กรมการค้าภายใน แจง กรณีการแก้ไขปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำ

กรมการค้าภายใน ชี้แจงการแก้ไขปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำ คาดระดับราคาขายจะค่อยๆ คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ ก.ค.นี้ แนะหน่วยงานเกี่ยวข้องควรให้คำแนะนำ 

วันที่ 1 ก.ค.2561 นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงประเด็นการแก้ไขปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำ ข้อชี้แจง พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน “โครงการช่วยสับปะรด 2018” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทางภาคเหนือ ที่ประสบปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำเป็นอย่างมาก ทำให้เกษตรกรเกิดภาวะขาดทุน โดยพรรคประชาธิปัตย์ มีการรับซื้อสับปะรดในราคากิโลกรัมละ 4 บาท เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาว กทม.

ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าต้องการให้รัฐบาลใส่ใจและเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร ควรมีการวางนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นระบบ เพราะแม้ที่ผ่านมาจะมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยรับซื้อ แต่ยังไม่เพียงพอ และรัฐบาลต้องเร่งหารือกับโรงงานแปรรูปสับปะรดเพื่อจัดทำแผนระบายสินค้า เชื่อว่าจะใช้งบประมาณไม่มากนัก

ข้อเท็จจริง ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดมากเกินความต้องการของโรงงานแปรรูป เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากราคาสับปะรดที่เกษตรกรขายได้อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะปีนี้ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยให้ผลผลิตสับปะรดเพิ่ม

และประกอบกับสองสามปีที่ผ่านมาสับปะรดมีราคาสูงทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นด้วย ทำให้เกิดภาวะล้นตลาด เนื่องจากผลผลิตร้อยละ 90 พึ่งพาโรงงานแปรรูปเพื่อส่งออกตลาดต่างประเทศ ในขณะที่กำลังการผลิตของโรงงานแปรรูปคงเดิม

การแก้ไขปัญหาระยะสั้น

1. กระทรวงพาณิชย์เป็นฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการตลาดและการส่งออกสับปะรด ได้มีการประชุมเพื่อวางมาตรการช่วยเหลือแล้ว 2 ครั้ง ในวันที่ 21 มีนาคม 2561 และวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ซึ่งได้มีมติให้ดำเนินมาตรการต่างๆ ได้แก่

มาตรการนำสับปะรดส่วนเกินออกจากระบบ โดยการกระจายสับปะรดออกนอกแหล่งผลิตสำหรับบริโภคผลสด และนำไปทำอาหารสัตว์เลี้ยงโคนมโคเนื้อ รณรงค์บริโภคสับปะรดโดยอาศัยเครือข่ายประชารัฐ และการเร่งรัดขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศให้มากขึ้น

2. กรมการค้าภายในก็ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยได้สนับสนุนให้มีการเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตสับปะรดผลสดออกจากแหล่งผลิต และได้สนับสนุนงบประมาณรวม 1,285,000 บาท ให้จังหวัด ระยอง ชลบุรี เชียงราย อุทัยธานี พิษณุโลก ลำปาง ประจวบคีรีขันธ์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรวบรวมผลผลิต คัดคุณภาพ และกระจายไปจังหวัดปลายทางนอกแหล่งผลิต รวมปริมาณกว่า 2,000 ตัน

3. ได้ประสานงานภาครัฐและภาคเอกชนให้ช่วยรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกร ได้แก่

(1) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับซื้อสับปะรดผลสดแจกให้กับผู้ที่มารับบริการที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 70 สาขาทั่วประเทศรวมปริมาณกว่า 890 ตัน

(2) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับซื้อสับปะรดสด 460 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เตรียมไว้สำหรับสมนาคุณลูกค้าที่มาใช้บริการสถานีน้ำมันเชื้อเพลิง

(3) ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น ห้าง Lotus, BigC, makro, The Mall, Tops ได้ร่วมลงนาม MOU กับกรมการค้าภายในในการช่วยรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรโดยตรง ปริมาณรวม 2,820 ตัน

(4) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประสานกรมปศุสัตว์และผู้ประกอบการฟาร์มปศุสัตว์ นำสับปะรดใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงโคนมโคเนื้อ รวมแล้วกว่า 1,800 ตัน โดยกรมการค้าภายในได้สนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 500,000 บาท ดำเนินการใช้รวบรวมสับปะรดเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงโคเนื้อโคนม ปริมาณ 500 ตัน

(5) กระทรวงมหาดไทยได้ประสานให้จังหวัดที่ไม่ได้เป็นแหล่งเพาะปลูกสับปะรดร่วมมือช่วยรับซื้อสับปะรดจากจังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกเพื่อไปจำหน่ายในพื้นที่ด้วย

(6) สมาคมโรงแรมและร้านอาหารประสานให้สมาชิกเพิ่มปริมาณการเสิร์ฟให้มากขึ้นในรายการบุฟเฟต์ของโรงแรม และทำเมนูอาหารที่มuส่วนประกอบจากสับปะรดเป็นเมนูพิเศษบริการลูกค้าและนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มปริมาณการบริโภคสับปะรดด้วย

การแก้ไขปัญหาระยะยาว

เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคม 2561 คาดว่าผลผลิตและระดับราคาขายสับปะรดจะเริ่มค่อย ๆ คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ ดังนั้น การผลิตสับปะรดในรอบถัดไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้คำแนะนำและทำความเข้าใจกับเกษตรกรในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของตลาด โดยส่งเสริมให้มีการทำสัญญาข้อตกลงกับโรงงานแปรรูปด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องตลาดให้แก่เกษตรกร

ทูลกระหม่อมฯ ทรงโพสต์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ มีเด็กและโค้ชอยู่บนตัวหมูป่า

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ มีเด็กและโค้ชรวม 13 ชีวิตบนตัวหมูป่า

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ โดยเป็นภาพที่มีเด็กและโค้ชรวม 13 ชีวิต อยู่บนตัวหมูป่า

พร้อมตัวอักษร #พาหมูป่ากลับบ้าน พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “อยากขอยืมรูปคนอื่น แต่เขียนเองคงดีกว่า สวยไม่สวยไม่ว่ากัน แต่มาจากใจจริง”

ซึ่งขณะนี้ ทั้งโค้ชและเด็กรวม 13 คนยังคงติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ประกันสังคม เตรียมสถานพยาบาลให้แก่ผู้ประกันตน ม. 39 ที่ขอคืนสิทธิ

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ขอคืนสิทธิสบายใจได้ ประกันสังคม เตรียม รพ. ในระบบรองรับไว้แล้ว โดยใช้สิทธิการรักษา จะต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 3 เดือน ภายในระยะ 15 เดือน และสามารถเลือก รพ.เองได้

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่สิ้นสภาพและได้รับการคืนสิทธิเพื่อกลับเข้าสู่ระบบประกันสังคมอีกครั้ง ว่า จากการที่สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการช่วยเหลือให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่เคยสิ้นสภาพ และประสงค์จะกลับเป็นผู้ประกันตน

ติดต่อยื่นคำขอคืนสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งที่ท่านสะดวก หรือทางไปรษณีย์ (แนบแบบ สปส. 1-20/1) หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 19 เมษายน 2562 ทั้งนี้ผู้ประกันตนจะต้องชำระเงินสมทบเดือนละ 432 บาท ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้กลับเป็นผู้ประกันตน

เมื่อจ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไข ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 6 กรณีเช่นเดิม คือ กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ อย่างไรก็ตาม ในการขอรับสิทธิการรักษาพยาบาล ผู้ประกันตนจะต้องนำส่งเงินสมทบมาแล้วจำนวน 3 เดือน ภายในระยะ 15 เดือน จึงจะมีสิทธิรับบริการทางการแพทย์

ซึ่งผู้ประกันตนต้องเลือกสถานพยาบาลเอง โดยสามารถเลือกสถานพยาบาลในพื้นที่/ จังหวัดรอยต่อ/ สถานพยาบาลเดิมก่อนถูกตัดสิ้นสภาพ ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตนไม่เลือกสถานพยาบาล สำนักงานประกันสังคมจะจัดสถานพยาบาลเดิม ก่อนถูกตัดสิ้นสภาพ หรือสถานพยาบาลในพื้นที่ให้ ซึ่งผู้ประกันตนสามารถขอเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ ภายใน 90 วัน นับจากวันเริ่มสิทธิ

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับปี 2561 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 237 แห่ง แยกเป็นโรงพยาบาลรัฐ 159 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 78 แห่ง ครอบคลุมสถานพยาบาลทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบผลการเลือกสถานพยาบาลได้ที่สำนักงานประกันสังคมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 12 แห่ง/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ เครื่อง Smart Kiosk ของกระทรวงมหาดไทย หรือที่ www.sso.go.th และที่สายด่วน 1506 บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง