กทม. กำชับจับจริงปรับหนัก หากพบฝ่าฝืนติดป้ายผิดกม.-ขับขี่บนทางเท้า

กทม. กำชับกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือตรวจเข้ม ชี้ จับจริงปรับหนักหากพบฝ่าฝืนติดป้ายผิดกม.-ขับขี่บนทางเท้า

วันนี้ (22 ส.ค.61) เวลา 13.30 น. นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานและติดตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประจำกลุ่มการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต กลุ่มกรุงเทพเหนือ และคณะทำงานตรวจติดตามแผนการทำความสะอาดท่อระบายน้ำและการขุดลอกคูคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดยมีแพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการประสานงานฯ ผู้บริหารเขตกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ ประกอบด้วย เขตจตุจักร บางซื่อ ลาดพร้าว หลักสี่ ดอนเมือง สายไหม เขตบางเขน ผู้แทนสำนักการระบายน้ำ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมประชาชื่น ชั้น 7 สำนักงานเขตบางซื่อ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามการดำเนินการ 2 คณะ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยได้เน้นย้ำให้ทุกสำนักงานเขตกำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้มงวด กวดขันจุดผ่อนผันที่ยกเลิกแล้วอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ค้ากลับมาทำการค้าอีก พร้อมทั้งเฝ้าระวังผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยที่จะลักลอบทำการค้าในพื้นที่สาธารณะ รวมทั้งให้ดำเนินการจัดเก็บป้ายผิดกฎหมายและจัดระเบียบทางเท้าตามโครงการ “จับจริง-ปรับจริง” รถจอดและวิ่งบนทางเท้าในพื้นที่อย่างเข้มงวดและจริงจัง

แม้ว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการกวดขันมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนต่อไปจะจับ-ปรับอย่างจริงจัง และปรับในอัตราที่สูงสุด ด้านผลกระทบที่ได้รับจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่ ได้กำชับให้สำนักงานเขตที่มีแนวการก่อสร้างฯ อาทิ เขตจตุจักร เขตบางเขน ประสานบริษัทผู้รับจ้างเร่งดำเนินการปรับผิวการจราจรให้เรียบร้อย เนื่องจากพบว่าในบางจุดผิวถนนไม่สม่ำเสมอทำให้รถต้องชะลอตัว รวมทั้งหากจุดใดสามารถคืนพื้นที่ได้ให้คืนผิวจราจรโดยเร็วเพื่อลดปัญหาการจราจร

หากจุดใดมีผลกระทบต่อระบบระบายน้ำให้ประสานความร่วมมือบริษัทผู้รับจ้างในการจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำหรับการแก้ไขปัญหาจุดอ่อนน้ำท่วมในพื้นที่ได้กำชับให้ทุกสำนักงานเขตติดตามการทำงานของผู้รับจ้างที่ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำให้เป็นไปตามแผนและเป็นไปตามระเบียบ ส่วนจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังในพื้นที่ให้ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งกำชับผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ประจำจุดและพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันทีในกรณีที่ฝนตก นอกจากนี้จากการสำรวจตลาดในพื้นที่กลุ่มกรุงเทพเหนือ พบว่ามีตลาดรวมทั้งสิ้น 89 แห่ง แบ่งเป็นตลาดที่ถูกกฎหมายมีใบอนุญาต จำนวน 64 แห่ง และไม่มีใบอนุญาต จำนวน 25 แห่ง จึงได้กำชับให้สำนักงานเขตแจ้งผู้ประกอบการเร่งดำเนินการขอจดทะเบียนตลาดให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากผู้ประกอบการรายใดไม่ดำเนินการให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มา  สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์อยู่ในระดับปลอดภัย

ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์อยู่ในระดับปลอดภัย ชี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วน 1460 ตลอด 24 ชม.

วันที่ 22 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมนายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ (อขส.) และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์การเก็บกัก การตรวจสอบความพร้อมใช้งานของตัวเขื่อนสิริกิติ์ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด

นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ปลอดภัย  ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 2,577.71 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 27.11 ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายเขื่อนมั่นใจว่าเขื่อนสิริกิติ์ มีความแข็งแรง มั่นคงและปลอดภัย ส่วนการบริหารจัดการน้ำเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งคาดว่าจะมีเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคของประชานชน

ด้านนายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ (อขส.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำของเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบัน ( 22 สิงหาคม 2561 ) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6,932.29 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72.89 ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 4,082.29 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์บริหารจัดการน้ำตามมติของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งจากอิทธิพลพายุเบบินคาส่งผลให้มีฝนตกในพื้นที่จังหวัดน่าน มีการคาดการณ์น้ำไหลเข้าเฉลี่ย 150 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน โดยมีแผนการระบายน้ำในวันนี้ (22 สิงหาคม 2561) ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2561 วันละ 30 ล้าน ลบ.ม.

“การบริหารจัดการน้ำของปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างปี 2554 มีการบริหารจัดการน้ำที่แตกต่างจากปีนี้ เนื่องจาก 2554 มีฝนตกบริเวณท้ายน้ำมาก ดังนั้นการระบายน้ำจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก ส่วนในปี 2561 มีปริมาณน้ำที่เข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์มาก แต่เราสามารถที่จะบริหารจัดการโดยการระบายลงสู่ท้ายน้ำ เนื่องจากบริเวณท้ายน้ำไม่ได้รับผลกระทบจากพายุเหมือนปี 2554 ที่ผ่านมา” นายวีระศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลสถานการณ์น้ำ สายด่วน 1460 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ หรือ โทรศัพท์ 055-461-157 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเว็บไซต์ WATER.EGAT.CO.TH และ แอพพลิเคชั่น EGAT Water ซึ่งสามารถดาวน์โหลดค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำได้

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวัน พร้อมรวมพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยช่วง ก.ย.-ต.ค. 61

สรุปการเฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 22 ส.ค. 2561 พร้อมรวมพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 61 

สำหรับสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 22 ส.ค. 2561 สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (21 ส.ค.61) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 54,714 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 30,792 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 59) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2560 (49,611 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65) มากกว่าปี 2560 จำนวน 5,103 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 589.92 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จ้านวน 268.43 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 21,378 ล้าน ลบ.ม.

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (4 เขื่อนหลัก) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 15,375 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 8,679 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 48) ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 174.80 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 42.71 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 9,496 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง (21 ส.ค. 61) ที่มีปริมาณน้ำอยู่ระหว่าง 80% – 100% มีจำนวน 62 แห่ง (มีโอกาสเกิดน้้าไหลผ่านอาคารระบายน้ำล้น) และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 100% มีจำนวน 14 แห่ง (มีน้ำไหลผ่านอาคารระบายน้ำล้น)

สภาพน้ำท่า (22 ส.ค.61)

-แม่น้ำปิง ที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 96 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 78 ลบ.ม./วินาที) ต่ำกว่าตลิ่ง 5.01 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น

-แม่น้ำน่าน สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 461 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 466 ลบ.ม./วินาที) ต่ำกว่าตลิ่ง 5.73 เมตร แนวโน้มลดลง

-แม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 618 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 636 ลบ.ม./วินาที) ต่ำกว่าตลิ่ง 6.77 เมตร แนวโน้มลดลง และมีปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 266 ลบ.ม./วินาที(เมื่อวาน 314 ลบ.ม./วินาที) แนวโน้มลดลง รับน้ำเข้าฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก ในปริมาณ 495 ลบ.ม./วินาทีสถานการณ์น้้าอยู่ในภาวะปกติ

-แม่น้ำป่าสัก ระบายน้ำท้ายเขื่อนพระรามหก 101.58 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 79.85 ลบ.ม./วินาที) ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านสถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 347 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 332 ลบ.ม./วินาที) แนวโน้มเพิ่มขึ้น

สถานการณ์อุทกภัยปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัย 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย, ยโสธร, กาฬสินธุ์, อุบลราชธานี, นครพนม, สกลนคร, บึงกาฬ และร้อยเอ็ด

สถานการณ์เฝ้าระวัง 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่, สุโขทัย, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ และพิษณุโลก

พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเดือนกันยายน

จ.อุบลราชธานี อ.วารินชำราบ ล้นตลิ่งเฉลี่ย 0.64 ม. ช่วงเวลา 1 – 30 ก.ย.

จ.อุบลราชธานี อ.เดชอุดม ล้นตลิ่งเฉลี่ย 0.13 ม. ช่วงเวลา 5 -7 ก.ย.

จ.พิษณุโลก อ.บางระกำ ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.00 ม. ช่วงเวลา 1-30 ก.ย.

จ.พิจิตร อ.บางมูลนาก ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.20 ม. ช่วงเวลา 2 – 21 ก.ย.

จ.นครสวรรค์ อ.ชุมแสง ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.00 ม. ช่วงเวลา 1 – 28 ก.ย.

จ.สิงห์บุรี อ.เมือง ล้นตลิ่งเฉลี่ย 0.65 ม. ช่วงเวลา 3 -12 ก.ย. และ 16 – 27 ก.ย.

พื้นที่เสี่ยงจากอิทธิพลลมมรสุมประจำฤดูเดือนตุลาคม

จ.อุบลราชธานี อ.เดชอุดม ล้นตลิ่งเฉลี่ย 0.69 ม. ช่วงเวลา 3 – 15 ต.ค.

จ.อุบลราชธานี อ.วารินชำราบ ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.04 ม. ช่วงเวลา 1 – 31 ต.ค.

จ.พิษณุโลก อ.บางระกำ ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.05 ม. ช่วงเวลา 1-31 ต.ค.

จ.พิจิตร อ.บางมูลนาก ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.00 ม. ช่วงเวลา 17 – 26 ต.ค.

จ.พิจิตร อ.โพทะเล ล้นตลิ่งเฉลี่ย 0.70 ม. ช่วงเวลา 13 – 16 ต.ค.

จ.นครสวรรค์ อ.ชุมแสง ล้นตลิ่งเฉลี่ย 1.25 ม. ช่วงเวลา 9-29 ต.ค.

จ.สิงห์บุรี อ.เมือง ล้นตลิ่งเฉลี่ย 0.65 ม. ช่วงเวลา 10-15 ต.ค. และ 18 -30 ต.ค.

ขอบคุณข้อมูล  ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC)