เหตุคนร้ายยิงปืนโจมตีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในตุรกี

เหตุคนสาดร้ายยิงปืดหลายนัดเข้าใส่อาคารสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเลวร้ายลงไปจากเดิม

วันที่ 20 ส.ค. 2561 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงอังการารายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันจันทร์ หรือเวลาประมาณ 09.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุคนร้ายใช้รถยนต์สีขาวเป็นพาหนะ ขับผ่านหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุงอังการา แล้วยิงกระสุนปืนประมาณ 4-5 นัด เข้าใส่ส่วนที่เป็นห้องของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ตั้งอยู่บริเวณประตูหมายเลข 6 ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่นายเดวิด ไกเนอร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่าแม้กระสุนปืนสร้างความเสียหายให้กับกระจกของอาคารบ้างแต่ไม่ร้ายแรงมากนัก และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตปิดให้บริการในสัปดาห์นี้ เนื่องในช่วงอีดิล-อัล-อัฎฮา เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการประกอบพิธีฮัจญ์ ที่เมืองเมกกะในซาอุดีอาระเบีย โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามสืบหาเบาะแสของผู้ต้องสงสัยจากกล้องวีดีโอวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่รอบสถานเอกอัครราชทูต

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และตุรกีกำลังตึงเครียดอย่างหนัก จากกรณีรัฐบาลอังการาจับกุมและดำเนินคดีก่อการร้ายกับนายแอนดรูว์ บรันสัน บาทหลวงชาวอเมริกัน ส่งผลให้สหรัฐฯ เดินหน้าคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อตุรกีอย่างต่อเนื่อง กดดันให้ค่าเงินลีราทรุดหนักเป็นประวัติการณ์

ที่มา www.foxnews.com

เล็งให้ออกจากราชการ ตร.-ผญบ. จับเรือประมงมาเลย์ ล้ำน่านน้ำไทย

เตรียมสั่งให้ 7 นายตำรวจ และผู้ใหญ่บ้านออกจากราชการ เซ่นภารกิจจับเรือประมงมาเลย์ล่วงล้ำน่านน้ำไทย หวั่นกระทบความสัมพันธ์ หลังเรือประมงขัดขืน โทรแจ้งว่าถูกปล้นจนมีการเข้าใจผิด

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่ห้องประชุมวัฒนโกเมร ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.สตูล เรียกประชุมชุดความมั่นคงจังหวัดสตูลเป็นการด่วน พร้อมเชิญกงสุลมาเลเซีย และที่ปรึกษา และเลขานายกรัฐมนตรีมหาเธร์ มูฮัมหมัด ประเทศมาเลเซียมาร่วมหารือ

หลังเกิดกรณีชุดเคลื่อนที่เร็วทางทะเล “มาลินติน” ทางการมาเลเซียได้เข้าจับกุมตัวตำรวจ 3 นาย พร้อม ผช.ผู้ใหญ่บ้าน 1 คน คือ ด.ต.สัญชัย สลีมีน ด.ต.เอกณัฐ โพธิปกเกษม ด.ต.คณิต นัธที และนายอภิสิทธิ์ ยันยูโซ๊ะ ผช.ผญบ.หมู่ 3 ต.ตันหยงโป ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีการเข้าใจผิดโดยกล่าวหาว่าถูกไทยปล้นเรือประมงมาเลเซีย ทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่า เรือประมงมาเลเซียมักจะเข้ามาล่วงล้ำน่านน้ำไทยเพื่อทำประมงบ่อยครั้ง

หลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือ ผวจ.สตูล กล่าวว่ากับสื่อว่า ได้มีการพูดคุยเพื่อช่วยคนของเราให้กลับมาโดยเร็วแล้ว ซึ่งการพูดคุยก็เป็นไปด้วยดี และวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่ชุดเกี่ยวข้องไปดูจุดเกิดเหตุอีกครั้งว่าจุดเกิดเหตุตรงบริเวณไหน ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นการเข้าใจผิดกัน

ซึ่งที่ผ่านมาไทย-มาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาโดยตลอด เบื้องต้นชุดปกครอง ผู้ใหญ่บ้านที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้มีการจับเรือประมงที่ล่วงล้ำน่านน้ำในครั้งนี้ได้ยื่นใบลาออก ส่วนของตำรวจทราบว่ามีการให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ระหว่างมีการประชุมหารือชุดความมั่นคงไทย-มาเลเซียด้านบนศาลากลาง ด้านล่างมีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 30 คน นำโดยนายรอชาด สุวาหลำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ตันหยงโป อ.เมือง พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เนื่องจากกลุ่มเรือประมงจากมาเลเซียมักจะล่วงล้ำน่านน้ำมานานร่วมเดือนแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงในพื้นที่ ต.ตันหยงโป

ขณะที่นายแสลมัน เส็นดากัน ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 ยืนยันว่าหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเรือประมงมาทำประมงล่วงล้ำน่านน้ำ จึงประสานให้ตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน พร้อมผู้ช่วยเข้าไปดูยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณเกาะโกว ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล

โดยใช้เรือประมงของผู้ใหญ่บ้านและเรือของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ออกไปปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบดูที่เกิดเหตุทันที และเห็นการกระทำของเรือประมงดังกล่าวเป็นความผิดซึ่งหน้า ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอเข้าจับกุม และระหว่างนั้นลูกเรือประมงมาเลเซียได้โทรแจ้งให้ทางการมาเลเซียเข้ามาโดยอ้างว่าถูกปล้น ทั้งที่เราแจ้งแล้วว่าประมงลำนี้เข้ามาทำผิดในน่านน้ำ

และเป็นตำรวจทางการไทย แต่ก็ยังมีการพยายามพุ่งชนเรือไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ จนมีการจับกุมตำรวจไทย พร้อม ผช.ผญบ.และสิ่งที่ได้รับคือให้ผู้ใหญ่บ้านยื่นใบลาออกอยากขอให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมด้วย ด้านการข่าวตำรวจยืนยันว่า ในส่วนตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้มีคำสั่งให้นายตำรวจที่ไปปฏิบัติงานในครั้งนี้ออกจากราชการก่อน 7 นาย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ตำรวจตรวจ รร.ดังพัทยา ปล่อยจัดปาร์ตี้ หนุ่ม-สาวร่วมรักกลางสระน้ำ

นายอำเภอ-ผู้กำกับการ ตรวจสอบสถานที่จัดปาร์ตี้ริมสุดฉาว จับคู่นัวเนียร่วมรัก กลางสระว่ายน้ำโรงแรมดังพัทยา

จากกรณีหลายเพจดังจำนวนมาก ได้แชร์คลิปวิดีโอความยาวประมาน 53 วินาที เกี่ยวกับงานปาร์ตี้สระน้ำที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา โดยภายในงานมีนักปาร์ตี้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมจำนวนมาก อีกทั้งมียังการกระทำส่อในลักษณะอนาจาร คล้ายมีเพศสัมพันธ์กันในสระว่ายน้ำ

ซึ่งมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมของกิจกรรมดังกล่าว ยังมีการแชร์โพสต์กันอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ อีกทั้งชาวโซเชียลบางรายระบุว่า เหตุการณ์ฉาวนี้เกิดขึ้น ในโรงแรมริมชายหาดย่านพัทยา นี่เอง

ล่าสุด เช้าวันนี้ 20 ส.ค. 61 นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้เข้าตรวจสอบที่โรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งมีลักษณะคล้ายสถานที่จัดปาร์ตี้ดังกล่าว เบื้องต้นได้พบ นายสมชัย รัตนโอภาส ประธานกรรมการบริหาร ออกมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่โดยบอกว่า ภาพที่ปรากฎตามคลิปดังกล่าวนั้นเป็นสถานที่ตั้งของแรมจริง

สำหรับงานดังกล่าวได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีมีชุดผู้จัดงานซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้มาขอเช่าสถานที่จัดงานกับทางโรงแรม ซึ่งมีการเก็บบัตรค่าผ่านประตู ตั้งแต่ราคา 700-1,100 บาท ต่อคน ซึ่งจัดขึ้นแล้วเป็นครั้งที่ 2 แล้วโดยใช้ชื่อจัดงาน คัลเลอร์ บีชไซต์ ปาร์ตี้ เปิดให้ปาร์ตี้ตั้งแต่ 15.00-23.00 น. ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงาน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จและดำเนินกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง ได้มีการส่งหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรกับสถานประกอบการโรงแรม รวมถึงสถานบันเทิงในพื้นที่ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ริมสระน้ำ โดยเน้นย้ำห้ามกระทำการ ลามกอนาจาร มั่วสุมยาเสพติด อยู่เป็นประจำ

ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่คลิปนั้นเป็นชาวต่างชาติและหญิงไทยจำนวน 2 คู่ แสดงท่าทางโชว์อนาจารกลางสระน้ำ ต่อหน้าผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดในโทษฐาน อนาจารต่อหน้าธารกำนัล ในส่วนผู้จัดงานปาร์ตี้และสถานประกอบการ จะได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิด รวมถึงผู้ที่เผยแพร่คลิปก็จะมีการเอาผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน

และมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า บ่ายวันนี้ ผู้จัดงานและนางแบบที่ปรากฏตามคลิปจะเดินทางมาให้ปากคำข้อมูลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว