คุมตัวทอมโหด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ก่อเหตุอ้างทำไปเพราะเมา

ตำรวจคุมตัวทอมโหด ทำร้ายแฟนสาวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมเตรียมส่งฝากขังในวันนี้ ขณะที่ผู้ก่อเหตุเผยทำไปเพราะความมึนเมา

พลตำรวจตรี สมพงษ์​ ชิงดวง​ รอง​ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยตำรวจนครบาล (สน.)พหลโยธิน คุมตัว นางสาวกาญจนา สินประเสริฐ สาวทอมผู้ต้องหา ทำร้ายร่างกาย นางสาวพิมพ์พิไล ปักษี หรือน้องฟาง แฟนสาว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณหอพักเอสบีเพลส ซอยรัชดาภิเษก​ 36 แยก​ 3​ แขวงจันทรเกษม​ เขตจตุจักร​ กรุงเทพฯ หลังชุดสืบสวนสามารถ จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในจังหวัดสุโขทัย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

โดยตำรวจได้จำลองเหตุการณ์เหมือนในคลิป ที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย เริ่มตั้งแต่ที่ผู้ต้องหานั่งรอแฟนสาว จนถึงช่วงที่มีปากเสียง, ลงมือทำร้าย ก่อนขี่จักรยานยนต์ออกไป และระหว่างทำแผนฯ ผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา ท่ามกลางประชาชนที่เฝ้าดูจำนวนมาก

นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฝากเตือนประชาชนว่าการใช้อารมณ์ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และอารมณ์เพียงชั่ววูบ อาจทำให้เกิดเหตุบานปลายเช่นนี้ได้

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พานางสาวพิมพ์พิไล ผู้เสียหาย เข้ายื่นหนังสือถึงกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยา ซึ่งผู้เสียหายผ่านเกณฑ์พิจารณา ได้รับเงินเยียวยาค่ารักษาพยาบาลเบิกจ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 4 หมื่นบาท / ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 2 หมื่นบาท / ค่าขาดประโยชน์ระหว่างบาดเจ็บ ประกอบอาชีพไม่ได้ และค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยจะได้รับภายใน 45 วัน

อ้างจบหมอเกาหลี เปิดคลินิกเถื่อนฉีดโบท็อก-เสริมจมูก

บุกจับคลินิกเถื่อนกลางเมืองฉีดโบท็อก-เสริมจมูก อ้างจบหมอเกาหลี เผยยังมีคลินิกเวชกรรมความงามอีกหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่เข้าข่ายคลินิกเถื่อน

เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม “ดีน่าคลินิกเวชกรรม” เลขที่ 56/15 ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ หลังได้รับรายงานว่าคลินิกแห่งนี้ลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตมานาน

จากการตรวจสอบภายในคลินิกพบนางสาวญภา นิธิจินดาวัชร์ อายุ 26 ปี รับเป็นหุ้นส่วนของร้าน พร้อมกับพนักงานผู้ช่วยภายในร้านอีก 3 คน พร้อมกับลูกค้าที่เข้ามใช้บริการจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบไม่พบว่าคลินิกแห่งนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลและไม่มีแพทย์คอยดูแลควบคุมภายในคลีนิค

ตรวจสอบภายในคลินิกพบชั้นล่างทำเป็นห้องคล้ายห้องพบแพทย์ มีห้องสำหรับเก็บยาเเละเวชภัณฑ์ ขณะที่ชั้นที่สามของคลินิกเปิดเป็นห้องผ่าตัดเล็ก 2 ห้อง พร้อมเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายการ ขณะที่การตรวจค้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางจำนวนมาก ทั้ง โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ซิลิโคน เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ถุงมือ ไซริง เข็มฉีดยา ยาอีกหลายรายการ รวมทั้งเตียงผู้ป่วย และ บัญชีรายชื่อลูกค้า

นายพัฒนา ศรชัย เภสัชกรชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สสจ.ได้รับเบาะแสจากประชาชนว่าคลินิกแห่งนี้ลักลอบเปิดโดยไม่มีแพทย์ เมื่อตรวจสอบในระบบก็ไม่พบมีชื่อคลินิกแห่งนี้มีใบอนุญาต จึงประสานงานกับหลายหน่วยเข้าตรวจสอบจนพบความผิดดังกล่าว

นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า คลีนิคแห่งนี้ลักลอบเปิดมาได้ราว 2 เดือน โดยพบว่านางสาวญภาและพนักงานในร้านอีกคนหนึ่งเป็นผู้ฉีดโบท็อกและฟิลเลอร์ ทั้งที่ตามกฏหมายแล้วจะต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับอนุญาต ขณะที่นางสาวญภาอ้างว่าจบแพทย์จากเกาหลี แต่ไม่พบว่าได้รับอนุญาตให้เปิดสถานพยาบาลหรือประกอบวิชาชีพตามกฎหมายของไทย

ส่วนที่อ้างว่าในการดำเนินการมีแพทย์เป็นผู้ควบคุมดูแล ไม่สามารถอ้างได้ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าแพทย์ที่ถูกกล่าวอ้างมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรหรือไม่

เบื้องต้นแจ้งข้อหา นางสาวญภากับพนักงานอีกหนึ่งคนในข้อหา ร่วมกันประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาต , ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันจำหน่ายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา

โดยการเปิดคลินิกเถื่อนมีโทษจำคุกจำ 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนข้อหาประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่าขณะนี้มีคลินิกเวชกรรมความงามอีกหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่เข้าข่ายคลินิกเถื่อน ซึ่งจะมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีทั้งหมด

เปิดกลยุทธ์การลงทุน พร้อมแนะนำหุ้นเด่นกำไร 2Q18 โต

นักวิเคราะห์ มอง หุ้นไทย ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,665 – 1,685 จุด ชี้ ได้แรงหนุนจากการซื้อดักหุ้นผลประกอบการ 2Q18 แข็งแกร่ง

บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (25ก.ค.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีมุมมองเป็นกลาง คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,665 – 1,685 จุด โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากแรงซื้อดักผลประกอบการ 2Q18 ที่กำลังทยอยประกาศ และราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นจากคาดการณ์สต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐจะลดลง 3.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์นี้

รวมถึง Fund Flow ต่างชาติที่พลิกเป็น Net Buy 3 วันราว 3.9 พันลบ. และ Net Long TFEX 5 วันติดต่อกันราว 4.6 หมื่นสัญญาเป็นบวกต่อแนวโน้มดัชนี อย่างไรก็ตามความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้ายังคงเป็นแรงกดดัน โดยสหรัฐจะทำประชาพิจารณ์เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนล้านUSD. ซึ่งหากประชาพิจารณ์เห็นชอบจะเป็นกระแสกดดันต่อภาวะการลงทุนรวมถึงกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในระยะถัดไป

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ Selective Buy กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q18 เติบโต IVL, BANPU, BEM, BCH, GCAP, RS, SVI, EPG และ PSL ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL และ KKP) ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในครึ่งปีหลัง
PSL อานิสงส์ค่าระวางเรือทำ High ในรอบกว่า 4 ปีเดือนล่าสุด 1,774 จุด กลุ่มปันผลครึ่งปีเด่น ADVANC, INTUCH, KKP, QH, LH และ SPALI

หุ้นแนะนำวันนี้ : PSL (ปิด 12.8 ซื้อ/เป้า 17) คาดผลประกอบการ 2Q18 ทำกำไรต่อเนื่องจากแรงหนุนของดัชนีค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ขณะที่ได้ Sentiment บวกจากดัชนีค่าระวางเรือ BDI Index วานนี้ปรับตัวขึ้น 56 จุด สู่ระดับ 1,774 จุด สูงสุดในรอบ 4 ปี, TMB (ปิด 2.24 ซื้อ/เป้า 2.6) ราคาลดลงสะท้อนผลประกอบการที่อ่อนแอใน 2Q18 ไปแล้ว

ภาพรวมผลประกอบการในระยะยาวยังแข็งแกร่ง Valuation ไม่ได้แพงจนเกินไป PBV ลดลงสู่ระดับ –1SD ถือว่าถูกมากและนับเป็นจุดกลับตัวในหลายครั้งที่ผ่านมา, MTC (ปิด 37 ซื้อ/เป้า 50) ผลกำไรยังเติบโตต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อสาขายังเหนือกว่าคู่แข่ง แผนการขยายสาขาเพิ่มปีละ 600 สาขายังเดินหน้าตามเป้าคาดหนุนกำไรสุทธิในอีก 2 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 30-40% ต่อปี,