‘กลุ่มเพื่อนแท้ชาววิน’ ประท้วง Grab ไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุม

ชมรมเพื่อนแท้ชาววิน รวมตัวกันเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และยื่นหนังสือถึงบริษัทแกร็ปประเทศไทย หลังได้รับผลกระทบจากผู้ขับขี่แกร็ป

วันนี้ (22 ส.ค.) ที่ ที่ ตึกธนภูมิ ถ.เพชรบุรี ชมรมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะกรุงเทพมหานคร หรือ ชมรมเพื่อนแท้ชาววิน รวมตัวกันเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และยื่นหนังสือถึงบริษัทแกร็ปประเทศไทย หลังได้รับผลกระทบจากผู้ขับขี่แกร็ป ที่ไม่ปฏิบัติตามมติการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความมั่นคงกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.)

โดยในที่ประชุมระบุไว้ว่า ผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะต้องมีใบขับขี่สาธารณะและรถจักรยานยนต์ต้องใช้ป้ายทะเบียนสาธารณะ(ป้ายเหลือง)เท่านั้น และมีผลตั้งแต่วันที่1กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่พบว่าปัจจุบันบริษัทแกร็ปยังให้บริการและสนับสนุนสมาชิกในการนำรถจักรยานยนต์ป้ายขาวมาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร วันนี้จึงมาเรียกร้องต่อบริษัทแกร็ป ประเทศไทย พร้อมกับยื่นหนังสือสอบถามเรื่องนี้

ทั้งนี้ นายสันติ ปฏิภาณรัตน์ ตัวแทนชมรมเพื่อนแท้ชาววิน เปิดเผยว่า การออกมารวมตัวและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันนี้เนื่องจากบริษัทแกร็ปไม่ปฏิบัติตามมติที่ประชุม กอ.รมน.ยังปล่อยให้รถจักรยานยนต์ป้ายขาวให้บริการประชาชน

และมองว่าบริษัทเป็นภัยคุกคามต่อการประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รวมถึงเหตุใดบริษัทไม่ออกมาชี้แจงให้สังคมหรือประชาชนทราบถึงเหตุผลที่ไม่สามารถนำรถจักรยานยนต์ป้ายเหลืองทาให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นได้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยหาทางแก้ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับที่จะแก้ไขกฎระเบียบหรือกฎหมายแทน

นายสันติ กล่าวอีกว่า การออกมารวมตัวและเรียกร้องในวันนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายท หากหลังจากนี้บริษัทไม่มีการดำเนินการแก้ไข ในวันที่30สิงหาคม ก็จะเตรียมไปศาลปกครอง เพื่อจะยื่นฟ้องต่อ

กรมการขนส่งทางบก,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ,กระทรวงพานิชย์, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ปล่อยปละละเลยการปฏิหน้าที่ในการให้บริษัทดังกล่าวให้บริการด้วยรถป้ายขาว ซึ่งหากศาลพิจารณาตัดสินอย่างไร ก็พร้อมน้อมรับ

ยืนยันว่าชาวชมรมเพื่อนแท้ชาววิน ไม่ได้คัดค้านการให้บริการผ่านแอพพิเคชั่น แต่บริษัทที่จะเปิดให้บริการต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับวันนี้มีผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างจากหลายพื้นที่รวมตัวกันมายื่นหนังสือผ่านตัวแทนบริษัทแกร็ป ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

หนองคาย น้ำโขงลดใกล้พ้นระดับวิกฤต เทศบาลทำความสะอาดเมือง

ระดับน้ำโขงหนองคาย ลดลงใกล้พ้นระดับวิกฤตแล้ว เทศบาลทำความสะอาดเมือง

วันที่ 23 ส.ค. 2561 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย รายงานความคืบหน้าระดับน้ำโขงหนองคาย ลดลงอย่างต่อเนื่องใกล้พ้นระดับวิกฤตแล้ว พื้นที่เทศบาลรอบนอกที่ถูกน้ำท่วมลดลง แต่ยังเร่งระดมสูบน้ำออกจากท่อระบายน้ำภายในเขตเทศบาล เพื่อพร่องน้ำรับมือฝนที่อาจจะตกลงมาอีก และเตรียมเปิดประตูระบายน้ำหลังระดับน้ำโขงต่ำกว่าปากท่อระบายน้ำทันที และยังได้นำรถไปฉีดล้างถนนในชุมชนที่เคยถูกน้ำท่วมรวมไปถึงถนนสายหลัก

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 11.65 เมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ 44 ซม. ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว 55 ซม. และยังมีแนวโน้มลดลงอีก เนื่องจากระดับน้ำทางตอนเหนือคือที่สถานีเชียงคาน จังหวัดเลยวันนี้ลดลงถึง 50 ซม.

แม้ว่าระดับน้ำโขงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ คือสูงกว่า 11.40 เมตร เทศบาลเมืองหนองคาย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 14 อุดรฯ และชลประทานจังหวัดหนองคาย ยังคงร่วมกันสูบน้ำโขงที่ซึมเข้ามาตามรอยต่อและรอยแยกของเขื่อนป้องกันตลิ่ง เพื่อเป็นการพร่องน้ำออกจากตัวเมืองหนองคาย ให้สามารถรองรับฝนที่อาจจะตกลงมาได้

ส่วนพื้นที่เขตเทศบาลรอบนอกคือที่ชุมชนจอมมณีที่ก่อนหน้านี้มีน้ำโขงเอ่อเข้ามาท่วมได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เทศบาลก็ได้นำรถเข้าไปฉีดน้ำท่วมทำความสะอาดถนนภายในชุมชนให้ จากนั้นได้ฉีดทำความสะอาดถนนประจักษ์ศิลปาคมที่เป็นถนนสายหลักภายในเทศบาลเมืองหนองคาย ซึ่งก่อนหน้านี้มีฝนตกและเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จนทำให้ถนนสกปรกไปด้วยโคลนตม

แม่ร้องกองปราบลูกชายวัย 7 ขวบ ถูกทหารล่วงละเมิดทางเพศ

แม่ร้องกองปราบฯ ลูกชายวัย 7 ขวบ ถูกจ่าทหารยศสิบเอก ลวงละเมิดทางเพศ และมีความพยายามวิ่งเต้นล้มคดี

วันนี้ (23 ส.ค.61) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยคุณแม่ของเด็ก 7 ขวบ เข้าร้องขอความช่วยเหลือต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ที่กองบังคับการปราบปราม ให้ร่วมตรวจสอบคดี กรณีบุตรชายถูกจ่าทหารยศสิบเอก ลวงละเมิดทางเพศ และมีความพยายามวิ่งเต้นล้มคดีในจังหวัดตรัง เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นทหาร เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

แม่เด็กชายวัย 7 ขวบ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเคยมีอาชีพรับจ้างซักผ้า-รีดผ้าในค่ายทหาร ในอ.ห้วยยอด จ.ตรัง ลูกชายของตนอายุ 7 ขวบ ถูกทหารนายหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน ล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุตนกำลังรีดผ้าอยู่ในบ้านพัก ทหารคนดังกล่าวเอาผ้าเข้ามาให้ซัก ก่อนเดินกลับไป

แต่ตนมาทราบภายหลังว่าทหารรายนี้ได้เข้ามาล่วงละเมิดทางเพศลูกชายวัย 7 ขวบ จากนั้นตนได้พาบุตรไปตรวจที่รพ. ก่อนที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งหลังเกิดเหตุคู่กรณีได้ส่งคนมาเจรจาขอชดเชยค่าเสียหาย 3 แสนบาท แต่ตนรับไม่ได้ที่ลูกถูกกระทำ จึงจะเอาเรื่องผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด

ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ผลการตรวจร่างกายเด็ก 7 ขวบ ยืนยันว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ เพราะมีหลักฐานคราบอสุจิของผู้ต้องหา โดยทางคุณแม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุแล้วเพื่อให้ดำเนินคดีกับทหารยศ จ.ส.อ. ในข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำการชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี วันนี้มาร้องขอให้ตำรวจกองปราบปรามร่วมตรวจสอบสำนวนคดี เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นทหาร