ครูวิภาเปิดใจ ถูกยึดบ้าน หลังประกันกู้ กยศ.ให้ลูกศิษย์

ครูวิภาเปิดใจแถลงข่าวพร้อมด้วยเพื่อนครู หลังถูกยึดบ้านและที่ดินตามหมายศาลหลังจากประกันกยศ.ให้ลูกศิษย์กว่า 60 คน

เมื่อเวลา 17.00น.วันที่ 24 กรกฎาคม2561 ที่โรงแรมดิไอเดิล เซอร์วิสเรสสิเด้น ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูวิภาเปิดใจแถลงข่าวพร้อมด้วยเพื่อนครู หลังถูกยึดบ้านและที่ดินตามหมายศาลหลังจากประกันกยศ.ให้ลูกศิษย์

ครูวิภา นามสมมุติ เปิดเผยว่า ตนเองได้เคยค้ำประกันให้กับน้องนักเรียน ม.4 และม.5 จำนวน 60 คน ในระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้น ม.6ผู้ปกครองของน้องๆก็จะค้ำประกันเอง เมื่อประมาณปี 2541 ถึง 2542 ต่อมาตนเอง ได้ไป กยศ .จึงทราบว่า เด็กนักเรียนที่ค้ำประกันไปให้นั้น จำนวน 30 คนไม่ได้ส่งเงินชำระคืนให้ กยศ. ตอนนี้ที่ตนเองโดนฟ้อง 20 กว่าคน ซึ่งก็ไม่มีข้อมูลว่า ของเด็กแต่ละคนว่าเขาส่งอย่างไร มารู้อีกครั้งก็ มีหมายศาลมา ที่บ้านเพื่อยึดบ้านกับที่ดิน โดยให้ส่งเอกสารภายใน 15 วัน

ซึ่งตนเองก็ไม่เคยโดนแบบนี้ก็ต้องไปกู้เงินมาชดใช้และก็ไปศาลหลายรอบ บางครั้งที่ตนเองไปศาลทนายความก็ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากเราเป็นผู้ค้ำไม่ใช่เป็นผู้กู้ต้องเป็นผู้กู้เท่านั้น โดยเมื่อปี 2551 ได้ไปเป็นผู้บริหารของโรงเรียนอยู่ที่ดอยแม่ระมาด จังหวัดตาก ตนเองก็ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ลงดอยลงมาที่ศาลกําแพงเพชร คือเป็นภาระมาตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ที่ตนเองค้ำประกันให้เด็กนั้นคนละประมาณหมื่นกว่าบาท

อย่างไรก็ตาม ครูวิภาเผยว่า ตนเองตั้งใจสอนลูกศิษย์ให้ทำความดีหลังจากที่จบไปแล้วให้มีความรับผิดต่อสังคม แต่สิ่งที่ตนเองได้รับนั้นมันคนละเรื่องกับที่ตนเองได้สอนลูกศิษย์ ก็ยากวอนให้ลูกศิษย์ที่ตนเองได้ค่ำประกัน กยศ.ให้นั้นได้รับรู้ภาระที่ครูได้รับอยู่นี้ ก็อยากให้ลูกศิษย์ที่มีงานทำแล้วช่วยมาแบ่งเบาให้บ้าง ตนเองไม่รู้กระบวนการบังคับคดี ซึ่งหากเด็กไม่นำเงินไปปิดบัญชีดอกเบี้ยก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่ากับตนเองต้องแบกรับภาระขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งถูกยึดทรัพย์ ยึดที่ดิน บางรายตนเองไปตามถึงบ้านเพื่อให้หาเงินไปใช้หนี้กยศ.แต่อดีตศิษย์กับบอกว่าไม่มีเงินจ่ายตนเองก็ยังไม่รู้จะทำยังไงเพราะผู้ปกครองก็ยังพูดกับตนเองว่าไม่มีสมบัติใดๆเพื่อนำไปชำระหนี้

สถานทูตไทยชวนบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนแตกที่ สปป.ลาว

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ประกาศขอร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้ำท่วม เขื่อนแตก ในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

วันที่ 24 ก.ค. 2561 สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ ต่อเหตุอุทกภัยในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปากสัก ทางตอนใต้ของประเทศลาว พร้อมกันนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ประกาศขอร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ทั้งในด้านคมนาคม และความเป็นอยู่

ทั้งนี้เหตุ น้ำท่วม เขื่อนแตก ในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค. 2561 ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยในโอกาศนี้ ‘สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังรัฐบาล สปป. ลาว และประชาชนชาวลาว โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังรายละเอียดปรากฏตามประกาศสถานเอกอัครราชทูตฯ ด้านล่างนี้’

สถานเอกอัครราชทูตฯ บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครหลวงเวียงจันทน์ ชื่อบัญชี Royal Thai Embassy – Donation g] เลขบัญชี 945-1-03-115-4

-แขวงอัตตะปือ บัญชีธนาคารการค้า เลขบัญชี 080110000058308001 (สกุลกีบ)
-บัญชีธนาคารพัฒนาลาว เลขบัญชี 0301822122222224 (สกุลกีบ)
-บัญชีธนาคารการค้า เลขบัญชี 080110100021371001 (สกุลดอลลาร์)

ทางการญี่ปุ่นจัดให้เหตุการณ์คลื่นความร้อนเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจัดประเภทให้ปรากฎการณ์ครั้งนี้นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว ขณะที่รัฐบาลประกาศว่าในรอบ 1 สัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในญี่ปุ่นอย่างน้อย 65 คนแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างข้อมูลจากสำนักงานจัดการภัยพิบัติและอัคคีภัยญี่ปุ่นประกาศว่า มีผู้เสียชีวิตจากอาการโรคลมแดดหรือฮีตสโตรคแล้วอย่างน้อย 65 คน ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 22,647 คน นับเป็นตัวเลขที่เลวร้ายกว่าสภาอากาศช่วงฤดูร้อน ที่ผ่านมาทั้งหมด 

ทั้งนี้รายงานระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาอยู่ที่ 80 คนและเข้าโรงพยาบาลถึง 35,000 คนแล้ว 

อย่างไรก็ตามสำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในเมืองคูมากายะของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นสถิติใหม่ที่ 41.1 องศาเซลเซียส พร้อมระบุว่าปรากฎการณ์คลื่นความร้อนครั้งนี้คือภัยพิบัติทางธรรมชาติ