‘สันธนะ’ เข้ารายงานตัว ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล

‘สันธนะ’ เข้ารายงานตัว ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ชี้สงสัยในเนื้อหาที่ตำรวจแถลงข่าวสรุปสำนวนคดี

วันนี้ (2 ก.ค.61) ที่ศาอาญา รัชดา ศาลได้นัดรายงานตัวครั้งแรก คดีที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.สันติบาล 2 ในฐานะประธานที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ ดอนเมือง จำกัด แลนายคเณศ เปรมครุฑ ผู้จัดการและหุ้นส่วนตลาด ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ผู้ค้าในตลาด ภายหลังครบกำหนดฝากขัง 4 ผัด รวม 48 วันของศาล

โดยพ.ต.ท.สันธนะ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวโดยระบุว่า ตนยังมีข้อสงสัยอยู่หลายประการ เนื่องจากเมื่อที่ศุกร์ที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) ทางตำรวจได้แถลงข่าวสรุปสำนวนคดีและสั่งฟ้องตนและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดรวม 11 คน ประเด็นคือรายละเอียดของคดี เนื่องจากเนื้อหาในช่วงแถลงข่าวปรากฏว่าคดีดังกล่าว มีผู้เสียหายในคดี 11 คน

ซึ่งระบุว่าเป็นกลุ่มผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนใหม่ มีพยาน 9 คน ความเสียหายตลอดระยะเวลา 2 ปี เพียง 7 แสนกว่าบาทเท่านั้น ถือว่าน้อยมากสำหรับการแบ่งให้ตนและพวกรวม 11 คน โดยตนมองว่าพนักงานสอบสวนมีความพยายามที่จะยัดเยียดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามตนยืนยันพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล โดยจะไม่ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดแต่อย่างใด

‘ศรีวราห์’มีกำลังใจหลังเจ้าของโพสต์ล่ารายชื่อถอดพ้นตำแหน่ง เดินทางมาขอโทษ

“ศรีวราห์ ” มีกำลังใจมากขึ้น หลังเจ้าของโพสต์ ล่ารายชื่อประชาชนส่งถึงนายกฯ ร้องให้ถอดถอนพ้นตำแหน่ง เดินทางมาขอโทษ

วันนี้ ( 2 ก.ค. 61 ) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวิบูลย์ธร กมลนฤเมธศ์ อายุ 55 ปี เจ้าของเฟสบุ๊คที่โพสต์ล่ารายชื่อประชาชนส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ถอดถอน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ออกจากตำแหน่งรองผบ.ตร. หลังจากมีการแชร์คลิป ภาพ ลงพื้นที่ค้นหาเด็กและโค๊ช รวม13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.61

ทั้งนี้ นายวิบูลย์ธร กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นของการแชร์คลิปของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ขณะลงพื้นที่ในถ้ำหลวงซึ่งมีการสนทนาเรื่องการเจาะผนังถ้ำ และการขออนุญาตนำโดรนบินสำรวจ ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอารมณ์ที่เป็นห่วงเด็ก พอเห็นคลิปทำให้รู้สึกว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ ขัดขวาง ก้าวก่าย การทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงทำหนังสือและโพสต์ล่ารายชื่อขึ้นบนเฟสบุ๊คเพื่อถอดถอน พล.ต.อ.ศรีวราห์ พ้นจากตำแหน่ง

ฃหลังจากนั้น พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รองผบช.ส.ได้โทรหาและส่งคลิปฉบับเต็มให้ดู พร้อมทั้งอธิบายการทำงานของพล.ต.อ.ศรีวราห์ จึงรู้ว่าคลิปที่ตนเองดูเป็นเพียงคลิปสั้นๆ ตัดต่อมาเท่านั้น แต่เมื่อดูคลิปฉบับเต็มกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ซึ่งระยะเวลาสั้นๆสามารถรวบรวมรายชื่อได้กว่า 400,000 คน ตนจึงได้ลบโพสต์นั้นออก

แต่หลังจากนั้นมีการแชร์ต่อๆกันอย่างแพร่หลาย ยืนยันไม่มีเจตนาและขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขอเตือนบุคคลที่โพสตบิดเบือนทำให้ผู้อื่นเสียหายให้ระมัดระวังและตรวจสอบ เพราะการทำให้คนอื่นเสียหาย ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็เป็นบาปอีกอย่างหนึ่ง ยืนยันที่พูดไม่ได้เป็นการเอาใจใคร และท่านไม่ได้ถือโทษ ถือสา

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขอบคุณที่มาให้ความจริง ความกระจ่าง และให้ความเป็นธรรม ตนมีกำลังใจในการทำงานขึ้นเยอะ ยืนยันว่าตราบใดที่ยังอยู่ในราชการ ก็จะทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ส่วนการดำเนินคดีกับคนที่ตัดต่อคลิป บิดเบือน จะมีการพิจารณาว่ามีเจตนาทำให้เสียหายหรือไม่ โดยเฉพาะการพาดพิงในคดีต่างๆที่ตนเองทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค้ามนุษย์หรือคดีเสือดำ

ส่วนกรณีที่การนำเสนอจากสำนักข่าวว่า ตนจะเอาผิดเด็ก13 คนนั้น เรื่องนี้ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสำนักข่าวปลอม เผยแพร่มาจากกัมพูชา ซึ่งตนในการแจ้งความร้องทุกข์ไปเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบพบพยานหลักฐานว่าการปล่อยข่าวในครั้งนี้มาจากนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ และพวกที่ออกมาเรียกร้องหน้ายูเอ็น ส่วนการพูดคำหยาบคาย กู มึง ที่ปรากฏในคลิป ตนพูดกับลูกน้อง พูดกับคนสนิท เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ตนจะลงพื้นที่ถ้ำหลวงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงการลงไปปฎิบัติหน้าที่ ว่าเป็นไปตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำกับดูแลงานด้านกิจการพิเศษ มีการนำกำลังเสริมไปสมทบ มีการประชุมวางแผนการค้นหาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด

‘ยูเนสโก’ ประกาศมรดกโลกแห่งใหม่

วัดบนภูเขาของเกาหลีใต้ โบสถ์คริสต์ในญี่ปุ่น และโอเอซิสใหญ่ที่สุดในโลกที่ซาอุดิอาระเบีย เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ขององค์การยูเนสโก

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ทยอยประกาศรายชื่อแหล่งมรดกโลกครั้งใหม่ในการประชุมที่บาห์เรน ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน ถึง 4 กรกฎาคม โดยแหล่งมรดกโลกที่ผ่านการพิจารณาถึงความสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ จะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายตามสนธิสัญญานานาชาติ

แหล่งมรดกโลกใหม่บางส่วน อาทิ โบสถ์คริสต์ที่ซ่อนตัวในสถานที่หลายแห่งในจังหวัดนางาซากิของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หมู่บ้าน 10 แห่ง ปราสาทและโบสถ์คริสต์ ที่สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 18-19 สะท้อนถึงกิจกรรมของมิชชันนารีและชาวคริสต์ยุคแรกที่เดินทางเข้าสู่ญี่ปุ่น

สถาปัตยกรรมแบบกอธิก และอาร์ตเดโค่ในนครมุมไบของอินเดีย ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล และที่พักอาศัย โดยยูเนสโกระบุว่า สะท้อนให้เห็นถึงช่วงการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของมุมไบในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 19-20

“อัล-ฮาซา” โอเอซิสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในซาอุดิอาระเบีย ที่เป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคหินใหม่จนถึงปัจจุบัน ประกอบไปด้วยคูคลอง ลำธาร สิ่งปลูกสร้าง และแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งยูเนสโกมองว่า เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

ศาสนสถานที่ตั้งอยู่บนภูเขา หรือ “ซันซา” ในหลายจังหวัดทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ประกอบด้วยวัด 7 แห่ง ที่ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 7 ถึงศตวรรษที่ 9 ซึ่งแต่ละแห่งประกอบด้วยห้องโถงสำหรับเทศนา ซุ้มศาลา และอุโบสถ

แหล่งโบราณคดีของจักรวรรดิแซสซานิด ในจังหวัดฟาร์ส ของอิหร่าน ประกอบไปด้วย ปราสาท และแผนผังเมือง ถูกสร้างขึ้นในจักรวรรดิแซสซานิด ช่วงศตวรรษที่ 3-5 ยูเนสโก กล่าวว่า สถานที่เหล่านี้ แสดงถึงหลักฐานที่แสดงถึงอิทธิพลของศิลปะโรมัน และประเพณีของจักรวรรดิอาคีมานิด และจักรวรรดิพาร์เธีย ในช่วงเวลานั้น