‘โคฟี อันนัน’ อดีตเลขา UN ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 80 ปี

‘โคฟี อันนัน’ อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ  ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย 80 ปี หลังมีอาการป่วยไม่นาน

มูลนิธิโคฟี อันนัน และครอบครัวของนายอันนัน ออกแถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ว่า นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย 80 ปี วันนี้ หลังมีอาการป่วยไม่นาน ซึ่งเมื่อวันก่อนนางนาเน่ ภริยา และบุตรทั้งสามคนเพิ่งให้การดูแลอยู่เคียงข้าง ในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า นายโคฟี อันนัน เป็นรัฐบุรุษระดับโลก และนักการระหว่างประเทศที่ทุมเททั้งชีวิตเพื่อความสงบสุขของโลก ในระหว่างที่เคยเป็นผู้นำของสหประชาชาติ มีบทบาทนำทั้งในด้านการสร้างสันติภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม

พร้อมกันนี้ทางครอบครัวของนายอันนันขอร้องว่าจะดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องเป็นการส่วนตัวในช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยนี้ ส่วนการจัดพิธีอย่างเป็นทางการจะประกาศให้ทราบต่อไป ทั้งนี้นายโคฟี อันนันเกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2481 เป็นนักการทูตชาวกานา และเป็นเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 7 เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2540 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2549

ขอบคุณ จส.100

‘กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท’ อ่านแถลงการณ์แสดงออกเชิงสัญลักษณ์

“กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” อ่านแถลงการณ์ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่เห็นด้วย กฎคุมประพฤติ นร. – นศ.

วันนี้ (18 ส.ค.61) ที่ สกายวอล์ค แยกปทุมวัน นักเรียน นักศึกษาจากกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทจำนวนห้าคน นำโดย นางสาวธัญชนก คชพัชรินทร์ เลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท รุ่นที่ 6 จัดกิจกรรม ” แจกความสดใสให้กระทรวงศึกษา ” (Hold hands, hold freedom) จับมือรวมพลัง คัดค้านร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาฉบับแก้ไข

ซึ่งมีลักษณะเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพของนักเรียนนักศึกษา รวมถึงการแสดงออกทางความคิด ขณะที่บางถ้อยคำในกฎหมายอาจยังมีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือ สามารถตีความไปได้หลากหลาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนำไปใช้บังคับเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของนักเรียนนักศึกษาในอนาคต ทั้งนี้ นางสาวธัญชนก ได้อ่าน แถลงการณ์ของกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทมีใจความสำคัญดังนี้

กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาและสนับสนุนเสรีภาพอันพึงมีของนักเรียนทุกคน เห็นว่าร่างกฎกระทรวงดังกล่าวอาจไปริดรอนสิทธิเสรีภาพของนักเรียนนักศึกษาในการดำรงชีวิตประจำวัน และ การแสดงออกทางความคิด รวมถึงกฎสามารถตีความไปได้ในหลายแบบ เช่น คำว่า “เหมาะสม” “ศีลธรรมอันดีของประชาชน” “ความไม่สงบ” คำเหล่านี้มีความหมายที่กว้างและค่อนข้างคลุมเครือจึงอาจนำไปสู่การบังคับใช้ในสถานศึกษาจนเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่สากลพึงพิทักษ์รักษา และ จำกัดสิทธิของนักเรียนจนเกินความจำเป็นได้

ดังนั้นกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทในฐานะที่เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธินักเรียนขอประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนร่างกฎกระทรวงดังกล่าว และ ยืนยันว่าจะเป็นกระบอกเสียงของนักเรียนในการเรียกร้องสิทธิที่ตนพึงมีกลับมา

อย่างไรก็ตาม นางสาวธัญชนก ยังกล่าว เชิญชวนผู้ที่ไม่เห็นด้วย ให้แสดงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการ เอาฝ่ามือปิดปาก โพสต์ลงโซเชียลมีเดียต่างๆพร้อมติด #studentcantsay เป็นต้น

พ.ต.อ.ย่องมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา ปมเด็กถูกรถเฉี่ยวจนเสียชีวิต

พ.ต.อ.ย่องมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา แต่ขอให้การในชั้นศาล ยังไม่บอกใครเป็นคนขับรถตัวจริงเฉี่ยวชนสองเด็กสาวจนเสียชีวิต ส่วนรถของกลางจะนำมาส่งมอบให้ภายหลัง

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เช้าวันนี้ (18 ส.ค.61) พ.ต.อ.สรโชติ บุญวิเศษ ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาพบ พ.ต.ท.ไพบูลย์ นามทอง หัวหน้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่าเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะคันที่เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีขาวชมพู หมายเลขทะเบียน จนท 266 เชียงใหม่ จนทำให้นางสาวกชกร ลำธารศศิธร อายุ 17 ปี และเด็กหญิงจันทร์จิรา เลาหมู่ อายุ 12 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา

ขณะที่พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า”ขับรถโดยประมาณเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินเสียหายแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ แจ้งเหตุแสดงตนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที” โดย พ.ต.อ.สรโชติ ไม่ขอให้การใดๆในชั้นพนักงานสอบสวน แต่จะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น และแจ้งว่ารถคันที่เกิดเหตุจะให้ลูกชายนำมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง แต่ไม่ระบุว่า จะนำมาส่งมอบให้เมื่อใด

พ.ต.ท.ไพบูลย์ กล่าวว่า พ.ต.อ.สรโชติ ได้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และได้ปล่อยตัวไป โดยเบื้องต้น พ.ต.อ.สรโชติ ยังไม่ขอให้การใดๆ และไม่ได้ระบุว่าใครเป็นคนขับรถกระบะชนเด็กสาวทั้งสองคนเสียชีวิต จากนี้พนักงานสอบสวนจะรอรับมอบรถยนต์ของกลางอีกครั้ง เมื่อได้รถมาแล้วจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาร่อยรอยการเฉี่ยวชน รวมทั้งเร่งสอบพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบภาพคลิปจากพลเมืองดีที่ส่งมาให้ทางญาติใช้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะเร่งสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการตรวจสอบ ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

ด้านนายเจริญ สินลี้ ประธานสมาพันธ์ลีซูแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ทางญาติของผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการติดต่อจากคู่กรณีหลังจากเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อช่วงเช้าวันนี้