หนุ่มป่วยโรคซึมเศร้าโดดชั้น 31 คอนโดหรูเสียชีวิต

หนุ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ขี่จักรยานยนต์มาที่คอนโดหรู ก่อนกดลิฟท์ขึ้นชั้น 31 กระโดดลงมาร่างกระแทกพื้นดับคาที่

วันที่ 25 ก.ค.2561 พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบเหตุชายตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดที่อาคารศุภาลัย มอนเต้ 2 ความสูง 32 ชั้น ตั้งอยู่ถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด เยื้องศูนย์การค้าเซนทรัล เฟสติวัลเชียงใหม่

ที่เกิดเหตุพบศพชายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตบนพื้นถนนทางเข้าคอนโด สภาพสวมเสื้อยืดสีดำ ร่างกายถูกแรงกระแทกจนขาผิดรูป มีเศษชิ้นส่วนและมันสมอง รวมทั้งเลือดไหลกระจายเต็มพื้น

สอบสวนทราบว่าผู้ตายชื่อนายนครินทร์ สู่ทรัพย์ อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในโครงการ ก่อนจะจอดรถแล้วเดินไปขึ้นลิฟท์ขึ้นไปบนชั้น 31 จากนั้นไม่นานร่างของผู้ตายก็ร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนเสียชีวิต

เบื้องต้นพบประวัตินายนครินทร์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คาดว่าอาจเป็นสาเหตุให้คิดสั้นฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะส่งศพไปแผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

นายกฯ มอบเงิน 5 ล้าน ช่วยเหลือ สปป.ลาวเขื่อนแตก

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 5 ล้านบาทแก่เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประจำประเทศไทย 

วันที่ 25 ก.ค. 2561 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 5 ล้านบาท แก่นายแสง สุขะทิวง เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประจำประเทศไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงความห่วงใยและน้ำใจของประชาชนชาวไทย ในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด สำหรับใช้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากเหตุกรณีเขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย ที่ชำรุดเสียหาย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านอาหาร น้ำสะอาด ยา และเต็นท์พลาสติก ในการบรรเทาอุทกภัยในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหารและพลเรือน อาสาบรรเทาสาธารณภัยได้มีการประชุมเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป

เอกอัครราชทูต สปป.ลาว ได้กล่าวแสดงความซาบซึ้งในไมตรีของรัฐบาลและประชาชนไทยในความช่วยเหลือของรัฐบาลและประชาชนไทยครั้งนี้ ยืนยันให้เห็นถึงมิตรภาพและน้ำจิตน้ำใจคนไทยที่มีต่อเพื่อนทั้งในยามปกติและเมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ เป็นมิตรภาพที่แท้จริง ขอขอบคุณอีกครั้ง ขณะนี้ทราบว่า หน่วยงานของลาวได้เร่งแก้ไขและให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่

เตือน! จ้างแรงงานต่างด้าวไร้ใบอนุญาตมีความผิดถูกจับปรับเป็นแสน

เตือนนายจ้าง ที่จ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานมีความผิดถูกจับปรับเป็นแสน

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ได้บูรณาการปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยจัดชุดปฏิบัติการ 113 ทีม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ที่ออกตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมและดำเนินคดีนายจ้าง สถานประกอบการและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หลังปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) กันอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

ดังนั้น จึงขอแนะนำนายจ้างว่าหากยังมีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่กับตนเองโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ให้รีบส่งกลับประเทศโดยด่วน อย่าจ้างต่ออีกเป็นอันขาด เพราะมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องถูกดำเนินคดีมีโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี

ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวก็จะมีความผิด มีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท และเมื่อชำระค่าปรับแล้ว คนต่างด้าวจะถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ อย่างไรก็ตาม หากนายจ้างจำเป็นจะต้องจ้างแรงงานต่างด้าว สามารถจ้างได้แต่ต้องเป็นแรงงานที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางานเท่านั้น โดยแรงงาน 3 สัญชาติคือ เมียนมา ลาว กัมพูชา สามารถเข้ามาทำงานได้ตามระบบ MOU
ด้านนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ขณะนี้ชุดปฏิบัติการทั้ง 113 ชุด ได้ตรวจสอบนายจ้าง/สถานประกอบการไปแล้วจำนวน 1,248 ราย/แห่ง จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 115 ราย/แห่ง

ขณะที่ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวไปแล้วจำนวน 24,943 คน จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 641 คน ส่วนใหญ่เป็นเมียนมา 347 คน รองลงมาเป็นกัมพูชา 187 คน ลาว 55 คน เวียดนาม 34 คน และอื่นๆ 18 คน หากผู้ใดพบเห็นคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายหรือพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน หรือโทร.0 2354 1729 สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทร. สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

ส่วนงานขายของหน้าร้านคนต่างด้าวสามารถทำได้ แต่ต้องมีนายจ้างเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นคนไทยคอยกำกับดูแล และพนักงานขับรถในสถานประกอบการคนต่างด้าวสามารถทำได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ทั้งนี้ การกำหนดอาชีพสงวนกระทรวงแรงงานจะพิจารณาให้คนไทยมีงานทำ โดยไม่กระทบต่อโอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย การส่งเสริมภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ไทย ความต้องการแรงงานเท่าที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ความผูกพันหรือพันธกรณีระหว่างประเทศ และความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ