ส่ง’หน่วยซีล’ ร่วมปฏิบัติการณ์ค้นหาผู้ประสบภัยเรือล่มที่ภูเก็ต

ความคืบหน้าเหตุเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเรือหลวงหัวหิน เรือ ต.992 และ เรือ ต.232 และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร่วมกับเรือตำรวจน้ำ 

หลังจากเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ศูนย์ปฎิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 แจ้งว่า เกิดเหตุการณ์เรือล่มที่เกาะเฮ และเกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต จากลมมรสุมและคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน มีเรือประสบเหตุจำนวน 3 ลำประกอบด้วยเรือฟิกนิก เลขทะเบียน ‭6000-02210‬ บรรทุกผู้โดยสาร รวมไดรฟ์ มาสเตอร์ รวม 97 คน เรือเซเนลิก้าเกิดเหตุเรือล่ม ที่เกาะไม้ท่อนมีผู้โดยสารประมาณ 39 คน เรือเจ็ทสกี 1 ลำผู้โดยสาร 2 คนรวมผู้ประสบภัยทั้งหมด 138 คน

โดยในวันนี้ 6 ก.ค.61) จังหวัดจะบูรณาการกับทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำและเรือประมงเพื่อดำเนินการค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้พลเรือโท สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ ศูนย์ปฎิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 จัด เรือหลวงหัวหิน เรือ ต.992 และ เรือ ต.232 และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร่วมกับเรือตำรวจน้ำ

อย่างไรก็ตามผลการช่วยเหลือ ขณะนี้มีรายงานว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเรือไดวิ่งฟินิกส์ ซึ่งมีผู้โดยสาร105 คน ช่วยเหลือได้ 48 คน เสียชีวิต 1 ราย ระหว่างการค้นหาอีก ประมาณ 56 คน และเรือเซเลเนก้า มีผู้โดยสาร 42 คน ช่วยได้แล้ว 40 กำลังค้นหา 2 คน ส่วนเจ็ทสกี 2 คน เรือประมงช่วยเหลือไว้ได้แล้ว

สั่งไม่ให้เคลื่อนย้ายศพ 3 นักบิน ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าศพ นำตัวผู้รอดชีวิตส่ง รพ.แล้ว

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 เตรียมเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินลาดตระเวณตรวจการณ์ตกที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ทีมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่17 (ฉก.ร.17) เข้าพื้นที่บริเวณจุดเครื่องบินลาดตระเวณตรวจการณ์ตกที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสภาพโดยรอบเป็นพื้นที่ป่าเป็นหน้าผากที่ยากต่อการเข้าถึง จากการลาดตระเวรค้นหา 4 นักบินและผู้โดยสาร พบผู้รอดชีวิต 1 นาย คือ จ.ส.อ.รัฐชนันท์ เขื่อนแก้ว สังกัดกองร้อย ทหารราบที่ 1743 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 17 มีอาการบาดเจ็บสาหัสแต่ยังสามารถพูดคุยได้ และผู้เสียชีวิต 3 นายเป็นนักบิน คือ ร.ท.ณฤพล พุกทอง ร.ท.วโรฒม์ แปลงกระโทก และ ร.ท.เขมรสช ดวงแก้ว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ลำเลียงตัว จ.ส.อ.รัฐชนันท์ เขื่อนแก้ว ซึ่งมีอาการบาดเจ็บสาหัส ออกจากป่า ก่อนส่งต่อให้ทีมอาสากู้ภัย มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย จ. แม่ฮ่อนสอน และนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุราว ๆ 35 ก.ม. เบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลถูกไฟลวกหลายแห่ง และกระดูกหัก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต 3 นายในวันนี้ โดยมีคำสั่งให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าศพของ แต่ยังนักบินทั้ง 3 นาย เนื่องจากกองทัพภาคที่ 3 สั่งไม่ให้เคลื่อนย้าย

สำหรับเครื่องบินลำดังกล่าว เป็นเครื่อง CESSNA 182 ทบ. มี ร.ท. ณฤพล พุกทอง และร.ท. วโรจน์ แปลงกระโทก  เป็นนักบิน และมีผู้โดยสาร จำนวน 2 นาย คือ ร.ท. เขมราช ดวงแก้ว และ จ.ส.อ. นัฐชนันท์ เขื่อนแก้ว เพื่อร่วมทำการลาดตระเวนทางอากาศ ส่วนสาเหตุของเหตุไม่คาดฝันในครั้งนี้ ที่แน่ชัดยังต้องรอการยืนยันจากทางการอีกครั้ง

กรมอุตุฯ เผยสภาพอากาศ ชี้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งถึง 11 ก.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนน้อย สำหรับบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2561

ทั้งนี้พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทั้งกรมอุตุฯ เผยข้อควรระวังในช่วงวันที่ 5-11 ก.ค. ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง