กรมควบคุมโรค พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป.ลาว

กรมควบคุมโรค เตรียมพร้อมช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้ประสบอุทกภัย กรณีสันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกที่ สปป.ลาว 

วันนี้ (27 กรกฎาคม 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงที่มีการรายงานข่าวสันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แตกที่เมืองสนามไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นั้น กรมควบคุมโรค เตรียมพร้อมสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 10 อุบลราชธานี (สคร. 10 อบ.)

ที่พร้อมร่วมปฏิบัติงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานีและหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ อีกทั้งยังให้การสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อการช่วยเหลือในครั้งนี้ จากที่ประชุมของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ที่จังหวัดอุบลราชธานี ทีมงานได้ลงพื้นที่พร้อมนำทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT)

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ(MCATT) และทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Emergency Response Team : MERT) เข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์ พร้อมนำเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และยาชุดน้ำท่วม 5,000 ชุด อาทิ รองเท้าบู๊ท ชุดตรวจสอบคลอรีนในน้ำ ยาทากันยุง เป็นต้น

เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือนี้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจลุ่มน้ำโขง ของจังหวัดอุบลราชธานีกับแขวงจำปาสัก ที่มีความร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อำนวยการตอบโต้ภัยพิบัติระดับจังหวัด

จังหวัดอุบลราชธานีได้มีการกำหนดระบบคัดกรอง และจุดประสานงานไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อคัดกรองผู้ป่วยและประสานความช่วยเหลือ โดยให้โรงพยาบาลสิรินธร เป็นสถานบริการที่รับผิดชอบพื้นที่ด่านดังกล่าวเป็นเจ้าภาพ และได้เตรียมโรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร และโรงพยาบาลโขงเจียม กรณีที่มีผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากเกินรับไหว เพื่อลดความแออัดและเข้าถึงการรับบริการด้านสุขภาพที่ทั่วถึง

กรมควบคุมโรค มีความห่วงใยในผู้ประสบภัยทุกคน ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ โดยกรมควบคุมโรคได้สั่งการไปยังสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 อุบลราชธานี ให้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ผู้ประสบภัยมีกำลังใจอยู่เสมอ นอกจากนี้ ภัยสุขภาพที่ต้องระวังเป็นพิเศษช่วงอุทกภัย ได้แก่ การตกน้ำ/จมน้ำ หรือ ถูกสัตว์มีพิษที่กัด ต่อย เป็นต้น ขอให้ทุกคนระวังตนเองและคนในครอบครัวอยู่เสมอ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า สำหรับทีมหรือบุคคลที่เดินทางไปช่วยเหลือในครั้งนี้ ขอให้เตรียมร่างกายให้พร้อม แข็งแรง ขณะอยู่ในพื้นที่ควรรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และสวมใส่รองเท้าบู๊ททุกครั้งที่ต้องเดินหรือย่ำในน้ำ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือเชื้อโรคที่มากับน้ำ พร้อมล้างทำความสะอาดขาและเท้าทันทีที่ขึ้นจากน้ำ

ทั้งนี้ หลังกลับจากการช่วยเหลือ ให้สังเกตอาการผิดปกติ หากภายใน 14 วัน มีอาการไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที ขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน สามารถร่วมบริจาคเงินได้ตามช่องทางที่รัฐบาลได้ชี้แจงไว้

ในส่วนของกรมควบคุมโรคเอง ได้มีการร่วมระดมเงินช่วยเหลือจากบุคลากรภายในหน่วยงาน เพื่อส่งกำลังใจและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ สปป.ลาว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

โซเชียลแห่แชร์ เจ้าสาวยุค2018 แห่ขันหมากสู่ขอเจ้าบ่าว

เจ้าสาวยุค 2018 แห่ขันหมากขอเจ้าบ่าวถึงบ้าน ชาวโซเชียลตั้งคำถาม เป็นการลบหลู่ประเพณีหรือไม่

วันที่ 28 ก.ค. 2561 เฟซบุ๊กชื่อ บ้านขนมไทย ลักษมี โพสต์คลิปพิธีแห่ขันหมาก ในงานแต่งงานงานหนึ่ง โดยทางฝั่งเจ้าสาวเป็นคนยกขบวนขันหมาก พร้อมสินสอด ไปสู่ขอเจ้าบ่าวที่บ้าน โดยแขกที่มาร่วมขบวนต่างร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน และมีแขกมาร่วมยินดีจำนวนมาก โดยเมื่อขบวนขันหมากไปถึงบ้านเจ้าบ่าว เจ้าสาวต้องผ่านประตูเงินประตูทอง ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น

ทั้งนี้เมื่อเจ้าสาวถูกถามว่ามาทำอะไร เธอได้ตอบชัดเจนว่า “มาขอผัวค่ะ” ทำเอาแขกปรบมือกันอย่างชอบใจ โดยหลังมีการเผยแพร่คลิปออกไปมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แต่มีบางความเห็นมองว่าเป็นการลบหลู่ประเพณีไทย รวมถึงบางส่วนที่มองว่าเป็นมิติในการแต่งงานยุคใหม่

เมื่อเกิดกระแสวิจารณ์ต่าง ๆ นานา ผู้ใช้เฟซบุ๊กบ้านขนมไทย ลักษมี ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องนี้มาโพสต์บนสื่อโซเชียล ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ระบุว่า ‘เจ้าสาวขอเจ้าบ่าวนะคะ ด้วยสถานที่ของเจ้าสาวไม่เอื้อที่เจ้าบ่าวจะยกขบวนขันหมากไปและ ฤกษ์ของฝ่ายเจ้าสาวดีกว่าที่เจ้าบ่าวจะแห่ไปจึงได้มีขบวนแห่มาขอฝ่ายชาย ไม่ได้คิดลบหลู่ประเพณีโบราณแต่อย่างใดนะคะ #คอมเม้นต์ได้แต่อย่าแรงค่ะสงสารเจ้าสาว

ทอง เปิดตลาดวันนี้ราคาคงที่

ทอง เปิดตลาดวันนี้ราคาคงที่ รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,950.00 บาท ขายออกบาทละ 19,900.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 เมื่อเวลา 09.07 น. ซึ่งราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับวานนี้ โดยราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,950.00 บาท ขายออกบาทละ 19,900.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 19,300.00 บาท ขายออกบาทละ 19,400.00 บาท