บุกทลายบ่อนไฮโลอดีตกำนันชื่อดัง พบผู้ใหญ่บ้านร่วมวงเล่น

กำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร มทบ.32ลำปาง สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ บุกจับกุมเซียนพนันบ่อนของอดีตกำนันชื่อดัง ผู้ใหญ่ร่วมเล่นด้วย วิ่งหลบหนีไม่ทันสุดท้ายถูกรวบทันควัน

เมื่อเวลา 20.00น. วันที่ 4ก.ค.61 ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร มทบ.32ลำปาง นำโดย ร.ต.วิทูล วรกุล สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอห้างฉัตร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตร รวมกว่า20คน วางแผนปิดล้อมบุกเข้าตรวจค้นบ่อนไฮโล บริเวณบ้านเลขที่ 33/1 บ้านแพะดอนสัก ม.5 ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ทุกๆ วันจนถึงดึก จะมีเซียนพนันเล่นไฮโล เล่นกันส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านมานานแล้ว โดยมีพ่อค้า แม่ค้า ตั้งโต๊ะขายอาหาร เครื่องดื่ม คอยบริการ ให้กับเซียนพนัน

จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่เปิดให้เล่นพนัน มีการนำผ้าในมาปิดล้อมรอบ เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปถึง พบนักพนันชายหญิง กำลังเล่นไฮโล ส่งเสียงดังไปทั่ว เมื่อเซียนพนักเห็นเจ้าหน้าที่ ได้แตกฮือวิ่งหลบหนีกันไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมด 16 คน เป็นชาย 8 คน และหญิง 8 คน

ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมนั้นมีอายุตั้งแต่ 55-66ปี เฉลี่ยอายุรวมกัน 800 กว่าปี ส่วนของกลางเป็นลูกเต๋า จำนวน 2 ชุด จานรองพร้อมฝาครอบ จำนวน 3 ชุด เงินสด จำนวน 19,190 บาท โต๊ะสำหรับแผงไฮโล และชิปแลกเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวนนายผัดแก้ว(นามสมมุติ) อายุ 60 ปี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมด้วย รับเป็นเจ้ามือ และยังเป็นอดีตกำนัน ส่วนผู้ต้องหาในจำนวน 2 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร

“โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า” จัดให้มีการเล่นการพนันและร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน(ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เปิดคลิปตำรวจ เข้าจับรถเก๋งกลางแยก เหตุจอดในที่ห้ามจอด

ตื่นเต้น ตำรวจ 5 นายล้อมจับรถเก๋งที่กำลังจะขับหนี เหตุจากจิดในที่ห้ามจอด โชคดีไร้คนเจ็บเสียชีวิต 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Khamchan Nithat ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ระทึก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนำกำลังเข้าสกัดจับรถเก๋งคันหนึ่งฝ่าฝืนกฎจราจร

โดยคลิปได้เผยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจำนวน 5 นายกำลังพยายามหยุดรถเก๋งคันหนึ่งที่ทราบต่อมาว่ารถคันดังกล่าวจอดในที่ห้ามจอด แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าจับนั้น คนขับพยายามจะขับหนีโดยได้โยกไปทางขวาทีทางซ้ายที สร้างความหวาดเสียวให้ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งจะตะโกนเสียงดังให้หยุด และอ้างว่าหากไม่หยุดถือว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงาน ซึ่งจังหวะนี้เองตำรวจอีกนายก็ได้นำกุญแจไปล็อกล้อสำเร็จรถคันดังกล่าวจึงหยุด ขณะที่ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความ ว่า ‘เจ้จอดในที่ห้ามจอด เจ้ไม่ได้ขายยา เจ้ยอมเถอะ’

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าของรถคันดังกล่าว แต่กระนั้นก็นับว่าโชคดีมากที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายจากเหตุที่เกิดขึ้น

BTS เยียวยาผู้โดยสาร ‘จ่ายเงินคืน-นั่งฟรี’ กรณีขัดข้องช่วง 25-27 มิ.ย.

BTS ‘จ่ายเงินคืน-นั่งฟรี’ เยียวยาผู้โดยสาร จากกรณีรถไฟฟ้าขัดข้องในช่วงวันที่ 25 – 27 มิ.ย.

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) , ดร.อาณติ อาภาภิรม ประธาน คณะกรรมการฝ่ายจัดการ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ร่วมแถลงกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสให้บริการขัดข้อง เมื่อวันที่ 25-27 มิ.ย. 61 นั้น ทางบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) ได้แจ้งมาตรการการดูแลผู้โดยสารสำหรับมาตรการคืนค่าโดยสารให้กับผู้ใช้บริการ

จากกรณีเกิดความล่าช้า สาเหตุจากระบบขัดข้องเมื่อวันที่ 25-27 มิ.ย. 2561 โดยผู้โดยสารที่ใช้ตั๋วประเภทตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ที่ได้รับผลกระทบในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถนำบัตรโดยสารมาใช้เดินทางได้ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ออกบัตร แต่หากผู้โดยสารไม่ต้องการเดินทางในระบบ สามารถนำบัตรโดยสารมาขอคืนเงินค่าโดยสารได้ภายในวันที่ 31 ก.ค. 61

ขณะที่ ผู้ใช้บัตรโดยสารประเภทแบบเติมเงิน (Rabbit Card) ผู้โดยสารที่ใช้บัตรในช่วงที่เกิดความล่าช้า สามารถมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษ จำนวน 3 เที่ยว ส่วนบัตรโดยสารประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วัน (30-day Pass) ผู้โดยสารที่มีเที่ยวเดินทางคงเหลือในช่วงที่เกิดความล่าช้า สามารถมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษ จำนวน 6 เที่ยว

โดยผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารมาติดต่อขอรับการเติมเที่ยวเดินทางพิเศษได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารสถานีทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 7-31 ก.ค. และสามารถใช้เดินทางได้ภายใน 45 วัน นับจากวันที่มาเติมเที่ยวพิเศษจะมีอายุการใช้งานอีก 30 วัน นับจากการใช้เที่ยวพิเศษเดินทางครั้งแรก

สำหรับสิ่งที่ทางบริษัทฯ จะดำเนินการเพิ่มเติมในกรณีมีการประกาศเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้เกิดความล่าช้าเกิน 30 นาที ซึ่งไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัยนั้น

บัตรโดยสารประเภทตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) สามารถนำบัตรโดยสารมาขอคืนเงินค่าโดยสารในที่ห้องจำหน่ายตั๋วภายในวันเดียวกันหรือขอรับบัตรโดยสารกลับไปโดยสามารถนำมาใช้เดินทางได้ภายใน 14 วันนับจากวันที่ออกบัตร

บัตรโดยสารประเภทแบบเติมเงิน (Rabbit Card) จะไม่ถูกตัดเงินค่าโดยสาร ในกรณีที่เกิดความล่าช้าโดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด

บัตรโดยสารบีทีเอสประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วัน (30-day Pass) บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเที่ยวเดินทาง โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด และ บริษัทจะพิจารณาให้เที่ยวเดินทางพิเศษจำนวน 2 เที่ยวต่อวันที่เกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ทางบีทีเอส ได้เตรียมที่จะเปิดช่องทางการแจ้งข้อมูลการให้บริการโดยจะมี แอพพลิเคชั่น ชื่อ ‘BTS SKy Train’ ให้ ดาวน์โหลดซึ่งจะมีการแจ้งเตือนเหตุการณ์รถไฟฟ้าขัดข้อง รวมไปถึงความหนาแน่นของแต่ละสถานีแบบ real time โดยพร้อมเปิดใช้งาน 1 ส.ค. 61