เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ส่งสารแสดงความเสียใจต่อ “จ.อ.สมาน กุนัน”

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กลิน ที. เดวีส์  ส่งสารแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ “จ.อ.สมาน กุนัน

เอกอัครราชทูตกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ส่งสารแสดงความเสียใจ ต่อการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน (นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ) อดีตหน่วยซีล ในภารกิจช่วยชีวิตที่ถ้ำหลวง ดังนี้

กระผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน (นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ) อดีตหน่วยซีล ซึ่งอาสาร่วมในภารกิจการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย

ในนามของประชาชนชาวอเมริกัน ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขอสดุดีและเชิดชูเกียรติในวีรกรรมความกล้าหาญและความเสียสละในการปฎิบัติภารกิจเพื่อชาติ

อย.เตือนอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา แผ่นแปะสะดือเผาผลาญไขมัน

เตือน แผ่นแปะสะดือเผาผลาญไขมัน พบการโฆษณาเกินจริง อวดอ้างสรรพคุณสลายไขมันแปะแล้วขับไขมันออกจากร่างกาย ตรวจสอบไม่พบการขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์แต่อย่างใดเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ อาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต อย. จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

นพ. สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจพบการโฆษณาเกินจริงของผลิตภัณฑ์ แผ่นแปะสะดือเผาผลาญไขมัน ตามสื่อโซเชียลมีเดีย อวดอ้างสรรพคุณ “ช่วยปรับสมดุลของขบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย” “ช่วยสลายไขมัน…ขับไขมันออกจากร่างกาย” ระบุวิธีใช้โดยการแปะลงบนสะดือ เพื่อลดน้ำหนักตามต้องการ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ซึ่งผู้ผลิตหรือนำเข้า จะต้องจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้า ยื่นขอผลิตและนำเข้าเครื่องมือแพทย์ และขออนุญาตโฆษณากับ อย. ก่อนจึงจะสามารถเผยแพร่ได้

ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการตรวจสอบฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่ไม่พบการยื่นคำขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ขอเตือนผู้บริโภคอาจได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้แสดงปริมาณและส่วนประกอบที่ชัดเจน และส่วนผสมของกาวแปะ อาจทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคืองได้ หากแปะไว้นานเกินไปอาจทำให้เกิดอาการแพ้ตั้งแต่น้อย ๆ เป็นผื่นแพ้คัน หรืออาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต

ทั้งนี้ อย. จะดำเนินการกับผู้กระทำความผิด โดยผู้ประกอบการที่ไม่จดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่มีหนังสือประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ    ไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน  6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หากต้องการมีรูปร่างดี ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 30 – 60 นาทีต่อวัน ควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับจากอาหารให้ลดลง หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม ก็สามารถมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีได้ นอกจากนี้ อย. ได้มีการตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างใกล้ชิด ขอให้ผู้บริโภคช่วยกันสอดส่อง หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail:1556@fda.moph.go.th หรือตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11000 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

เปิดใจอดีตโค้ช ‘จ่าเอกสมาน’ หน่วยซีลฮีโร่เสียชีวิตขณะลุยช่วย 13 ชีวิต

เปิดใจอดีตโค้ช ‘จ่าเอกสมาน’ หน่วยซีลฮีโร่เสียชีวิตขณะลุยภารกิจช่วย 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่

จากกรณี จ่าเอกสมาน กุนัน อายุ 38 ปี นักลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งปัจจุปันเป็นเจ้าหน้าที่ระงับเหตุการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้เสียชีวิตขณะปฎิบัติภารกิจดำน้ำช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน เมื่อช่วงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค.61 ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง บ้านเลขที่ 16/64 ม.8 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านเลขที่ที่ระบุในทะเบียนบ้านของ จ่าเอกสมาน เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่ใช่บ้านพักของ จ่าเอกสมาน แต่อย่างใด

โดยเป็นของ นายปราโมทย์ รัตนสมบัติ อายุ 62 ปี และนางจิลาวัณย์ รัตนสมบัติ อายุ 61 หรือ พ่อโมทย์ – แม่แดง ซึ่งเป็นอดีตโค้ชผู้ฝึกสอน จ่าเอกสมาน ขณะเป็นนักกีฬาแข่งขันจักรยานของการกีฬาแห่งประเทสไทย ประจำจังหวัดชลบุรี

นายปราโมทย์ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวรู้จักกับ จ่าเอกสมาน มากว่า10 ปีแล้ว เดิมที จ่าเอกสมาน เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แต่มารับราชการทหารที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และได้เข้าเป็นนักกีแข่งขันจักรยานประจำจังหวัดชลบุรี เลยจำต้องย้ายสำมโนครัวมาอยู่ในทะเบียนของตนดังกล่าว

โดยจ่าเอกสมานจะมาฝึกซ้อมจักรยานที่บ้านตนเป็นประจำ ทำให้มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี จนจ่าเอกสมานได้เรียกตนว่าพ่อและเรียกนางจิลาวัณย์ว่าแม่ แต่หลังจากมีการเปิดท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจ่าเอกสมานได้ออกจากทีมแล้วย้ายไปประจำอยู่ที่สนามบินในที่สุด หลังจากนั้นก็ได้มีการติดต่อกันอยู่เป็นประจำทั้งทางโทรศัพท์หรือทางโซเชียล เมื่อตนเดินทางไปต่างประเทศจ่าเอกสมานจะคอยดูแลที่สนามบินเป็นอย่างดี

ล่าสุดตนเองได้ทราบข่าวว่า จ่าเอกสมาน ได้เป็นตัวแทนไปปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวง พวกตนก็รู้สึกดีใจที่จ่าเอกสมานยังคงใช้ความสามารถที่เคยฝึกฝนมาช่วยเหลือผู้อื่น แต่หลังจากมีข่าวว่าจ่าเอกสมานได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ ก็รู้สึกตกใจ ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสียใจเป็นอย่างมาก

เนื่องจากจ่าเอกสมานเป็นคนจิตใจดี ใจสู้ ร่างกายแข็งแรง และเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ เป็นที่รักของเพื่อนพ้องพี่น้องทุกคน ไม่คาดคิดว่าจะเสียชีวิตในวัยเพียง 38 ปี อย่างไรก็ตาม ตนและครอบครัวจะเดินทางไปร่วมงานพิธีศพอย่างแน่นอน