ญี่ปุ่น ยังเผชิญคลื่นความร้อนต่อเนื่อง เสียชีวิตแล้วราว 30 ราย

ญี่ปุ่น ยังคงเผชิญคลื่นความร้อนอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ บางพื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 40.7 องศา ขณะที่มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 30 คน 

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น รายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีประชาชนอย่างน้อย 11 คน เสียชีวิตจากความร้อน และอีกหลายพันคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทั่วประเทศ เนื่องจากขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิสูงจนทุบสถิติ

สื่อท้องถิ่นรายงานก่อนหน้านี้ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนจัดอยู่ที่ราว 30 ราย ส่วนจำนวนผู้ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากโรคลมแดดและอาการที่เกิดจากอากาศร้อนจัดอยู่ที่อย่างน้อย 10,000 คน

ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกมาเตือนว่าในสัปดาห์นี้จะยังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงทั่วประเทศ พร้อมกับแนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อม เช่น ดื่มน้ำ และเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน

โดยในบางพื้นที่ของประเทศมีอุณหภูมิสูงถึง 40.7 องศาเซลเซียส ส่วนเมืองเกียวโตก็มีอุณหภูมิอยู่ที่ 39.8 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียสเป็นเวลาหลายวันต่อเนื่อง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ภาวะคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นล่าสุดทำให้เกิดคำถามถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่จะมีขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิจะสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส

คาด! หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,660 – 1,680 จุด

คาด หุ้นไทย แกว่งตัวในกรอบ 1,660 – 1,680 จุด ชี้ ต่างชาติซื้อจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับเด้งรีบาวด์ช่วงอ่อนตัวได้

บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (23 ก.ค.) ว่า แนวโน้ม หุ้นไทย มีมุมมองเป็นกลาง คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,660 – 1,680 จุด เนื่องจากประเด็น Trade war กลับมากดดันทิศทางการลงทุนอีกครั้งหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงินสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ (เทียบเท่ากับมูลค่าที่สหรัฐนำเข้าสินค้าจีนในปีที่แล้ว)

อย่างไรก็ตามคาดว่าการย่อตัวจะไม่รุนแรงเนื่องจากได้ Sentiment เชิงบวกจากงบ 2Q18 ของกลุ่มธนาคารที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรในปีนี้ขึ้น นอกจากนี้ Fund Flow ต่างชาติที่พลิกเป็นฝั่งซื้อสุทธิราว 979 ลบ. และเป็น Net Long Tfex 3 วันติดต่อกันราว 3.5 หมื่นสัญญาจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับเด้งรีบาวด์ช่วงอ่อนตัวได้

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy กลุ่มที่คาดว่างบ 2Q18 เติบโต IVL, BANPU, BEM, BCH, GCAP, RS, SVI และ DELTA ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL และ KKP) ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในครึ่งปีหลัง
กลุ่มที่ได้ผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, HANA, SVI, CPF, GFPT และ TU) กลุ่มปันผลครึ่งปีเด่น ADVANC, INTUCH, KKP, QH, LH และ SPALI

หุ้นแนะนำวันนี้ : IVL (ปิด 58.75 ซื้อ/เป้า 75) คาดกำไรสุทธิ 2Q18 เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 29%qoq และ 155%yoy จากปริมาณขายและสเปรดมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น, MTC (ปิด 37.75 ซื้อ/เป้า 50) ผลกำไรยังเติบโตต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อสาขายังเหนือกว่าคู่แข่ง แผนการขยายสาขาเพิ่มปีละ 600

สาขายังเดินหน้าตามเป้าคาดหนุนกำไรสุทธิในอีก 2 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 30-40% ต่อปี, TKN (ปิด 14.9 ซื้อ/เป้า 24) คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว มอง GPM ฟื้นตัวจากต้นทุนสาหร่ายลดลง และได้ Economy of scale + BOI จากโรงงานใหม่ ขณะที่ไตรมาส 3 และ 4 เข้าสู่ช่วง High season

บุกจับผับดังเมืองพัทยา ปล่อยเด็กอายุต่ำนับร้อยคนเข้าเที่ยว

นายอำเภอบางละมุง บุกจับผับดัง เจที พัทยา ปล่อยเด็กอายุต่ำนับร้อยคนเข้าเที่ยว-ฉี่ม่วงอื้อ

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 61 นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่ว่าที่ร้านเจที ผับแอนด์ คาราโอเกะ สถานบันเทิงชื่อดังย่านพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำเข้าไปมั่วสุม และเปิดสถานบริการเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด

จึงสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง อ.บางละะมุง นำโดย นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันฯ นายรัฐดล ลิ่มหัน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวพร้อมกับวางแผนในการเข้าจับกุมสถานบริการแห่งนี้

ทั้งนี้ จากการส่งสายลับเข้าแฝงตัวไปหาข่าว พบว่าสถานบริการตามที่ถูกร้องเรียนดังดังกล่าว มีการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำจำนวนมากเข้าไปใช้บริการจริง ต่อมาจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานบันเทิงแห่งนี้ทันที พบร้านนั้นยังเปิดให้บริการอยู่ เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในร้านพบนักเที่ยวเป็นเยาวชนอายุต่าประมาณ 200 คน กำลังมั่วสุมดื่มสุรา ยาเสพติด และเต้นรำตามจังหวะเสียงเพลงของดีเจอย่างสนุกสนาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ร้านปิดเพลง เปิดไฟ ก่อนคัดแยกนักเที่ยวชายหญิงออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อสะดวกแก่การตรวจสอบ

จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน และปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย ปรากฏว่าพบเยาวชนอายุต่ำ 20 ปีบริบูรณ์ เริ่มตั้งแต่อายุ 15-19 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวน 70 ราย แยกเป็นชาย 37 คน และหญิง 33 คน ขณะเดียวกันได้พบผู้ที่มีฉี่เป็นสีม่วง ที่ส่วนใหญ่ยอมรับว่าใช้ยาเสพติดประเภทยาเคและยาอี อีกจำนวน 36 ราย นอกจากนี้ยังพบยาเค 1 ถุง ตกอยู่บริเวณร้าน ซึ่งไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นเข้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว น.ส.แพรวพราว แม็คคลูล็อท อายุ 24 ปี ซึ่งรับสารภาพเป็นผู้ดูแลร้าน ไปดำเนินคดีในข้อกล่าวหา 1.เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 2.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 3.ปล่อยปะละเลยให้เยาวชนอายุตำกว่าที่กฎหมายกำหนดเข้าใช้บริการ 4.จำหน่ายสุราให้เด็กอายุต่ำกว่าที่กำหมายกำหนด 5.ปล่อยปะละเลยให้มียาเสพติดในสถานบันเทิง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ขณะที่นักเที่ยวเยาวชนอายุต่ำจะได้เรียกพ่อแม่ผู้ปกครองมาอบรมและทำประวัติก่อนปล่อยตัวไป สำหรับนักเที่ยวที่มีฉี่สีม่วง ไปเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามคำสั่ง คสช. ต่อไป