DSI จับกุมนักแสดงชาวอเมริกัน ร่วมขบวนการต้มตุ๋นแชร์ข้ามชาติ

DSI จับกุมนักแสดงชาวอเมริกัน ร่วมขบวนการต้มตุ๋นแชร์ข้ามชาติ กรณีบริษัท อีเกิ้ล เกทส์ กรุ๊ป จำกัด 

ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษที่ 103/2560 กรณีบริษัท อีเกิ้ลเกทส์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยอ้างว่า เป็นบริษัทซื้อขายดัชนีหุ้นมาจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งบริษัทมาแล้วกว่า 10 ปี

ซึ่งพฤติการณ์ของขบวนการนี้ มีการกระทำความผิดในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยให้กลุ่มหนึ่งจัดบรรยายชักชวนผู้เสียหายในประเทศไทยให้หลงเชื่อร่วมลงทุนกับบริษัท และอีกกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ในการยักย้ายถ่ายโอนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากผู้เสียหาย คดีนี้มีผู้เสียหายประมาณ 250 ราย เข้ามาร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ มูลค่าความเสียหายประมาณ 235 ล้านบาท

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สรุปสำนวนการสอบสวนเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาสั่งคดีแล้ว โดยได้ดำเนินการขอออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 32 ราย ประกอบด้วย ชาวไทย 23 ราย และชาวต่างชาติ 9 ราย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต จับกุมนายเดอร์ริค แมทธิว เคเลอร์ สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ขณะผู้ต้องหาดังกล่าวเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยว

จากการสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ ทราบว่าประกอบอาชีพเป็นนักแสดงอิสระอยู่ที่ประเทศจีน ได้รับการว่าจ้างจากตัวการชาวสิงคโปร์ให้มาแสดงเป็นผู้บริหารบริษัท อีเกิ้ล เกทส์ กรุ๊ป จำกัด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฯ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับตัวการชาวต่างชาติรายใหญ่ต่อไป

สำหรับคดีนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งสิ้น 13 ราย เป็นชาวต่างชาติ 1 ราย และชาวไทย 12 ราย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการประสานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ และจะได้เร่งติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลือต่อไป

ทั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวน พบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดมีพฤติการณ์ในการปกปิดซ่อนเร้นและโยกย้ายทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยพบว่าในระหว่างเกิดเหตุมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหายกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ถูกยักย้ายถ่ายโอนออกไปจนหมดหลังเกิดเหตุไม่นาน

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งปัจจุบันได้รับอนุมัติเป็นคดีพิเศษที่ 39/2561 อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยมีการประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

พบ ‘เห็ดดาวดิน’ รูปทรงประหลาดหายาก 1 ใน 10 ของโลก

“เห็ดดาวดิน” รูปทรงประหลาดหายาก 1 ใน 10 ของโลก ในป่าเขาโล้น ป่าชุมชน อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

“เห็ดดาวดิน” เห็ดที่มีรูปร่างแปลกประหลาด 1 ใน 10 ของโลก ซึ่งขึ้นบริเวณตอไม้ที่ตายและบริเวณจุดที่มีการทับถมของต้นไม้ที่ตายเป็นเวลานาน ในชุมชนบ้านเขาโล้น หมู่ที่ 6 บ้านเขาโล้น ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นแหล่งดอกกระเจียวยักษ์ธรรมชาติของจังหวัดพิจิตร

โดยลักษณะของดอกเห็ด ระยะแรกจะเป็นดอกกลมขนาดเล็ก 3 ถึง 5 เซนติเมตร สีเทา ดำ คล้ายกับเห็ดเผาะ แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง เปลือกนอกเห็ดจะบานออกลักษณะเป็นแฉก 6 ถึง 7 แฉก ตรงกลางก็ยังเป็นก้อนกลม ลักษณะคล้ายดาว สวยงามสะดุดตาสำหรับผู้พบเห็น

สำหรับ “เห็ดดาวดิน” พบตามพื้นป่าทั่วไปตามทวีปอเมริกาเหนือ และประเทศไทยก็มีบ้างแต่น้อยมาก โดยคณะกรรมการป่าชุมชนสำรวจพบเมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้พบเพิ่มเติมเป็น 2 จุด โดยจุดใหม่พบบริเวณข้างเส้นทางชมดอกกระเจียว ห่างจากจุดทางเข้าเพียง 500 เมตร คณะกรรมการชุมชน จึงช่วยกันดูแลรักษาเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับผู้สนใจที่จะศึกษาธรรมชาติ

ส่วนนักท่องเที่ยว นักศึกษาธรรมชาติ หรือประชาชนที่สนใจสามารถชมความงามของ “เห็ดดาวดิน” ด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ เข้าชมสะดวก ณ ป่าชุมชนบ้านเขาโล้น อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ซึ่งอยู่ห่างจากถนนสาย 11 ถนนเอเชียสายเก่า ตากฟ้า-วังทอง เพียง 5 กิโลเมตร รถยนต์จอดได้ถึงตีนเขา

ผลสำรวจพบประชาชน ยังเข้าใจผิดเรื่องโรคไข้เลือดออก

กรมควบคุมโรคเผย ผลสำรวจพบประชาชนเข้าใจผิดเรื่องโรคไข้เลือดออก สถานการณ์โรคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยกระจายทั่วประเทศ แล้ว 44,422 ราย เสียชีวิต 54 ราย

วันนี้ (21 สิงหาคม 2561) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า พายุโซนร้อนเบบินคาที่จะเข้าไทยและมีผลทำให้ไทยมีฝนตกในหลายพื้นที่ กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนระวังโรคและภัยสุขภาพต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับพายุ โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ที่คาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยกระจายทั่วประเทศ แล้ว 44,422 ราย เสียชีวิต 54 ราย โดยผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 3,328 ราย กลุ่มวัยเรียน (อายุ 10-14 ปี) ป่วยมากที่สุด ส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ อายุ 35 ปีขึ้นไป

การประเมินการรับรู้ประชาชนของกรมควบคุมโรค (DDC Poll) เรื่องโรคไข้เลือดออก พบว่าประชาชนมีความเข้าใจผิดในหลายประเด็น เช่น ร้อยละ 28.6 คิดว่าผู้ใหญ่ไม่สามารถป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกได้ และร้อยละ 11.8 คิดว่าโรคไข้เลือดออกสามารถซื้อยาแผนปัจจุบันทานเองได้ เป็นต้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ประชาชนทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถป่วยโรคไข้เลือดออกได้มากกว่า 1 ครั้ง เนื่องจากโรคไข้เลือดออกมีด้วยกัน 4 ชนิด (ซีโรไทป์) การป่วยแต่ละครั้งจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การซื้อยาทานเอง อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลันและไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย หลีกเลี่ยงการซื้อยาทานเอง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือร้านขายยาทั่วประเทศ งดจำหน่ายยาลดไข้ประเภท NSIADs ทั้งชนิดฉีดและรับประทาน พร้อมแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออกไปตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็ว

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า 6 พื้นที่ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ 1.โรงเรือน (บ้าน/ชุมชน) 2.โรงเรียน(สถานศึกษา/สถานเลี้ยงเด็กเล็ก) 3.โรงพยาบาล 4.โรงแรม/รีสอร์ท 5.โรงงาน/กลุ่มอุตสาหกรรม และ 6.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์)

โดยขอให้ประชาชนยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่

1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่รกทึบจนเป็นที่เกาะพักของยุงลาย

2.เก็บขยะ เศษภาชนะที่อาจมีน้ำขังไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

3.เก็บภาชนะใส่น้ำปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง-สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค