เกษตรกรเมืองนนท์ทำ ‘นาบัว’ พืชต้นทุนไม่สูงสร้างรายได้งาม

เกษตรกร จ.นนทบุรี ทำ ‘นาบัว’ ตัดดอกบัวและฝักบัว ส่งขายสร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,000-30,000 บาท

เคยสงสัยไหมว่า ‘ดอกบัว‘ ที่เรานำมาใช้ไหว้พระ หรือแม้กระทั่งฝักบัวที่นิยมนำเม็ดบัวมาทานกันนั้น มีขั้นตอนการเพาะปลูกอย่างไร วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ มีโอกาสได้เดินทางไปที่นาบัวของคุณสมชาย คล้ายโชติคล่อง อายุ 52 ปี ซึ่งทำนาบัวอยู่ในพื้นที่ ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่มีประสบการณ์ด้านการทำนาบัวมาแล้วกว่า 30 ปี จะมาเปิดเผยเทคนิคและขั้นตอนต่างๆในการเพาะเลี้ยงบัว ทั้งบัวฉัตรชมพู บัวฉัตรขาว และบัวหลวง (ปลูกไว้เพื่อเอาฝัก)

โดยคุณสมชาย เปิดเผยว่าอาชีพทำนาบัวนั้นเป็นอาชีพดั่งเดิมตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้วจึงรับช่วงต่อมาจัดการต่อ โดยช่วงที่มีการรับประกันราคาข้าวก็ได้เปลี่ยนไปทำนาข้าว เพราะด้วยเหตุผลที่ภาครัฐมาการรับรองราคาข้าวอย่างชัดเจน แต่พอช่วงราคาข้าวตก ก็กลับมาทำนาบัวเช่นเดิม ซึ่งมองว่าการทำนาบัวนั้นไม่ยุ่งยาก และใช้ต้นทุนน้อยกว่าการทำนาข้าว

สำหรับขั้นตอนการทำนาบัวของคุณสมชายนั้นจะใช้วิธีการปักดำต้นพันธุ์บัว โดยปล่อยน้ำขังในนาบัวในระดับน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร โดยระหว่างนั้นควรกำจัดวัชพืชด้วย ไม่เช่นนั้นพวกวัชพืชเหล่านั้นจะไปแย่งอาหารของต้นบัวได้ โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนก็จะเริ่มออกดอก ซึ่งในช่วงนี้จะเริ่มฉีดยาเพื่อกำจัดศัตรูพืชทั้งหนอนและไร และยาเร่งฮอร์โมนเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แก่ดอกบัวโดยจะฉีดวันเว้นวัน

ซึ่งปกติแล้วนาบัวจะทำได้ปีละ 2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานถึง 3 เดือน โดยจะเก็บแบบวันเว้นวัน ต่อวันก็จะได้ดอกบัวประมาณ 1,500-2,000 ดอก แล้วแต่ช่วงฤดูกาล โดยจะเริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเช้าจนกระทั่งช่วงสายๆ เนื่องจากหากมีแสงแดดมากเกินไปจะทำให้ดอกบัวเหี่ยวและไม่เหมาะต่อการนำไปจำหน่าย สำหรับดอกบัวนั้นหากเป็นช่วงหน้าร้อนตั้งแต่เดือนเมษายน ดอกบัวก็จะเจริญเติบโตได้ดีมีผลผลิตมาก แต่ราคาดอกบัวก็จะลดราคา หากเป็นช่วงฤดูหนาวผลผลิตก็จะน้อยลงราคาดอกบัวก็จะเพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงเก็บเกี่ยวนั้นก็จะเลือกขนาดดอกบัว 3 ขนาด ตั้งแต่ ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยในช่วงระหว่างเก็บดอกก็จะเด็ดใบที่ถูกศัตรูพืชทำลายทิ้ง และยังเป็นการทำให้บัวแตกหน่อเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในส่วนของนาบัวที่ปลูกเอาฝัก หลังจากปักดำแล้วก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยจะปล่อยในดอกบานจนเหลือแต่ฝักบัว

ทั้งนี้หลังครบระยะเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว ขั้นตอนการบำรุงนั้นก็จะระบายน้ำออกจากนาบัว แล้วใช้รถไถลงในนาบัวให้ทั่วหลังจากนั้นก็การสามารถปล่อยน้ำเข้านาบัว สาเหตุที่ต้องไถนาบัวนั้นเพื่อทำให้ดินโปร่งอีกทั้งเป็นการลดปริมาณบัวชั้นบนที่มีรากขนาดเล็ก ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่มีการไถนา บัวจะมีจำนวนที่แน่นมากเกินไปและส่งผลทำให้ฝักบัวมีขนาดเล็ก

สำหรับการตัดส่งขายนั้นจะขายเป็นกำ กำละ 10 ดอก ในส่วนของราคาดอกบัวต่อกำนั้นก็ขึ้นอยู่กับราคากลางในท้องตลาด เฉลี่ยตั้งแต่ราคา 10-50 บาท ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาราคาเคยพุ่งสูงถึงกำละ 100 บาท โดยที่นาบัวของคุณสมชายนั้นเมื่อเก็บดอกบัวพร้อมทำเป็นกำๆ แล้ว ก็จะขับรถไปส่งยังปากคลองตลาดแบบวันต่อวันรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตกอยู่ที่ประมาณ 25,000-30,000 บาท หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับราคาในแต่ละช่วง

สำหรับใครที่สนใจอยากติดตามซื้อดอกบัวหรือฝักบัว สามารถไปได้ที่ ‘นาบัวป้านา’ ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์ 086-906-6851 (ป้านา)

บทความโดย : ธเนตร พุทธิตระกูล / ภาพ : วิชาญ โพธิ

‘พิชญ์ โพธารามิก’ เผยแผนรุกช่อง MONO29 ดันบาสฯ ไทยสู่ระดับโลก

นิตยสาร Marketeer เผยบทสัมภาษณ์ “พิชญ์ โพธารามิก” ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ “MONO” ถึง Sport Entertainment เกมบุกจากช่อง MONO29 รุกตลาดช่องทีวีไทย

หลังจากทุ่มเทวางแผนจัดกลยุทธ์ จนทำให้ ช่อง MONO29 เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ แถมยังติดอันดับ Top 3 ช่องทีวี ที่มีคนติดตามมากที่สุด จากการที่มี หนังดี ซีรีส์ดัง จนครองใจคนทุกเพศทุกวัย มาวันนี้ พิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ “MONO” ได้มีการเปิดเผยแผนงานในการดัน ช่อง MONO29 ให้ก้าวไปยังเป้าหมายในอันดับ 2 ผ่าน นิตยสาร Marketeer ว่า..

MONO29

นอกจากจะซื้อลิขสิทธิ์หนังและซีรีส์ต่างประเทศหลากหลายแนว ตั้งแต่ แอ็คชั่น ไซไฟ ดราม่า โรแมนติก คอมเมดี้ ลึกลับ สยองขวัญ ฯลฯ แล้ว ในปีนี้ MONO29 เตรียมนำ Sport Entertainment มาเผยแพร่สู่สายตาประชาชนผู้คลั่งไคล้กีฬาด้วย เพราะกีฬา ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ยิ่งถ้าเป็นกีฬาที่ทีมชาติไทยมีสิทธิ์คว้ารางวัลใดๆ ก็ตาม คนไทยทุกคนก็พร้อมสนับสนุนกีฬานั้น อีกทั้งกีฬายังสามารถรวมใจคนทั้งชาติไว้ได้

บาสเกตบอล, พิชญ์ โพธารามิก, MONO29
พิชญ์ โพธารามิก

โดยกีฬาอีกชนิดที่คนไทยหลงใหลแต่ยังหาชมยาก ผ่านทางฟรีทีวีอยู่ก็คือ บาสเกตบอล อีกทั้งบาสเกตบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 รองจากฟุตบอล เพราะกีฬาชนิดนี้ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ มีแค่แป้นกับลูกบาสก็สามารถเล่นได้แล้ว และนั่นคือเหตุผลว่า ทำไมทุกโรงเรียนถึงมีสนามบาสเกตบอล

ขณะเดียวกันเหตุที่นำกีฬาบาสเกตบอลมาลงจอช่อง MONO 29 เนื่องจากเรตติ้งในการถ่ายทอดสดแต่ละปีก็ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2558 เรตติ้งอยู่ที่ ประมาณ 0.2 และเพิ่มเป็น 0.3 และ 0.4 ในปี 2559 และ 2560ตามลำดับ และในปี 2561 นั้น เรตติ้ง 5 เดือนแรก เฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 เลยทีเดียว และคาดว่าจะโตขึ้นอย่างแน่นอน

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ MONO ก้าวเข้ามาพัฒนาลีกบาสเกตบอลไทยอย่างจริงจัง อีกทั้งที่ผ่านมากีฬาบาสเกตบอลขาดผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พิชญ์ โพธารามิก จึงตัดสินใจเข้าร่วมสนับสนุนนักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย ด้วยการสนับสนุนทุนทรัพย์ส่วนตัว ให้กับทางสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อหวังที่จะให้วงการบาสเกตบอล ก้าวไปข้างหน้า เพราะมองเห็นศักยภาพของนักบาสทีมชาติไทย สามารถพัฒนาให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับแถวหน้าของเอเชียได้


ทั้งนี้ นอกจากจะส่งเสริมกีฬาบาสเกตบอล ทั้งทีมชาติและระดับลีกแล้ว MONO29 ยังตั้งเป้าจัดสร้างแป้นบาสให้ได้ 1,000 แป้น ภายใน 3 ปี โดยจะเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการ CSR คืนกีฬาสู่สังคมอีกด้วย

ซึ่ง พิชญ์ โพธารามิก ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า

“ผมเป็นคนไม่ยอมแพ้ แต่ไม่ใช่ดื้อดึง จะไม่ฝืนถ้ารู้ว่าไปต่อไม่ได้ แต่เมื่อมีโอกาสจะขอลองทำก่อน พอถึงจุดหนึ่งผลลัพธ์จะออกมาบอกเอง ว่าควรทำต่อหรือไม่ ผมเชื่อว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้ถ้าเราตั้งใจและพยายาม”

พิชญ์ โพธารามิก ผู้ส่งเสริมกีฬาบาสเกตบอล ทั้งทีมชาติและระดับลีก

พิชญ์ โพธารามิก

บทสัมภาษณ์ พิชญ์ โพธารามิก บางส่วนจาก นิตยสาร Marketeer ฉบับเดือนกรกฎาคม 2561
สามารถหาซื้อได้ตามแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ขอบคุณภาพจาก marketeeronline.co และ Basketball Thailand

‘พิชญ์ โพธารามิก’ เผยแผนรุกช่อง MONO29 ดันบาสฯไทยสู่ระดับโลก

นิตยสาร marketeer เผยบทสัมภาษณ์ ‘พิชญ์ โพธารามิก’ ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ “MONO” ถึง Sport Entertainment เกมบุกจากช่อง MONO29 รุกตลาดช่องทีวีไทย

หลังจากทุ่มเทวางแผนจัดกลยุทธ์ จนทำให้ ช่อง MONO29 เป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ แถมยังติดอันดับ Top 3 ช่องทีวีที่มีคนติดตามมากที่สุด จากการที่มีหนังดี ซีรี่ย์ดัง จนครองใจคนทุกเพศทุกวัย มาวันนี้ พิชญ์ โพธารามิก ประธานกรรมการ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ “MONO” ได้มีการเปิดเผยแผนงานในการดัน ช่อง MONO29 ให้ก้าวไปยังเป้าหมายในอันดับ 2 ผ่าน นิตยสาร marketeer ว่า

MONO29

นอกจากจะซื้อลิขสิทธิ์หนังและซีรีส์ต่างประเทศหลากหลายแนว ตั้งแต่ แอ็คชั่น ไซไฟ ดราม่า โรแมนติก คอมเมดี้ ลึกลับ สยองขวัญ ฯลฯ แล้ว ในปีนี้ MONO29 เตรียมนำ Sport Entertainment มาเผยแพร่สู่สายตาประชาชนผู้คลั่งไคล้กีฬาด้วย  เพราะกีฬา ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ยิ่งถ้าเป็นกีฬาที่ทีมชาติไทยมีสิทธิ์คว้ารางวัลใดๆ ก็ตาม คนไทยทุกคนก็พร้อมสนับสนุนกีฬานั้น อีกทั้งกีฬายังสามารถรวมใจคนทั้งชาติไว้ได้

บาสเกตบอล, พิชญ์ โพธารามิก, MONO29
พิชญ์ โพธารามิก

โดยกีฬาอีกชนิดที่คนไทยหลงใหล แต่ยังหาชมยากผ่านทางฟรีทีวีอยู่ก็คือ บาสเกตบอล อีกทั้งบาสเกตบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 รองจากฟุตบอล เพราะกีฬาชนิดนี้ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะ มีแค่แป้นกับลูกบาสก็สามารถเล่นได้แล้ว และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมทุกโรงเรียนถึงมีสนามบาสเกตบอล

ขณะเดียวกันเหตุที่นำกีฬาบาสเกตบอลมาลงจอช่อง MONO 29 เนื่องจากเรตติ้งในการถ่ายทอดสดแต่ละปีก็ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2558 เรตติ้งอยู่ที่ ประมาณ 0.2 และเพิ่มเป็น 0.3 และ 0.4 ในปี 2559 และ 2560ตามลำดับ และในปี 2561 นั้น เรตติ้ง 5 เดือนแรก เฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 เลยทีเดียว และคาดว่าจะโตขึ้นอย่างแน่นอน

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ MONO ก้าวเข้ามาพัฒนาลีกบาสเกตบอลไทยอย่างจริงจัง  อีกทั้งที่ผ่านมากีฬาบาสเกตบอลขาดผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พิชญ์ โพธารามิก จึงตัดสินใจเข้าร่วมสนับสนุนนักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติไทย ด้วยการสนับสนุนทุนทรัพย์ส่วนตัวให้กับทางสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อหวังที่จะให้วงการบาสเกตบอลก้าวไปข้างหน้า  เพราะมองเห็นศักยภาพของนักบาสทีมชาติไทย สามารถพัฒนาให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับแถวหน้าของเอเชียได้


ทั้งนี้นอกจากจะส่งเสริมกีฬาบาสเกตบอลทั้งทีมชาติและระดับลีกแล้ว  MONO29 ยังตั้งเป้าจัดสร้างแป้นบาสให้ได้ 1,000 แป้น ภายใน 3 ปี โดยจะเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการ CSR คืนกีฬาสู่สังคมอีกด้วย

ซึ่ง พิชญ์ โพธารามิก ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า

“ผมเป็นคนไม่ยอมแพ้ แต่ไม่ใช่ดื้อดึง จะไม่ฝืนถ้ารู้ว่าไปต่อไม่ได้ แต่เมื่อมีโอกาสจะขอลองทำก่อน พอถึงจุดหนึ่งผลลัพธ์จะออกมาบอกเอง ว่าควรทำต่อหรือไม่ ผมเชื่อว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้ถ้าเราตั้งใจและพยายาม”

บทสัมภาษณ์ พิชญ์ โพธารามิก บางส่วนจาก นิตยสาร Marketeer  ฉบับเดือนกรกฎาคม 2561
สามารถหาซื้อได้ตามแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ขอบคุณภาพจาก marketeeronline.co และ Basketball Thailand