ไอเดียเก๋! พับลอตเตอรี่ขาย สร้างรายได้งาม

อดีตแม่ค้าส้มตำ จ.พิษณุโลก ปิ๊งไอเดียนำสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า มาพับเป็นปลาตะเพียนขาย สร้างรายได้งาม พร้อมยินดีถ่ายทอดความรู้ เพื่อเป็นอาชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาส

นางบัวคำ สายหร่าย อายุ 57 ปี อดีตแม่ค้าขายส้มตำใน ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ใช้เวลาช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ พับสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า เป็นปลาตะเพียนขาย ตามความต้องการสั่งซื้อของลูกค้า และนำไปตระเวนขายตามตลาดนัด ตามวัดและงานประเพณีต่างๆ ทั้งใน จ.พิษณุโลก และต่างจังหวัด เช่น ตาก สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

ทั้งนี้ นางบัวคำ บอกว่า ได้ไปเรียนรู้ฝึกวิชาชีพการพับธนบัตรเป็นปลาตะเพียนมาก่อน ในช่วงแรกเปิดรับจ้างพับธนบัตรตามคำสั่งซื้อเท่านั้น และต่อมาได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์ที่ตนเองเคารพนับถือ ให้นำเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า มาพับเพื่อสร้างมูลค่า โดยพับเป็นปลาตะเพียนขายให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบ หากนำปลาตะเพียน ไปแขวนไว้ที่ ร้านค้าจะทำให้ขายของดี เพราะเชื่อว่าปลาตะเพียน ช่างเพียรช่างแวะ เงินทองไหลมาเวียนมา

สำหรับ ปลาตะเพียนสลากกินแบ่งรัฐบาล มี 2 ขนาด คือ ตัวเล็กใช้ สลาก 2 ใบครึ่ง ขายตัวละ 20 บาท ส่วนตัวใหญ่ ใช้ 7 ใบ ตัวละ 59 บาท ปลาตะเพียนธนบัตรชนิดราคา 20 บาท ใช้ 5 ฉบับ ขาย ตัวละ 199 บาท ผู้ที่สนใจอาชีพ พับสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือ ธนบัตร รวมถึงผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส หรือคนตกงาน ไม่มีงานทำ หากต้องการมีรายได้เสริม สามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการทำจากนางบัวคำยินดีที่จะสอนให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

อย. เตือน! อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ “Royal Jelly 2180” อ้างรักษาสารพัดโรค พบนำเข้าผิดกฎหมาย

อย. เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ “Royal Jelly 2180” โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ทั้งยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ Royal Jelly 2180 (นมผึ้ง) ทางเว็บไซต์ชื่อ http://www.auswelllife-awl.com/ อย. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบโฆษณาดังกล่าว พบข้อความโอ้อวดสรรพคุณ เช่น ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิงช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และอื่น ๆ

ซึ่งข้อความเหล่านี้เป็นการโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาหลอกลวงโอ้อวดเกินจริง จากการสืบค้นข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ไม่พบข้อมูลการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาในชื่อดังกล่าวแต่อย่างใดรวมทั้งผลิตภัณฑ์มีการแสดงฉลากเป็นภาษาอังกฤษ นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลียโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมกันนี้ อย. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ณ สถานที่นำเข้า และสถานที่จำหน่ายจากการตรวจสอบพบ สถานที่ดังกล่าวมีลักษณะรกร้าง ไม่แสดงป้ายเลขที่บ้าน ทั้งนี้ อย. อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีลงโทษตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์และการขายผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมไปถึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาตัวผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ต่อไปด้วย

รองเลขาธิการ ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ขออนุญาตผลิต หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างถูกต้อง สำหรับผู้รับสินค้ามาจำหน่ายควรมีการตรวจสอบ อย่างละเอียดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ส่วนผู้บริโภคควรไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศ โปรดสังเกตฉลาก ต้องมีฉลากภาษาไทยที่แสดงรายละเอียดครบถ้วน ต้องมีเลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. เพื่อป้องกันมิให้ได้รับความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นการอวดอ้างโฆษณาหรือขายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายผ่านทางช่องทางสื่อต่าง ๆ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย.1556 หรือ อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th หรือผ่าน Oryor Smart Application หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

คณะกรรมการ มีมติรื้อบ้านพักตุลาการ 45 หลัง พ้นป่าดอยสุเทพ

คณะกรรมการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ มีมติรื้อบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลังพ้นป่าดอยสุเทพ พร้อมยื่นเรื่องให้รัฐบาลพิจารณา

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่และฟื้นฟูสภาพป่าจากการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นานกว่า 2 ชั่วโมง นายศุภชัย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปดังนี้ คือ

1.เห็นควรที่ให้ดำเนินการตามข้อเสนอของเครือข่ายฯ คือ รื้อบ้านพักทั้ง 45 หลัง

2. กรณีอาคารชุด 9 หลังที่อยู่ในเขตป่าดั่งเดิม เห็นควรให้รื้อเช่นกัน แต่ในระหว่างนี้สามารถให้ข้าราชการอยู่อาศัยได้ชั่วคราวเท่าที่จำเป็น โดยให้โยกย้ายมาอยู่ให้เต็มอาคารทั้ง 4 หลังก่อน หากไม่เพียงพอจึงค่อยขยับไปอยู่ชั่วคราวในอาคารชุด 9 หลัง

3. ขอให้มีการส่งมอบพื้นที่คืนแก่กรมธนารักษ์

ส่วนกรอบระยะเวลาที่จะดำเนินการ คณะกรรมการชุดใหญ่ส่วนกลางจะเป็นผู้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง ขณะที่จังหวัดจะปรับแก้และเพิ่มเติมหมายเหตุความเห็นในผลสรุปอีกประมาณ 2 – 3 วัน ก่อนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาต่อไป

สำหรับ รูปแบบและวิธีการรื้อ เป็นอีกขั้นตอนและกระบวนการหนึ่ง โดยหลังการส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์แล้ว ทางกรมธนารักษ์จะเป็นผู้พิจารณาตามกรอบของกฎหมายอีกครั้ง

ด้าน นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ผลการประชุมค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ แต่มีข้อแม้เล็กน้อยกรณีมีข้าราชการอยู่อาศัยในอาคารชุด 9 หลังบางส่วนประมาณ 30 ครอบครัว เครือข่ายฯ ขอให้ย้ายมาอยู่ในอาคารชุด 4 หลังที่ไม่ได้อยู่ในเขตป่าให้เต็มเสียก่อน หากจำเป็นจะต้องมาอาศัยอยู่ก็อะลุ่มอล่วยได้ แต่ต้องมีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะอยู่นานแค่ไหน ส่วนการคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ ผู้ว่าราชการฯแจงว่าจะคืนโดยเร็วที่สุดภายใน 1 – 2 เดือนนี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีตัวแทนจากรัฐบาลเดินทางมาประชุมหารือร่วมกับจังหวัดและเครือข่ายฯ ถึงกรณีปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการ