กฟน. เปิดตัว MEA EV Application แอปฯควบคุมจัดการยานยนต์ไฟฟ้า

การไฟฟ้านครหลวง เปิดตัว MEA EV Application แอปพลิเคชั่นควบคุมจัดการยานยนต์ไฟฟ้า

วันนี้ (26 กรกฎาคม 2561) นายวีรวัจน์ บัวทอง ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานเปิดตัว MEA EV Application (เอ็ม อี เอ อีวี แอปพลิเคชัน) โดดเด่นด้วยนวัตกรรมควบคุมจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งดาวน์โหลดใช้งานได้แล้ววันนี้

รวมทั้งเปิดงานสัมมนาเตรียมความพร้อมการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต โดยมีผู้ประกอบการ ผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 200 คน ณ โรงแรมวินเซอร์ ถ.สุขุมวิท 20 กรุงเทพฯ

ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่ครบวาระ 60 ปี กฟน. ในปีนี้ กฟน. จึงมุ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ได้เตรียมความพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์น้ำมันในอนาคต เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาดและประหยัด ซึ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 กฟน. ถือเป็นหน่วยงานแรกที่ริเริ่มนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในกิจการ ตลอดจนวิจัยและพัฒนา รวมทั้งผลักดันให้เกิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าขึ้นเป็นที่แรกในการไฟฟ้านครหลวงเขตต่าง ๆ จำนวนถึง 11 สถานี และจะครอบคลุมทุกที่ทำการ เร็วๆ นี้

โดย กฟน. พร้อมเดินหน้าเป็นผู้นำในการควบคุมจัดการระบบให้บริการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า โดยพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อมาใช้กำกับดูแลและกำหนดหลักเกณฑ์ในการเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้าในการสนับสนุนภาคธุรกิจส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทให้มีความเพียงพอ มั่งคง ปลอดภัย

และเพื่อให้การบริการเกี่ยวกับการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร กฟน. จึงจัดทำ “MEA EV Application” ใช้งานสะดวกสบายบนสมาร์ทโฟน เวอร์ชันล่าสุด 2.0 รองรับการใช้งานทั้งระบบ IOS และ Android สำหรับการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าการจองหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ มีระบบนำทางไปยังสถานีชาร์จพร้อมควบคุมการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบรีโมทด้วยแอปพลิเคชันทันที การแจ้งข้อมูลประวัติการชาร์จ การคำนวณอัตราการประหยัดพลังงาน รวมถึงฟังชันอื่นๆ ที่จะจัดทำเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกในอนาคต

อีกทั้ง กฟน. ยังร่วมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องหลายราย ถือเป็นความร่วมมือกับองค์กรภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ

ภายในงานยังได้มีการจัดสัมมนาการเตรียมความพร้อมการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ให้แก่ผู้ประกอบการผู้ผลิต และจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ กฟน. ยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าได้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้อีกด้วย โดยมีการให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มาตรฐานการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า

พร้อมทั้งการชี้แจงระเบียบการไฟฟ้านครหลวง ว่าด้วยการขอใช้ไฟฟ้าสถานีอัดประจุไฟฟ้า พ.ศ.2561 เพื่อให้รับทราบข้อมูลขั้นตอนและแนวทางดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ กฟน. ในการเดินหน้าสู่ผู้นำส่งเสริมธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV) และประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ทั่วประเทศตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้รวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2579

 

ขอหมายจับ!! สองหนุ่มชาวเซอร์เบียขนแก๊สตัดตู้เอทีเอ็ม

ขอหมายจับสองชาวเซอร์เบียขนแก๊สตัดตู้เอทีเอ็ม แต่ดันแก๊สหมดไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว

วันนี้ (26 ก.ค.61) พ.ต.ท.ชาญชัย จังวัง พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รวมรวบหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับนายเนนนาด สโคชิค และ นายลาฟ นิคลิด สองคนร้ายชาวเซอร์เบีย ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางสำหรับคุ้มครอง หลังทั้งสองร่วมกันก่อเหตุพยายามทำลายตู้เซฟตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ในที่เกิดเหตุ มีคนร้ายใช้แก๊สหุงต้มเป็นเชื้อเพลิงในการตัดเหล็กตู้เอทีเอ็ม สาขาดังกล่าว แต่เหล็กที่ใช้ทำตู้เอทีเอ็มเป็นเหล็กหนา ทำให้งัดทำลายไม่สำเร็จและใช้เวลานานจนแก๊สหมด ไม่สามารถเปิดตู้ออกมาได้ จึงพากันขับรถยนต์เก๋งหลบหนีเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ จนพบรถยนต์ที่นำมาก่อเหตุเป็นรถเช่า และเช็คพิกัดย้อนหลัง พบว่าคืนดังกล่าวรถเก๋งคันดังกล่าวไปจอดบริเวณที่เกิดเหตุ และยังมีพยานเห็นผู้ต้องหาทั้งสองคนยกถังแก๊สขึ้นรถ

เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมาย โดยหลังจากนี้จะประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบ ว่าทั้งสองออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ หากพบว่าออกนอกประเทศไปแล้วก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองคน พบข้อมูลเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นเวลา 60 วัน คาดว่าอาจเที่ยวเพลินจนเงินหมด จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

สาวม้งกินยาฆ่าตัวตาย หลังถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านขืนใจเสียชีวิตแล้ว

หญิงสาวชาวม้งคิดฆ่าตัวตายด้วยการกินยาฆ่าแมลง หลังทนไม่ได้ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านลวงไปข่มขืน เสียชีวิตแล้ว ด้านแม่ยังทำใจไม่ได้ เตรียมชุดประจำเผ่าให้ลูกสาวได้สวมใส่เป็นครั้งสุดท้าย

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์สุดเศร้า เมื่อมีสาวชาวม้งรายหนึ่งกินยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าตัวตาย หลังทนไม่ได้จากการถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านลวงไปข่มขืน เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา จากนั้นได้มีการเผยแพร่ภาพไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์ จนเกิดความอับอายก่อนเธอจะตัดสินใจปลิดชีพตัวเองดังกล่าว ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น ล่าสุดสาวม้งคนดังกล่าวได้สิ้นใจเสียชีวิตลงแล้ว หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลลำปาง จากอาการบาดเจ็บจากการกิินยาฆ่าแมลง

สาวม้ง, ผู้ใหญ่บ้าน, ข่มขืน, ฆ่าตัวตาย, ยาฆ่าแมลง, ข่าวสดวันนี้

ซึ่งจากการเปิดเผยของแพทย์ที่ทำการรักษา เผยว่า การเสียชีวิตมาจากสาเหตุภาวะไตวายอย่างเฉียบพลัน เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ของวานนี้ (25ก.ค.61) จากการที่พิษของยาฆ่าแมลงได้ทำลายอวัยวะภายในจนหมดแล้ว จนทำให้เธอต้องจบชีวิตลงดังกล่าว ทั้งนี้ก่อนเสียชีวิต สาวม้งขอให้ช่วยทวงคืนความเป็นธรรมโดยการเอาผิด อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวให้ถึงที่สุดด้วย

ขณะที่บรรยากาศบริเวณด้านหน้าอาคารนิติเวช รพ.ลำปาง เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีครอบครัวของหญิงสาวคนดังกล่าวมารอรับศพจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ของหญิงสาวที่อยู่ในอาการร้องไห้ตลอดเวลาเนื่องจากยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่เธอก็ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ได้เตรียมชุดม้งประจำเผ่ามาสวมใส่ให้ลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเห็นว่าเป็นชุดที่ลูกชอบ

ทางด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนาพงษ์ ซึ่งเป็นประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญกรรม ที่ได้ติดตามช่วยเหลือหลังจากเกิดเหตุ ได้กล่าวว่า ถึงแม้น้องเขาจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ก็สามารถที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุ ในเรื่องของประจักษ์พยานหลักฐาน ในส่วนของพนักงานสอบสวน มีครบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย

การสอบปากคำพนักงานห้องที่ไปเช่าพัก โดยในชั้นนี้จะได้ทำการออกหมายเรียกคนที่ส่งภาพถ่าย ที่ไม่เหมาะสมให้กับทางพ่อแม่ ของผู้เสียชีวิต ในส่วนของอดีตผู้ใหญ่บ้าน ใน อ.พบพระ จ.ตาก คาดว่าภายในวันนี้จะมีการขอศาลเพื่ออนุมัติหมายจับ