หนุ่มมอเตอร์ไซค์ใจดีขยับรถให้หน่วยกู้ภัยจนเกือบถูกสิบล้อทับ

กล้องหน้ารถจับภาพหนุ่มใจดีขยับจักรยานยนต์หลบให้กู้ภัยจนเกือบถูกทับ

วันนี้ (23 กรกฎาคม 2561) ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “นายน้ำฝน วสันต์ ศรีเจริญ” โพสต์คลิปภาพจากกล้องหน้ารถ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่จอดรถติดไฟแดง อยู่ด้านหลังรถจักรยานยนต์ที่มีชายวัยรุ่นรายหนึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ด้วยเช่นกัน แต่แล้วเมื่อชายวัยรุ่นรายนั้นได้หันกลับมามองด้านหลัง แล้วเห็นว่าเป็นรถกู้ภัย จึงขยับรถไปอยู่ในฝั่งเลนทางขวาเพื่อเปิดทางให้ แต่ปรากฏว่า พอถึงเวลาไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว กลับทำให้ถูกรถบรรทุกปูนพุ่งเข้าชนท้ายจนรถเกือบล้ม แต่เคราะห์ดีที่เป็นจังหวะออกตัว จึงทำให้รถบรรทุกคันดังกล่าวชนไม่แรงมาก ชายผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

อีกทั้ง ผู้โพสต์คลิปยังได้มีการระบุข้อความด้วยว่า “คาตา..ต่อหน้ากันเลย..แยกไฟแดง อ.พยุหะคีรี..น้องขับรถมอไซค์มาจอดติดไฟแดงพร้อมกันแต่น้องจอดหน้ารถมูลนิธิเรา..น้องเขาใจดีเลยขยับรถมอไซด์หลบให้รถมูลนิธิเรา..ไปจอดหน้ารถพ่วง..พอไฟเขียวรถพ่วงคงมองไม่เห็น..ชนท้ายรถมอไซค์น้องเขาเกือบล้มเลย.ยังดีน้องไม่เป็นไร..ขอบคุณในความมีน้ำใจของน้องที่หลบรถให้…แล้วรถพ่วงก็จอดเคียร์กับน้องต่อไป..เตือนภัยกันไว้อย่าจอดรถในจุดอับสายตาของรถใหญ่”

จากการสอบถามไปยังผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์คลิปภาพดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายวสันต์ ศรีเจริญ เป็นเจ้าหน้าที่อาสาบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิการกุศลตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและเพื่อนอาสาอีกคน ต้องขับรถของมูลนิธิเดินทางไปรับศพผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อนำกลับมาส่งให้กับญาติพี่น้องนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ อ.ตาคลี โดยในระหว่างขากลับ ได้ขับรถมาจอดติดไฟแดงที่สี่แยกพยุหะคีรี พื้นที่ อ.พยุหะคีรี ซึ่งรถที่ตนขับ ได้มาจอดต่อท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีชายวัยรุ่นเป็นผู้ขับขี่ จนกระทั่งสักพัก ชายวัยรุ่นคนนั้นได้หันหลังกลับมามองที่รถ เห็นว่ารถตนเป็นรถกู้ภัย จึงใจดีและหลบให้

โดยขยับรถไปอยู่อีกเลนถนนทางฝั่งขวาที่มีรถบรรทุกปูนจอดติดไฟแดงอยู่เช่นกัน แล้วปรากฏว่า ในจังหวะที่สัญญาณไฟจราจรเป็นไฟเขียว รถบรรทุกปูนที่เชื่อว่า น่าจะมองไม่เห็น เพราะชายวัยรุ่นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เคลื่อนรถไปอยู่ที่มุมอับ จึงทำให้ถูกรถบรรทุกที่กำลังออกตัวพุงเข้าชนท้ายตามที่เห็นภาพในคลิป แต่เคราะห์ดีที่ชนไม่แรงมาก จึงไม่ได้รับบาดเจ็บ และหลังเกิดเหตุ ทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนขับรถบรรทุกปูน ได้มาจอดรถพูดคุยกัน ซึ่งในขณะนั้น ตนต้องรีบเดินทางกลับให้ทันตามเวลา เลยไม่ทราบว่า ทั้งคู่พูดคุยเจรจาอะไรกันบ้าง แต่ตนเชื่อว่า ต่างฝ่ายน่าจะขอโทษกันมากกว่า

นายวสันต์ ยังบอกด้วยว่า ขอขอบคุณในความใจดีที่ชายวัยรุ่นหลบรถเพื่อหลีกทางให้กับรถกู้ภัยของตนจนเกือบจะประสบอุบัติเหตุเสียเอง ซึ่งตนก็ขอฝากเตือนไปยังผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เรื่องการจอดรถใกล้ๆ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ไม่ควรที่จะจอดใกล้มาก เนื่องจากรถบรรทุกเป็นรถขนาดใหญ่ จึงทำให้มีจุดอับสายตาหลายจุดที่คนขับอาจจะมองไม่เห็น อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้

ในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพรในโอกาสวันชาติอียิปต์

ด้วยวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ตรงกับวันชาติของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาสน์อำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์

ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ข้าพเจ้าขอส่งคําอํานวยพรและความปรารถนาดี เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประชาชนและความวัฒนาถาวรของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในกิจการทุกๆ ด้านระหว่างประเทศของเราทั้งสอง กอปรกับความเข้าใจและความตั้งใจมุ่งมั่นร่วมกัน จะช่วยสร้างเสริมสัมพันธไมตรีให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

ชื่นชม!! พลเมืองดีพบกระเป๋าพร้อมเงินสด มอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

สาวพลเมืองดีพบกระเป๋าพร้อมเงินสด ส่งมอบให้ตำรวจตามหาเจ้าของ 

วันที่ 23 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีพลเมืองดี จ.นครศรีธรรมราช เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ และส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อประกาศหาเจ้าของ ขณะที่เจ้าของเงินก็วิ่งแจ้งความกระเป๋าสตางค์หาย เผยเงินในกระเป๋าเตรียมไว้ใช้หนี้

โดยนายโสภณ พ่วงคง อายุ อายุ 52 ปี เจ้าของกระเป๋าเดินทางเข้ารับกระเป๋าสตางค์จาก ร.ต.อ.หญิง ศศิรินทร์ สุวรรณนุรักษ์ หลังมีคือ น.ส.มนฑา สังเกต พลเมืองดี ได้เก็บกระเป๋าดังกล่าวได้ และนำมามอบให้เจ้าหน้าตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของกระเป๋า

ร.ต.อ.หญิง ศศิรินทร์ สุวรรณนุรักษ์ ร้อยเวรอำนวยการ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในขณะปฏิบัติหน้าที่ก็มีพลเมืองดีเป็นหญิงทราบชื่อ น.ส.มนฑา สังเกต นำกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินอยู่ภายใน และเอกสารประจำตัวระบุชื่อเจ้าของกระเป๋ามามอบให้

พร้อมแจ้งว่าเก็บกระเป๋าได้ใกล้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครศรีธรรมราช ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง ตนจึงติดต่อนายโสภณ เจ้าของกระเป๋ามารับกระเป๋าคืนดังกล่าว ส่วน น.ส.มนฑา สังเกต พลเมืองดี ไม่สะดวกมามอบกระเป๋าด้วยตนเอง เนื่องจากมีลูกเล็กที่ต้องดูแล

นายโสภณ พ่วงคง เจ้าของกระเป๋า เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนเดินทางไปส่งลูกทำงาน และผ่านถนนสายดังกล่าว กระทั่งมาพบว่ากระเป๋าสตางค์หาย ตอนนั้นตกใจมาก เพราะภายในกระเป๋ามีเงินสดกว่า 1 พันบาท เป็นเงินที่เตรียมไว้ใช้หนี้

นอกจากนี้ตนมีสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ปัจจุบันภรรยาและลูก เป็นกำลังหลักในการหาเงินใช้จ่ายในครอบครัว ตอขอขอบคุณ น.ส.มนฑา สังเกต พลเมืองดี ที่เก็บกระเป๋า และส่งคืนให้ เพราะเงินจำนวน 1 พันกว่าบาทในกระเป๋า มีค่าสำหรับตนและครอบครัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ตนได้โทรขอบคุณ น.ส.มนฑา สังเกต พลเมืองดี แล้ว และหลังจากนี้จะเดินทางไปขอบคุณด้วยตนเองอีกครั้ง ตนดีใจมากที่สังคมไทยปัจจุบันยังมีคนดีแบบนี้