คลิปนาทีตำรวจ ขี่รถไล่บี้ จับกุมตัวพ่อค้ายาบ้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปปส.ตำรวจภูธรลำปาง ขับรถจยย.ไล่บี้ประกบติดตามจับกุมตัวพ่อค้ายาบ้า เครือข่ายต่าย หน่วยเหนือ ขยายผลพบที่ห้องพักอีกเพียบ สารภาพคนสั่งการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อเวลา 18.00น.วันที่ 3ก .ค.61ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปิยราช ความเพียร หัวหน้าชุดปปส.ตำรวจภูธรลำปาง พร้อมกำลังสืบสวนจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้วางแผนล่อซื้อยาบ้าจากเจ๊เจน (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง โดยมีการนัดส่งยาบ้าจำนวน 200 เม็ด ซื้อขายกันในราคา 6,000 บาท

โดยนัดซื้อขายกันบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ด้านข้างโรงเรียนผดุงวิทย์ เขตบ้านทับหมาก ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ๊เจน ได้ขับจยย.มาตามจุดนัดพบแต่ไหวตัวทันได้ขับจยย.เพื่อหลบหนี กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจที่ซุ่มอยู่โดยรอบ ได้ขับรถจยย.ไล่บี้ประกบติดตามทันบริเวณหัวสะพานข้างวัดศรีบุญเรือง ห่างจากจุดนัดพบประมาณ 500 เมตร

จากการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในซองพลาสติกสีน้ำเงิน ซุกซ่อนอยู่กระเป๋าสะพาย จำนวน 5 ถุง จำนวนยาบ้าประมาณ 1,000 เม็ด จากการขยายผล เจ๊เจน รับสารภาพว่า ตนเองเป็นเพียงผู้เก็บยาบ้า ตามคำสั่งของนายต่าย หรือ ฉายา ต่าย หน่วยเหนือ ซึ่งอาศัยอยู่กับเครือข่ายพ่อค้ายาบ้า ประเทศเพื่อนบ้านตรงข้ามฝั่งอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย

โดยจะมีหน้าที่ไปเก็บยาบ้าตามริมถนนสายพหลโยธินลำปาง-งาว ใกล้กับตลาดต้นยาง เขต ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง ก่อนจะนำเก็บซุกซ่อนไว้ในห้องเช่าแห่งหนึ่ง เขตตำบลบ่อแฮ้ว และจะนำยาบ้าไปวางตามจุดต่างๆให้กับคนซื้อ ตามคำสั่งของนายต่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นห้องเช่า พบยาบ้าห่อด้วยพลาสติกสีเหลือง ซุกซ่อนอยู่ใต้เก้าอี้ภายในห้องพัก จำนวน 6 มัด (มัดละ2,000เม็ด) รวมยาบ้า 12,000 เม็ด

ด้าน พ.ต.อ.มานพ ภุชชงค์ ผกก.สส.ภ.จว.ลำปาง ได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหา เบื้องต้นรับสารภาพว่า เคยถูกดำเนินคดียาบ้าและพ้นโทษมาได้ 3 ปี ระหว่างอยู่ในเรือนจำได้รู้จักกับนายต่าย เมื่อต่างคนต่างพ้นโทษ จึงได้มีการติดต่อกันตนเองมีหน้าที่เป็นคนไปเก็บยาบ้าและนำไปวางให้ลูกค้าตามคำสั่ง ของนายต่าย หน่วยเหนือ ซึ่งจะได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้าแทนเงิน

โดยตกลงกันไว้ยาบ้าจำนวน 3 มัด (6,000เม็ด) จะได้ค่าจ้างเป็นยาบ้า 1 ถุง จำนวน 200 เม็ด ก่อนนำไปขายราคาส่งเม็ดละ 30 บาท ส่วนราคาปลีกถ้าลูกค้าสั่งครั้งละ 10-20 เม็ด จะขายเม็ดละ 50 บาท จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเอาไว้ได้ จากการตรวจเช็คประวัติของนายต่าย หน่วยเหนือ พบว่าหลบหนีหมายจับคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติ ประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของยาบ้า ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชมรมจิตแพทย์ฯ ชี้!! ไม่มีใครต้องถูกตำหนิ ทุกคนล้วนได้บทเรียนของตนเอง จากกรณีทีมหมูป่า

ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ชี้ กรณีทีมหมูป่าอะคาเดมี  13 คน ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ไม่มีใครต้องถูกตำหนิ ทุกคนล้วนได้บทเรียนของตนเอง

จากกรณี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 กลุ่มเด็กนักเรียนทีมฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี พร้อมผู้ฝึกสอนรวม 13 คน ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังเกิดเหตุ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศได้ให้ความช่วยเหลือ จนเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ได้เจอเด็กนักเรียนทีมฟุตบอลและผู้ฝึกสอนทั้ง 13 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่องดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจจากผู้คน ร่วมทั้งยังมีผู้คนบนโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองที่ต่างกันออกไป ซึ่งทางแฟนเพจ ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กทางการของชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ไม่มีใครต้องถูกตำหนิ ทุกคนล้วนได้บทเรียนของตนเอง

ทีมค้นหาและทีมสนับสนุนควรได้รับคำชื่นชมในการจัดการภาวะวิกฤติ มันสมอง กำลังใจ ความเสียสละและความทุ่มเทในภารกิจอันหนักหน่วงนี้ พวกเค้าทุกคนควรได้รับการยกย่องและขอบคุณจากใจทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทีมหมูป่า

ทีมหมูป่าควรได้รับการช่วยเหลือดูแลสภาพร่างกาย จิตใจ และติดตามดูการเติบโตภายในทีมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทีมหมูป่าคือผู้ประสบภัย คำชื่นชมที่จะมีต่อทีมหมูป่าคือความมีสติในจัดการตนเองผ่านภาวะวิกฤติและยากลำบาก ที่สำคัญเด็กควรได้รับการปกป้องให้กลับเข้าสู่การใช้ชีวิตตามปกติร่วมกับครอบครัว ไม่ควรมีการต้องให้เด็กและโ้ค้ชพูดหรือบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา

เด็กที่บ้านควรได้รับการพูดคุยถึงเหตุการณ์นี้และสิ่งที่เค้าได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ ตั้งแต่

– การกระทำของคนเราทุกการกระทำส่งผลต่อตนเองและคนรอบตัวรวมถึงสังคมได้อย่างคาดไม่ถึง

– การเตรียมพร้อมและเตรียมตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ การจัดการตัวเองเมื่อเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึง

– การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นทีม (ฟังผู้นำไม่แตกแถวเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์วิกฤติ)

– การตั้งสติ สงบตนเองแก้ปัญหาในภาวะฉุกเฉิน

– ภาษาอังกฤษเกิดประโยชน์อย่างน่าประทับใจในเหตุการณ์ 13 หมูป่า

ขอให้เหตุการณ์นี้สร้างความเติบโตในใจเราทุกคน

ขอบคุณข้อมูลจาก ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย

ตำรวจจับนักพนันช่วงบอลโลก 1 หมื่นคน เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 ปีที่แล้ว

ตำรวจจับนักพนันช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกกว่า 10,000 ราย พบยอดจับกุมนักพนันมากกว่าช่วง 4 ปีที่แล้ว กว่า 5,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นทายพนันผลฟุตบอลโลก 2018 ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนถึงปัจจุบัน โดยผลการจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับ 4 ปีก่อน เนื่องจากประชาชนสามารถเข้าถึงช่องทางการเล่นพนันได้หลายรูปแบบ เช่น โทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันต่างๆ

นอกจากนี้ ตำรวจยังพบว่า พฤติกรรมของโต๊ะรับพนันมีการโยกย้ายจากพื้นที่นครบาลไปยังในจังหวัดปริมณฑล พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ 2 โดยล่าสุดสามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นได้กว่า 10,000 ราย โดยไม่พบว่า มีตำรวจ หรือทหาร และเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งแบ่งเป็นเจ้ามือกว่า 600 ราย และสามารถยึดทรัพย์สินได้กว่า 40 ล้านบาท พร้อมประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัติทรัพย์และประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปิดเว็บไซต์พนันบอลร่วม 200 เว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้เตรียมมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแผนพิทักษ์ภัย 61 และมาตรการทวงหนี้นอกระบบ หลังการแข่งขันฟุตบอลเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่คาดว่าจะตามมาหลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก

ที่มา  สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย