​น้ำท่วมรัฐเกรละในอินเดียเสียหาย 9.9 หมื่นล้านบาท

ระดับน้ำในบางพื้นที่ของรัฐเกรละของอินเดีย เริ่มลดลงแล้ว ขณะที่ทางการประเมินความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ราว 9.9 หมื่นล้านบาท 

บางพื้นที่ของรัฐเกรละทางตอนใต้ของอินเดีย ระดับน้ำท่วมเริ่มลดลงแล้วเมื่อวานนี้ เผยให้เห็นขยะ และซากบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยดินโคลน

โดยผู้คนส่วนหนึ่งทยอยกลับบ้านทำความสะอาดบ้านเรือน ขณะที่ผู้คนบางส่วนเดินทางกลับบ้านและพบว่า บ้านของตนถูกน้ำพัดพาไปหมดแล้ว

สำนักข่าวเอเอ็นไอ สื่ออินเดีย รายงานว่า นายจันทรา โบซี วัย 65 ปี คือหนึ่งในผู้ประสบภัยที่พบว่า บ้านที่เขาสร้างขึ้นจากเงินเก็บทั้งชีวิตถูกน้ำพัดหายไป ขณะนี้ทั้งเขาและภรรยาต้องอาศัยอยู่ในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดให้เป็นศูนย์พักพิงน้ำท่วม และเขากังวลอย่างมากว่า หากศูนย์พักพิงของรัฐปิด เขาจะไปอาศัยอยู่ที่ไหน

ขณะเดียวกัน ยังคงมีผู้ประสบภัยอีกหลายพันคนที่ต้องอยู่ในศูนย์พักพิง เนื่องจากระดับน้ำบริเวณบ้านพักยังคงสูงอยู่

เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในฤดูมรสุมของรัฐเกรละปีนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มเกือบ 400 คน และมีผู้ต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงราว 1.2 ล้านคน

เบื้องต้น ทางการคาดว่า ความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้มีมูลค่าเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 9.9 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันกองทัพอากาศอินเดีย เผยแพร่ภาพวิดีโอการช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่งทางอากาศ ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่จากกองทัพอากาศอินเดียอุ้มตัวเด็กทารกชายไว้ขณะห้อยตัวด้วยสลิง และถูกดึงตัวขึ้นไปยังเฮลิคอปเตอร์ ท่ามกลางบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมด้านล่าง

การช่วยเหลือดังกล่าวสำเร็จได้ด้วยดี ทำให้ทารกได้เจอกับแม่ของเขาที่รออยู่บนเฮลิคอปเตอร์

‘ประสิทธิ์’ เจ้าพ่อตลาดหุ้น ย้ำตกเป็นเหยื่อปัดเอี่ยวคดีโกงบิทคอยน์

ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ชี้แจงปมถูกหมายเรียกคดีฉ้อโกงบิทคอยน์ ยืนยันเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ที่ถูกผู้ต้องหาหลอกเอาหุ้นของลูกค้าไปเช่นกัน

นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตโบรกเกอร์ หรือที่รู้จักกันในฉายา เจ้าพ่อตลาดหุ้น เปิดเผยถึงกรณีมีชื่อในหมายเรียกผู้เข้าข่ายกระทำผิดในคดีฉ้อโกงเงินบิทคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัล โดยยืนยันว่าทำทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์ พร้อมชี้แจงว่า รู้จักนายปริญญา จารวิจิต หนึ่งในผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินบิทคอยน์ ผ่านเฟซบุ๊กหลังจากศึกษาเกี่ยวกับระบบโครงข่ายบัญชีธุรกรรมออนไลน์ หรือ Blockchain เหมือนกัน ซึ่งต่อมานายปริญญา ได้แนะนำให้รู้จักกับนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา เจ้าพ่อบิตคอยน์ ชาวฟินแลนด์ และแฟนสาวชื่อ “แตงโม”

จากนั้น จึงเริ่มทำธุรกิจด้วยกัน 4 ฝ่าย ประกอบไปด้วยนายปริญญา ซึ่งมีคอนเนคชั่นในประเทศเกาหลีใต้ และมาเก๊า / ส่วนนายคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอ็กเปย์ จำกัด มีคอนเนคชั่นในสหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมทั้งเป็นผู้ทำสัญญากับนายเออาร์นี ซึ่งมีความรู้ด้าน Blockchain / และตนเอง ทำหน้าที่เป็นนักเจรจา (deal maker) เพราะมีความชำนาญเกี่ยวกับหุ้น เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างครบ จึงตกลงทำธุรกิจร่วมกัน

แต่หลังจากทำงานร่วมกันไม่ถึง 4 เดือน ตนเอง และแตงโม เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของธุรกิจ เนื่องจากมีลูกค้าทวงค่าหุ้น แต่แตงโม ยืนยันว่า จ่ายไปแล้ว ประกอบกับนายปริญญา มีพฤติกรรมแปลกๆ ซึ่งตนเอง, นายเออาร์นี และแตงโม จึงขอยุติการร่วมงาน แต่ตนได้กลายเป็นผู้เสียหายด้วย เนื่องจากเสียลูกค้าหุ้นให้นายปริญญา

ส่วนกรณีที่นายปริญญา โอนหุ้นจำนำประมาณ 400 กว่าล้านหุ้น ให้ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า / นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ขอร้องให้ร้อยเอก ธรรมนัส เข้ามาช่วยเจรจาให้นายปริญญา นำหุ้นมาคืน โดยหุ้นดังกล่าว ยังไม่ชำระเงินให้ลูกค้า และเป็นหุ้นที่ล็อคการซื้อขาย จนกว่าเรื่องจะคลี่คลาย

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ และเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ที่ถูกนายปริญญา หลอกใช้เครดิตให้ลูกค้าโอนหุ้นเข้าบัญชีนายปริญญา โดยชำระเงินไม่ครบ

สวยงาม ร่มรื่น ‘อุโมงค์ต้นสัก’ เมืองพะเยา ยาวกว่า 1 กิโลเมตร

สวยงาม ร่มรื่น ‘อุโมงค์ต้นสัก’ บริเวณถนนในหมู่บ้าน พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา หลังชาวบ้านในชุมชนร่วมกันปลูกเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ถนนเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร ปกคลุมด้วยต้นสักคล้ายอุโมงค์มีความร่มรื่นสวยงาม

ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ผ่านเส้นทางแห่งนี้ ต้องแวะพักและถ่ายรูป รวมทั้งชมความร่มรื่นกันบริเวณอุโมงค์ต้นสัก ถนนในหมู่บ้าน หลังจากชาวบ้านได้ร่วมกันทำการปลูกต้นสักบริเวณสองข้างทางถนนดังกล่าว เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา จนทำให้ถนนสายนี้ตลอดสองข้างทางมีต้นสักขึ้นเรียงรายตามแนวถนนมีลักษณะเป็นเสมือนอุโมงค์ ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร สร้างความประทับใจให้กับผู้เดินทางผ่านถนนเส้นนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความร่มรื่น สวยงาม

โดยชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ถนนเส้นทางดังกล่าวทางหมู่บ้านได้ร่วมกันที่จะเข้าพัฒนา โดยการช่วยกันปลูกต้นสักบริเวณสองข้างทาง ซึ่งหากไม่มีการตัดกิ่งให้มีความโปร่งช่วงฤดูฝนจะทำให้เหมือนอุโมงค์ที่มีความมืดตลอดทั้งวัน แต่ทางหมู่บ้านก็ได้ช่วยกันที่จะทำการพัฒนาให้มีความสวยงามอยู่เป็นประจำ จึงทำให้ถนนสายนี้มีความสวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูนี้และฤดูหนาว