เอสซีลอร์ ผุดเลนส์ ‘ครีซอล พรีเวนเซีย’ ปรับแสงสีน้ำเงินให้เกิดประโยชน์ต่อดวงตา

“เอสซีลอร์” ผลิตเลนส์  “ครีซอล พรีเวนเซีย” ช่วยปรับแสงสีน้ำเงินให้ส่งประโยชน์ต่อดวงตา

แสงสีน้ำเงินเป็นศัตรูตัวร้ายของสุขภาพดวงตา ซึ่งแสงดังกล่าวเข้าสู่ดวงตาเรา 2 ทาง คือทางธรรมชาติจากแสงสีน้ำเงินของดวงอาทิตย์ และแสงสีน้ำเงินที่มนุษย์สร้างขึ้น อาทิ อุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ เช่น จอคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน หลอดไฟแอลอีดีเป็นต้น

แต่กระนั้นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะแสงสีน้ำเงินบางส่วนยังมีประโยชน์ต่อดวงตาอยู่บ้าง โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงินอมเขียว ที่ช่วยปรับนาฬิกาชีวิตของเราให้สมดุลรวมทั้งช่วยเรื่องการนอนหลับ และควบคุมความสมดุลของฮอร์โมน

ดังนั้น เอสซีลอร์ จึงคิดค้นนวัตกรรมเลนส์แว่นตา ครีซอล พรีเวนเซีย (CrizalPrevencia) ที่เลือกตัดเฉพาะแสงสีน้ำเงินอมม่วงที่เป็นอันตรายต่อดวงตาออก และให้เหลือแสงสีน้ำเงินอมเขียวที่เป็นประโยชน์สามารถเดินทางผ่านเลนส์เข้าสู่ดวงตาได้  ทำให้ผู้สวมใส่ได้รับคุณประโยชน์ที่จำเป็นจากแสงสีน้ำเงินอมเขียวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยการใช้เทคโนโลยี LIGHT-Scanที่ผ่านการตรวจสอบ และรับรองประสิทธิภาพจากการทดสอบของ Vitro Test (การทดสอบในห้องปฏิบัติการ)การป้องกันแสงสีน้ำเงินอมม่วงดังกล่าว ช่วยลดโอกาสการตายของเซลล์จอตาได้สูงสุดถึง 25% เลยนับเป็นเลนส์แว่นตาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิตอลมากที่สุดอีกด้วย

สำหรับ เลนส์ครีซอล พรีเวนเซีย สามารถติดตามได้ที่ www.essilor.co.th/products/crizal/prevencia หรือ facebook.com/EssilorThailand/ หรือ https://www.facebook.com/EssilorThailand/videos/2048062158768049/

“ปอมปิโอ” เยือนเกาหลีเหนือ คาดหารือปลดนิวเคลียร์

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนเกาหลีเหนือวันนี้ คาดหารือความคืบหน้าแผนปลดอาวุธนิวเคลียร์หลังการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์

นายไมค์ ปอมปิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนต่างประเทศรอบใหม่ โดยเริ่มจากเกาหลีเหนือ ซึ่งเขามีกำหนดเดินทางถึงกรุงเปียงยางในวันนี้ นับเป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งที่ 3 ในปีนี้ และเป็นครั้งแรกหลังการประชุมสุดยอดผู้นำครั้งประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน

คาดว่า นายปอมปิโอจะหารือกับเกาหลีเหนือเกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์ และหวังว่าจะสามารถตกลงโร้ดแมปร่วมกัน

นายปอมปิโอจะใช้เวลาอยู่ที่เกาหลีเหนือถึงวันเสาร์ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น, กรุงฮานอยของเวียดนาม, กรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันให้แสดงสัญญาณที่จับต้องได้เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ท่ามกลางความกังขาว่าเกาหลีเหนือตั้งใจที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่

นายปอมปิโอกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า เขาไม่ได้วางกรอบเวลาในการเจรจาที่ชัดเจน เขาเพียงต้องการเห็นความคืบหน้าว่านายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือเอาจริงเอาจังกับการปลดนิวเคลียร์ และหารือถึงขั้นตอนต่อๆ ไป

CNN เพิ่งรายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า สำนักข่าวกรองกระทรวงกลาโหม (DIA) ตั้งข้อสังเกตว่า นายคิมไม่ได้ตั้งใจจะร่วมโครงการปลดอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด อย่างน้อยก็ในขณะนี้

เร่งหาโพรงเชื่อมเนินนมสาว อีกทางเลือกพา 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง

ทีมกู้ภัยเร่งสูบน้ำจากถ้ำหลวง คู่ขนานกับการค้นหาโพรงเชื่อมถ้ำ บริเวณเนินนมสาว เพื่อหาวิธีที่จะนำ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ออกมาได้อย่างปลอดภัยที่สุด

สรุปภารกิจวานนี้ (5 ก.ค. 61) บริเวณหน้าปากถ้ำ ยังสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด รวมทั้งสำรวจหาทางน้ำ เพื่อสกัดน้ำไม่ให้เข้ามาเพิ่มในถ้ำ จนทำให้ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยลดลง 1 เซนติเมตร ต่อ 1 ชั่วโมง อีกทั้งยังทำให้เส้นทางระหว่างห้องโถง 2 ไปห้องโถง 3 น้ำลดจนสามารถเดินได้

อีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ อย่างการค้นหาปล่องหรือโพรง บนดอยผาหมี ที่สามารถเชื่อมต่อกับถ้ำ เพื่อนำทุกคนออกมาได้ปลอดภัยที่สุด ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังคงเดินหน้าทำงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทีมเก็บรังนกนางแอ่น แห่งเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ที่ถูกเรียกตัวกลับมาช่วยภารกิจอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเย็น มีรายงานว่า ทีมสำรวจพบโพรง 2 แห่ง บริเวณเนินนมสาว แต่ปรากฏว่าเมื่อลงไปสำรวจ กลับเป็นทางตัน ไม่สามารถลงไปได้ อย่างไรก็ตาม ทีมเก็บรังนกเตรียมสำรวจหาโพรงเหนือเนินนมสาว เพิ่มเติมในวันนี้ (6 ก.ค. 61)

กระทั่งช่วงค่ำ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงถังออกซิเจน 100 ถัง เข้าไปภายในถ้ำ และเตรียมลากท่อซึ่งมีความยาวประมาณ 6,000 เมตร เพื่อส่งอากาศเข้าไปภายในถ้ำ หลังจากพบว่าบริเวณเนินนมสาว ซึ่งเป็นจุดที่ 13 ชีวิต และหน่วยซีลพักอยู่นั้น มีอากาศเหลืออยู่เพียง 15%

ส่วนภารกิจเดินสายสื่อสาร เพื่อให้เด็กๆ พูดคุยกับครอบครัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำโทรศัพท์ชุดใหม่เข้าไป นอกจากนี้ มีรายงานว่า จากจำนวน 13 ชีวิต พบผู้ที่มีอาการอิดโรยมาก 3 คน ได้แก่ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก และเด็กอีก 2 คน แม้จะให้ทานอาหารเสริมแล้ว แต่ก็ยังอิดโรย ขณะที่หลายคนบอกว่า อยากกินข้าว

ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตว่า ภารกิจที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ การคำนวณตำแหน่งของเนินนมสาว ที่เด็กๆ อยู่และเปรียบเทียบกับพิกัดบนพื้นดิน เพื่อหาโพรงที่จะลงไปบริเวณใกล้เคียงที่สุด

ขณะเดียวกัน ด้วยความที่หน่วยซีล ต้องใช้เวลาจากปากถ้ำ ไปยังจุดที่เด็กๆ อยู่ถึง 11 ชั่วโมง หรือหากใช้เวลาจากกองบัญชาการที่โถง 3 ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง ทำให้ข้อมูลมาถึงศูนย์ปฏิบัติการด้านนอกล่าช้า ส่วนการฝึกสอนดำน้ำ ยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะเพิ่งฝึกไปได้เพียงวันเดียว

สำหรับ ระดับสถานการณ์น้ำ ระยะทาง 300 เมตร จากหน้าถ้ำ มีทั้งระดับหัวเข่า เอว และระดับอก ส่วนระยะทาง 1500 เมตร จากโถง 3 ไปเนินนมสาว ระดับน้ำยังสูงมาก ซึ่งต้องมีการดำน้ำในระยะ 400-500 เมตร