ภารกิจให้ความช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่า อะคาเดมี และโค้ช รวม 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ถือว่าเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยมีสื่อต่างประเทศหลายค่ายเกาะติดสถานการณ์ ซึ่งล่าสุดสำนักข่าวยักษ์ใหญ่อย่าง ‘บีบีซี’ ได้ขึ้นข่าวการพบตัว 13 ชีวิต เป็นพาดหัวข่าวใหญ่หน้า 1 บนหน้าแรกเว็บไซต์ในช่วงเช้าวันนี้
ทั้งนี้ประเด็นที่ ‘บีบีซี’ ให้ความสนใจ และวิเคราะห์ข้อมูลมานำเสนอนั้น มุ่งเน้นไปที่ภารกิจพิชิต 13 ชีวิต ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเป็นภารกิจสุดหิน แต่ท้ายที่สุด ภารกิจดังกล่าว ก็เกือบจะเสร็จสมบูรณ์ โดยภารกิจสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่ต้องนำตัว 13 ชีวิต ออกมาจากถ้ำหลวง โดยยังคงเป็นภารกิจที่ท้าทาย และได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก
บีบีซีระบุว่า นักฟุตบอล 12 คน และโค้ชอีก 1 คน ติดอยู่ภายในถ้ำเป็นเวลากว่า 9 วัน โดยนักดำน้ำชาวอังกฤษ 2 คน เป็นผู้คนพบ 13 ชีวิต ภายในถ้ำ โดยเจ้าหน้าที่ จะต้องพบกับอุปสรรคมากมาย อาทิ โคลนที่ขัดขวางทางเข้าถ้ำ และปัญหาเรื่องสุขภาพของเด็ก ๆ ทั้ง 13 คน
โดย นาย Anmar Mirza ผู้ประสานงานคณะกรรมาธิการแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือภารกิจพิชิต 13 ชีวิตภายในถ้ำแห่งสหรัฐอเมริกากล่าวกับบีบีซีว่า นักดำน้ำกจากองทัพเรือนักดำน้ำลึกสามแห่งในอังกฤษและบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯทุกคนพยายามที่จะค้นหา 13 ชีวิต โดยมีความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนจากหลายประเทศ อาทิ ประเทศจีน พม่า ลาวและออสเตรเลียรวมกว่า 1,000 คน

บีบีซีเผยด้วยว่า แม้จะมีนักดำน้ำมืออาชีพร่วมปฏิบัติภารกิจนี้ แต่ยังต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่คาดว่าเด็กจะอาศัยอยู่ภายในถ้ำ เนื่องจากทางเข้าที่แคบ และยังมีซากปรักหักพังเป็นอุปสรรค เจ้าหน้าที่ต้องระดมสูบน้ำตลอดทั้งวัน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์
รวมทั้งมีการระบุถึงภารกิจด้านการขุดเจาะถ้ำที่เต็มไปด้วยหินหนา เป็นอีกหนึ่งในอุปสรรคที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญ โดยนาย Anmar Mirza ระบุว่า แม้ภารกิจนี้จะฟังดูง่าย แต่มันเป็นภารกิจที่ยากมาก
พร้อมกันนี้ได้มีการอ้างอิงถึงถ้อยแถลงของนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เปิดเผยถึงความคืบหน้าภารกิจนำตัว 13 ชีวิตออกจากถ้ำว่า จะต้องช่วยเหลือ 13 ชีวิตอย่างปลอดภัย 100 เปอร์เซ็น ผู้ประเมินคือหน่วยซีล ว่าจะพาเด็ก ๆ ออกมาได้หรือไม่ โดยจะต้องมีการประเมินสภาพร่างกายทางการแพทย์ ยังคงต้องดำเนินการทางยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ต่อไป
ที่มา www.bbc.com