ตำรวจคุมผู้ต้องหาทำแผน คดีนักธุรกิจถูกสังหาร ปี 58

ตำรวจกองปราบปราม คุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาที่รุมสังหาร อดีตนักธุรกิจ วัย 56 ปี เมื่อปี 2558 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหา อ้างว่าถูกผู้เสียชีวิตทำไสยศาสตร์ใส่

วันนี้(31 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบปราม ควบคุมตัว นายภูผาทอง ผาทองภูมิ และพวกอีก 4 คน ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายนวพงษ์ สัจธรรมภิวัฒน์ อดีตนักธุรกิจ วัย 56 ปี ซึ่งหายตัวไปจากบ้านในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2558 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และชี้จุดเกิดเหตุ หลังติดตามแกะรอย จนจับผู้ต้องหาทั้งหมดได้

โดยจุดแรก ตำรวจนำผู้ต้องหาไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นจุดที่ถูกฆาตกรรม ด้วยการใช้ไม้ตีจนเสียชีวิต และนำศพไปเผาอำพราง แต่ไม่สำเร็จ จึงช่วยกันฝังศพในไร่มันสำปะหลัง ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร พร้อมตัดศีรษะผู้เสียชีวิต นำไปเผา ตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

ส่วนในการสอบสวน นายภูผาทอง สารภาพว่า มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาผู้เสียชีวิต ก่อนไปปลุกระดมลูกน้อง ว่าถูกผู้เสียชีวิตทำไสยศาสตร์ใส่ จนมีการรุมสังหารดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของนายนวพงษ์ เข้าร้องเรียนกองปราบ ให้ติดตามคดีการหายตัวไปของนายนวพงษ์ เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้ามานานถึง 3 ปี โดยเชื่อว่านายภูผาทอง และพวก มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ กระทั่งมีการสืบสวนขยายผล จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในที่สุด

เร่งอนุรักษ์ทะเลตรัง หลังพบฝูงพะยูน เพิ่มสูงขึ้นในรอบ 20 ปี ไม่ต่ำกว่า 210 ตัว

รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมผลักดันการอนุรักษ์พะยูน และเปิดสวนป่าประชารัฐ เพื่อผลักดันให้คนในชุมชนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เครือข่ายจิตอาสา เปิดงานสวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย พร้อมร่วมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพระยะทาง 3 กิโลเมตร บริเวณตรังอันดามันเกตเวย์ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า จังหวัดตรัง เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ พลเอกสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นปอดใจกลางเมือง ให้ประชาชนมีลานจัดกิจกรรม ลานออกกำลังกาย เส้นทางวิ่งและปั่นจักรยาน ตลาดประชารัฐ และสถานที่ประกอบกิจกรรมนันทนาการ โดยเฉพาะเป็นพื้นที่สีเขียว เพิ่มความสัมพันธ์ชุมชนกับป่าตลอดจนนักท่องเที่ยวและผู้สัญจรไปมาอีกด้วย

สำหรับ ประชากรพะยูนจากการสำรวจ ปี 2561 เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี รวมไม่ต่ำกว่า 210 ตัว มีคู่แม่ลูก รวมแล้วประมาณ 42 คู่ และยังพบโลมาอีกประมาณ 19 ตัว เต่าทะเลประมาณ 57 ตัว ความหนาแน่นของประชากรพะยูนที่เพิ่มสูงขึ้นในทะเลตรัง เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้านในชุมชนที่ประกอบอาชีพทำประมง ที่ให้ความร่วมมือไม่ใช้เครื่องมือที่เป็นอันตรายกับสัตว์ทะเลหายาก คาดว่าในปีหน้าจะมีพะยูนเพิ่มถึง 250 ตัว

วิกฤตผู้อพยพเวเนซุเอลาในบราซิลกลายเป็นคนไร้บ้าน-นอนข้างถนน

ชะตากรรมผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาที่หนีออกนอกประเทศอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ผู้อพยพหลายพันคนในบราซิลยังคงเป็นคนไร้บ้าน แม้จะได้รับอาหารประทังชีวิต

สื่อต่างประเทศรายงาน ประชาชนชาวเวเนซุเอลาจำนวนไม่น้อยตัดสินใจหนีจากบ้านเกิด ซึ่งกำลังเผชิญความวุ่นวายทางการเมืองและการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้พวกเขาต้องเผชิญภาวะข้าวยากหมากแพง และตัดสินใจข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

แต่ผู้อพยพจำนวนมากที่ข้ามแดนไปยังบราซิลกลับไม่ได้มีชีวิตดีขึ้นเหมือนที่คาดหวัง เพราะพวกเขายังคงต้องอาศัยอยู่บนท้องถนน เต็นท์พักพิง ผูกเปลข้างทาง หรือนอนบนกระดาษลัง

ฉากชีวิตดังกล่าวสะท้อนถึงวิกฤตด้านมนุษยธรรมในภูมิภาคท่ามกลางปัญหาการอพยพของชาวเวเนซุเอลาที่หลั่งไหลไปยังประเทศใกล้เคียง ทั้งบราซิล โคลอมเบีย เปรู และเอกวาดอร์

ข้อมูลจากทางการเมืองโบอา วิสต้า เมืองหลวงของรัฐโฮไรมาของบราซิล ที่อยู่ติดกับเวเนซุเอลา เผยว่า มีผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาข้ามแดนเข้ามาแล้ว 35,000 คน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชากรในเมืองเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และปัจจุบันมีผู้อพยพไร้บ้านราว 3,000 คน

ผู้อพยพเหล่านี้บางส่วนอาศัยอยู่บนเกาะกลางถนน และย่านการค้า ส่วนคนที่โชคดีก็อาจได้นอนในเต็นท์พักพิงของหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ บ้างก็ผูกเปลนอนนอกร้านค้าที่ได้รับอนุญาต

นายลูอิส ดาเนียล ผู้อพยพชาวเวเนฯ กล่าวว่า เขาได้รับอาหาร แต่ไม่มีหลังคาคุ้มหัวและไม่มีงานทำ ทั้งที่เขาอยากหาเงินกลับไปให้ลูก ๆ ที่อดอยากอยู่ในเวเนซุเอลา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของประเทศในแถบเทือกเขาแอนดีส ร่วมประชุมกันที่กรุงลิมาของเปรู เมื่อวันพุธเพื่อหารือเรื่องวิกฤตผู้อพยพจากเวเนซุเอลาที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น จนทำให้เกิดความตึงเครียดบริเวณชายแดนในการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการพื้นฐานให้กับผู้อพยพ