ระงับบังคับคดี ‘ครูวิภา’ ค้ำเงิน กยศ.ให้นักเรียนกว่า 60 คน

กรมบังคับคดีประสาน กยศ.ระงับการบังคับคดีชั่วคราว กรณีครูวิภา บานเย็น ถูกยึดบ้านและที่ดินจากการเซ็นค้ำประกันเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ลูกศิษย์กว่า 60 คน

กรมบังคับคดี และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือนางสาววิภา บานเย็น ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จังหวัดกำแพงเพชร ที่ถูกยึดบ้านและที่ดินขายทอดตลาด หลังค้ำประกันเงิน กยศ.ให้กับนักเรียนกว่า 60 คน ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะชะลอการยึดทรัพย์ของครูวิภา ออกไปก่อน เพื่อเยียวยาเบื้องต้น โดยสัปดาห์หน้า กยศ.ไปถอนการบังคับคดีที่จังหวัดกำแพงเพชร

นอกจากนี้ จะมีการติดตามนักเรียน 17 คน ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการบังคับคดี เพื่อมาชำระหนี้ ยอดเงินรวมทั้งหมด 1 แสน 9 หมื่นบาท ไม่รวมดอกเบี้ยอีกร้อยละ 7.5 ต่อปี และค่าปรับ โดยส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งหากติดต่อได้จะประสานหน่วยงานรัฐเพื่อหักเงินเดือน แต่หากอยู่ในบริษัทเอกชน อาจต้องดำเนินการภายในสิ้นปีนี้

ส่วนที่นางสาววิภาได้ชำระหนี้แทน 4 คน เป็นเงิน 9 หมื่น 2 พันบาท มีสิทธิ์ไปไล่เบี้ยจากผู้กู้ โดย กยศ.จะให้ความช่วยเหลือในการจัดหาทนายเพื่อฟ้องคดี

สำหรับปัญหาการบังคับคดีหนี้ กยศ.โดยเฉพาะกับกลุ่มครูที่ยอมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้นั้น กรมบังคับคดีจะเร่งหารือกับ กยศ.เพื่อวางแนวทางการแก้ปัญหาในอนาคตอีกครั้ง ขณะที่ครูวิภาได้เดินทางมาที่ กรมบังคับคดี เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานทั้งหมดเพื่อเข้าสู่การพิจารณาช่วยเหลือ และระงับการบังคับคดี

ทั้งนี้ ครูวิภา ได้ค้ำประกันเงินกู้กยศ. ให้นักเรียนชั้น ม.4 และ ม.5 จำนวน 60 คน ระหว่างปี 2541 – 2542 ปรากฏว่านักเรียนราว 30 คน ที่จบแล้วไม่ได้ใช้หนี้ กยศ. ยอดหนี้รวมกว่าล้านบาท ทำให้ถูกยึดบ้านและที่ดินดังกล่าว โดยครูวิภาขอให้นักเรียนที่กู้เงินไปเห็นใจครู และขอให้ติดต่อกลับ พร้อมหาวิธีการชำระหนี้สิน

ไทยพร้อมส่งความช่วยเหลือ พี่น้องสปป.ลาว เหตุเขื่อนแตก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในลาว ส่วนรัฐบาลไทยมอบเงินช่วยเหลือ 5 ล้านบาทแก่เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย พร้อมสนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ที่จำเป็น

วันนี้(26 ก.ค.) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กองทัพอากาศจัดเครื่องบินลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน ไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หลังมวลน้ำจากเขื่อนในแขวงอัตตะปือทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

พลอากาศตรีพงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 นำสิ่งของพระราชทาน ประกอบด้วยน้ำดื่มพระราชทาน จำนวน 10,000 ขวด ผ้าเช็ดตัวพระราชทาน จำนวน 2,000 ผืน เครื่องกรองน้ำพระราชทาน จำนวน 49 เครื่อง อาหารและยาพระราชทานอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังได้ลำเลียงถุงยังชีพในนามรัฐบาลไทย จำนวน 5,000 ชุด ไปในเที่ยวบินดังกล่าวด้วย เบื้องต้นได้วางแผนการบิน จำนวน 4 เที่ยวบิน เส้นทางบิน ดอนเมือง–ท่าอากาศยานนานาชาติปากเซ เมื่อเดินทางถึงแล้ว สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ จะประสานส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 5 ล้านบาท แก่นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงความห่วงใยและน้ำใจของประชาชนไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งในเบื้องต้นมีอาสาสมัครได้เดินทางเข้าไปลาวแล้ว ส่วนรัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุนทั้งในด้านบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยกู้ภัย แพทย์ พยาบาล ทหาร เจ้าหน้าที่ไฟฟ้า รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ โดยสามารถดำเนินการได้ทันที หากทางการลาวประสานมา

ด้านพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันพร้อมให้การช่วยเหลือทางการลาวทันที หากได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการ โดยตำรวจมีหน่วยงานสนับสนุนการช่วยเหลือหลายหน่วยที่มีประสบการณ์ และความชำนาญ อาทิ ชุดพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

ส่วนที่จังหวัดอุบลราชธานี นายขันคำ สุริวง เจ้าเมืองโพนทอง แขวงจำปาศักดิ์ ได้เดินทางมารับสิ่งของบริจาคจากชาวจังหวัดอุบลราชธานีและชาวไทย อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแห้ง ยา และเสื้อผ้า บริเวณจุดประสานงานด่านศุลกากรช่องเม็ก โดยจะนำขึ้นรถกระบะไปส่งมอบไปยังศูนย์ผู้อพยพ

นายณรัชต์พล เลิศรัชตะปภัสร์ นายด่านศุลกากรช่องเม็ก เผยว่า ประชาชนยังสามารถร่วมบริจาคสิ่งของผ่านจุดรับบริจาคบริเวณด่านศุลกากรช่องเม็ก โดยทางการไทยจะประสานทางลาวให้เข้ามารับเป็นระยะ

สภากาชาดไทยได้เปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 045-3-04637-0 ซึ่งใบเสร็จรับเงินสามารถนำไป

ระทึก! สามล้อชนสนั่นเก๋ง พลิกตะแคงแก๊สรั่วไหล บน ถ.สาทรเหนือ

ระทึก! สามล้อเครื่องชนสนั่นเก๋ง พลิกตะแคงแก๊สรั่วไหล บน ถ.สาทรเหนือ โชคดีไร้เจ็บ-เสียชีวิต

วันนี้(26 ก.ค.) เวลา 02.22 น. เกิดอุบัติเหตุ บนถนนสาทรเหนือ ช่วงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน แยกสุรศักดิ์ รถเก๋งชนกับรถสามล้อเครื่อง จนพลิกตะแคง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ศูนย์วิทยุพระราม199 รายงานเพิ่มเติมว่าเหตุเกิดที่แยกสาทร-สุรศักดิ์ ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร รถสามล้อเครื่อง ทะเบียน สก 3xxx กทม.เฉี่ยวชนกับรถเก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีส้ม ทะเบียน 6กฏ 9xxx กทม. ทำให้รถสามล้อเครื่องพลิกตะแคงและมีแก๊สรั่วไหล เจ้าหน้าที่ต้องใช้ฉีดพรม เพื่อให้แก๊สระบายหมดจากถัง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Cr.คำรพ108