) ทีปังกรรัศมีโชติ”

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต แถลงเหตุเรือล่ม ดับ 33 สูญหายอีก 23 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแถลงตัวเลขทางการเรือล่มตาย 33 สูญหาย 23 สั่งปูพรมค้นหาต่อ 05.00 น. พรุ่งนี้

วันนี้(6 ก.ค.) เวลา 19.00 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงล่าสุด ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ว่าขณะนี้ นี้ตัวเลขอย่างเป็นทางการของผู้เสียชีวิต 33 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 23 ราย ซึ่งขณะนี้ทีมค้นหาได้ยุติการค้นหาเป็นการชั่วคราวแล้ว ซึ่งจะเริ่มปฎิบัติการอีกครั้งในเวลา 05.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค.)

ทั้งนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตได้บูรณาการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน และมอบหมายให้แต่ละส่วนดำเนินการอย่างเต็มที่ และจะช่วยเหลือผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตให้ถึงที่สุด

ผงะ! ไฟฟ้าดูดเด็กนักเรียนเนื้อหลุด หลังจับราวสะพานลอยปากทางพัทยากลาง

ผงะ! ไฟฟ้าดูดเด็กนักเรียนเนื้อหลุด หลังจับราวสะพานลอยปากทางพัทยากลาง ไม่สามารถดึงมือตัวเองออกได้ เพื่อนต้องช่วยกันดึงออก จนเนื้อหลุด

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2561 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Oungkana nilphotong ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ “พัทยา ทอล์ค” เพื่อเตือนภัยใจความว่า “ช่วงเลิกเรียน ลูกชายเดินขึ้นสะพานลอยกลับบ้าน เผลอจับราวสะพานแล้วถูกไฟดูดอย่างแรงไม่สามารถดึงมือตัวเองออกได้ เพื่อนต้องช่วยกันดึงออก สรุปเนื้อหลุดค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ เตือนน้องๆด้วยนะคะ รู้สึกว่าตรงนั้นใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง (หรือเปล่า) เหตุเกิดบริเวณสะพานลอยคนข้ามหน้าโรงเรียนเมืองพัทยา 5 ริมถนนสุขุมวิท ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ล่าสุดวันนี้ (6 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุพบ นายนิรุติ เจริญชอบ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน โดยมี นางสาวสุนิษา มูลแก้ว อายุ 31 ปี มารดาของ ด.ช.โภควินทร์ มูลแก้ว อายุ 10 ปี ผู้ประสบเหตุ ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมให้ดูร่องรอยบาดแผลเนื้อหลุดที่นิ้วชี้มือขวา ทั้งนี้ นางสาวสุนิษา เล่าว่า น้องโภควินทร์ ลูกชายเล่าให้ฟังหลังเกิดเหตุการณ์ว่าขณะใช้สะพานลอยคนข้ามบริเวณหน้าโรงเรียนแล้วใช้มือทั้งสองข้างเกาะราวสะพาน ปรากฏว่าถูกไฟดูด สักพักจึงกระชากมือออกจากราวสะพานจึงทำให้เนื้อหลุดติดไป โชคดีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งนี้ ที่นำข้อความลงเพจไม่ได้ต้องการประจานหน่วยงานใด เพียงแต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์และให้ทุกคนระวังตัวกันให้มากขึ้นในการจับราวสะพาน เพราะเราไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีกระแสไฟฟ้าค้างอยู่หรือไม่ อีกทั้งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขตรวจสอบ เนื่องจากสะพานแห่งนี้มีเด็ก ๆ ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต และประชาชนทั่วไปใช้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกคนที่ขึ้นลงสะพานก็มักจับราวสะพานกันอยู่แล้ว

ด้าน นายนิรุติ เจริญชอบ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา ชี้แจงว่าภายหลังเกิดเหตุก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องระบบการป้องกันไฟรั่วซึ่งก็พบว่ามีการต่อสายลงดินตามมาตรฐาน ขณะที่ส่วนที่เป็นโลหะของแนวสะพานก็ไม่พบไฟรั่วแต่ประการใด อีกทั้งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังคงมีเด็กนักเรียน และประชาชนใช้สะพานลอยคนข้ามและมือแตะราวบันไดได้ตามปกติ จึงยืนยันว่าการใช้สะพานลอยคนข้ามหน้าโรงเรียนเมืองพัทยา 5 ปลอดภัยแน่นอน ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้องโดนไฟดูดต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า สำหรับสะพานลอยหน้าโรงเรียนเมืองพัทยา 5 เป็นหนึ่งโปรเจคในโครงการอุโมงค์ทางลอดพัทยากลาง ซึ่งกรมทางหลวงชนบทเจ้าของงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงชนบทได้ส่งมอบให้เมืองพัทยาดูแล แต่อยู่ในระยะรับประกัน 2 ปีนับจากวันส่งมอบตามสัญญา ดังนั้นระหว่างนี้หากมีความเสียหายหรือข้อบกพร่องเกิดขึ้น เมืองพัทยาจะเป็นผู้ประสานกรมทางหลวงชนบทในการปรับปรุงแก้ไข ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดกระแสไฟฟ้ารั้วบริเวณราวสะพานลอยคงต้องตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง