รู้จักกับ ‘หน่วยซีล (SEAL)’ ก่อนมารับภารกิจตามหาทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำหลวง

มารู้จักกับ ‘หน่วยซีล (SEAL)’ ก่อนมารับภารกิจตามหาทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำหลวง เสี่ยงเวลากับความเป็นความตาย

กลายเป็นข่าวดีในรอบสัปดาห์สำหรับเรื่องที่เจ้าหน้าที่พบเด็กๆ และโค้ชนักฟุตบอลทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยการค้นหาผู้สูญหายเข้าไปในถ้ำต้องยกความดีความชอบให้กับเจ้าหน้าที่ทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาร่วมมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งรวมไปถึงฮีโร่อย่าง หน่วยซีล(SEAL) ที่เข้ามาเป็นแนวหน้าในการค้นหาผู้สูญหายในครั้งนี้ด้วย มาดูกันว่ากว่าจะมาเป็นหน่วยซีลได้ พวกเขาต้องผ่านการฝึกสุดโหดอะไรมากันมาบ้าง?

หน่วยซีล (SEAL) หรือ หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม เป็นหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ ของกองทัพเรือไทย และนับว่าเป็นหน่วยที่ได้รับการฝึกที่หนักที่สุดในบรรดาหน่วยรบพิเศษของทุกเหล่าทัพ เนื่องจากการฝึกนั้น ภารกิจที่ได้รับมักจะอันตรายอย่างที่สุด และยังถูกกดดันทั้งทางร่างกายและจิตใจมากที่สุด ซึ่งคำว่า SEAL ย่อมาจาก Sea Air Land ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติได้ทั้ง ทางทะเล อากาศ และบนฝั่ง

การฝึกในหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-8 เดือน หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการฝึก นับเป็นการฝึกหลักสูตรทางทหารที่มีระยะเวลานานที่สุดของไทย แบ่งออกเป็น 5 ช่วง ได้แก่

1. การแนะนำการฝึกเบื้องต้น ฝึกการออกกำลังกายและการฝ่าอุปสรรคต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์

2. การฝึกจริง ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์

3. การฝึกแบบเข้มข้น หรือเรียกว่า สัปดาห์นรก (Hell Week) ฝึก 5 วันต่อเนื่อง ใช้เวลา 120 ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก ไม่มีการเข้านอน ไม่มีการพักผ่อน ตลอดเวลาต้องอยู่กับ ท่อนซุง, ไม้พาย, เสื้อชูชีพ และคำสั่งโหดๆจากครูฝึกที่เปลี่ยนกันมาฝึกทุกวัน วันละ 3 ชุด ชุดละ 8 ชั่วโมง ตัวอย่างของการฝึกในสัปดาห์นรก เช่น ปัญหากระทะทองเย็น คือ การแช่น้ำทะเลใส่น้ำแข็ง, ปัญหาผี คือ การเฝ้าโลงศพในคืนอันมืดมิดคนเดียว

4. การฝึกสอนยุทธวิธีต่างๆ เช่น วิชาวัตถุระเบิด, วิชาการดำน้ำทางยุทธวิถี, การฝึกภาคทะเล, การฝึกภาคป่า, การฝึกดำรงชีวิต (ปล่อยเกาะ 2 วันโดยให้หาของกินเอาเอง)

5. การฝึกยุทธวิธีในสภาพจริง ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน

หน่วยซีล จึงได้รับการยอมรับของเหล่าทัพด้วยกันว่า เป็นที่สุดยอดของหน่วยรบพิเศษแถวหน้าของโลก ที่มักจะได้รับปฏิบัติภารกิจพิเศษสำคัญๆเสมอ เช่น การแทรกซึมหาข่าว ค้นหา ลักพาตัว ถอดทำลายวัตถุระเบิด ปฏิบัติการสงครามนอกรูปแบบ ต่อต้านการก่อการร้าย ตลอดจนถวายการอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลสำคัญของชาติ เป็นต้น

และด้วยภารกิจส่วนใหญ่เป็นภารกิจสำคัญ และมีความอันตรายสูง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหน่วยซีล จึงต้องปกปิดใบหน้า-ข้อมูลต่อสาธารณะชน ก็เพราะว่าต้องแบกภารกิจลับ และความมั่นคงที่เสี่ยงต่ออันตรายดังที่กล่าวมา

ที่มา JS100

เผย ‘นักดำน้ำชาวอังกฤษ’ เป็นผู้พบทีมหมูป่า 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง หลังล่วงหน้านำไปก่อน

เผย ‘นักดำน้ำชาวอังกฤษ’ เป็นผู้พบเด็กๆ ทีมหมูป่า 13 ชีวิต ติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังล่วงหน้านำไปก่อน

จากกรณีที่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปเที่ยวใน ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนพบรถจักรยานและรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ จึงทำการค้นหา ซึ่งใช้เวลา 9 วัน ก่อนพบทีมหมูป่าอยู่ห่างจากพัทยาบีช 400 ม. ทั้งหมดปลอดภัยดี เร่งฟื้นฟูร่างกายและวางเเผนพาออกมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด (2 ก.ค. 61) มีรายงานว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติภารกิจค้นหา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เปิดเผยวินาทีที่พบ 13 ชีวิต ว่า นักประดาน้ำของประเทศอังกฤษ เป็นผู้ดำน้ำล่วงหน้าเลยหาดพัทยาไป 300-400 เมตร และพบทั้งหมดปลอดภัย โดยจากภาพที่เห็นเด็กทุกคนปลอดภัย ไม่มีใครบาดเจ็บ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะว่าเป็นนักกีฬา ร่างกายเลยแข็งแรง

ขณะที่ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มทบ.37 เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะเป็นภารกิจในการช่วยเหลือออกมา ซึ่งจะต้องเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายของเด็กโดยมีทีมแพทย์และหน่วยซีลดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนหน้าที่หลักที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเร่งสูบน้ำ และรับผิดชอบไม่ให้น้ำกลับมาเพิ่มระดับได้อีก จนกว่าจะพาทุกคนทั้งผู้พลัดหลงและเจ้าหน้าที่ออกมาได้

ขอบคุณข้อมูล จส.100

เผยแผนหน่วยซีล 3 เฟส นำทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำหลวง

เผยแผนหน่วยซีล 3 เฟส เพื่อนำน้องๆ และโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำหลวง

วันนี้(3 ก.ค.) มีรายงานว่า หน่วยซีล วางแผนระยะยาว ช่วยเด็กๆ ส่งนักดำ 4 นาย พร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพ พาวเวอเจล เข้าทำการช่วยเหลือ และพักอาศัยเป็นเพื่อน พร้อมกับสำรวจโครงสร้างภายใน ให้อยู่ได้โดยปลอดภัย ควบคู่กับการสอนดำน้ำให้ ทั้ง 13 คน พร้อมกับยังคงดำรงการระบายน้ำเตรียมอาหารอยู่ได้ 4 เดือน เข้าไปในถ้ำ

นาวาเอกอนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับกรมรบพิเศษ 1 นสร.กร. ที่อยู่ภายในโถง 3 ได้อำนวยการ พร้อมวางแผน ดังนี้

เฟส 1 ส่งนักดำ 4 นาย พร้อมอุปกรณ์ดำรงชีพ พาวเวอเจล เข้าทำการช่วยเหลือ และพักอาศัยเป็นเพื่อน พร้อมกับสำรวจโครงสร้างภายในให้อยู่ได้โดยปลอดภัย

เฟส 2 ส่งนักดำ พร้อมแพทย์ เข้าทำการช่วยเหลือ และปรับสภาพอากาศเข้าไปภายใน ให้สามารถดำรงชีพได้อย่างสะดวกสบาย

เฟส 3 เตรียมส่งอาหาร เพิ่มเติม ให้อยู่ได้ 4 เดือน เป็นอย่างน้อย ควบคู่กับการสอนดำน้ำให้ ทั้ง13 คน พร้อมกับยังคงดำรงการระบายน้ำ ตลอดเวลา