ศาลสั่งจำคุก 5 ปี ผอ.โรงเรียนฉาว กิ๊กเด็ก ม.2

ศาลจังหวัดบัวใหญ่ ตัดสินจำคุก 5 ปี 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ในจังหวัดนครราชสีมา มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับลูกศิษย์ที่เป็นเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 

ศาลจังหวัดบัวใหญ่ได้ตัดสินคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดบัวใหญ่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย คือ นายณฐาภพ บุญทองโท อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่มีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับลูกศิษย์ที่เป็นเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน จนถูกชาวบ้านร้องเรียนและนำไปสู่การถูกดำเนินการเอาผิดทางวินัย และถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี กระทำอนาจารแก่ศิษย์      

โดยศาลจังหวัดบัวใหญ่ได้ตัดสินลงโทษจำเลยมีความผิด ฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลต่ำอายุกว่า 15 ปี โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 8 เดือน ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี  ศาลตัดสินจำคุก 8 เดือน ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ฐานพรากเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจาร ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี รวมโทษที่ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี 4 เดือน    

แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงโทษจำคุก 5 ปี 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา      

ขณะที่นายณฐาภพ ได้ใช้สิทธิ์ขอประกันตัว และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์  2 แสนบาท ซึ่งนายณฐาภพ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์สู้คดีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา          

ส่วนคดีในเรื่องกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาล โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์จำเลย ในวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ขณะที่การดำเนินการเอาผิดทางด้านวินัย ทางคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำสั่งลงโทษไล่ออก นายณฐาภพ บุญทองโท ไปก่อนหน้านี้แล้ว

เตือนระวัง! ต้มใบอังกาบหนู กินรักษามะเร็ง เสี่ยงโรคเพิ่ม ไตพัง หลังไร้ผลวิจัยยืนยัน

สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย แทคทีมเพจ Drama-addict เตือนประชาชนระวังภัย เสี่ยงโรคเพิ่ม ไตพัง ต้มใบอังกาบหนู รักษามะเร็ง เหตุยังไม่มีข้อมูลยืนยันรักษาได้

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา นายแพทย์สมศักดิ์ นุกูลอุดมพานิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทาง ไปยังวัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อขอเก็บใบและต้นอ่อนของต้นอังกาบหนูกลับไป หลังเชื่อว่ามีสรรพคุณสามารถรักษาและบรรเทาโรคมะเร็งได้ ว่า ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เพราะในทางการแพทย์ยังไม่มีแหล่งข้อมูลไหนที่ยืนยันว่าสามารถช่วยหรือมีส่วนรักษามะเร็งได้จริง และขอให้คำนึงถึงปริมาณในการกินด้วย เพราะอาจมีผลกระทบต่อไตได้

ใบอังกาบ, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่เพจ Drama-addict ก็ได้มีข้อความแสดงความเห็นในลักษณะห่วงใยคล้ายกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย และไม่เชื่อว่าใบอังกาบหนู รักษามะเร็ง แต่ที่หายมีผลมาจากการรักษาทางเคมี โดยระบุว่า ถ้าจำกันได้สามสี่ปีก่อนหน้านี้ เคยมีสื่อแม่งเอาประเด็นใบทุเรียนเทศไปนำเสนอ บอกว่าใบนี้เจ๋งน้า รักษามะเร็งได้น้า บลาๆ เจ๋งกว่าเคมีบำบัดอีกน้า แต่แม่งไม่บอกคนอ่านว่า

ไม่มีงานวิจัยการรักษามะเร็งในคน ในสัตว์ก็ยังไม่มีเลยตอนนั้นน่ะ เขาแค่ทดลองกันในระดับหลอดทดลอง ซึ่ง เอาจริงๆ ในระดับหลอดทดลอง มึงหยอดสารเคมีที่เป็นพิษลงไปเซลล์มะเร็งแม่งก็ตาย แต่ไม่ได้แปลว่าสารพิษตัวที่ว่ามันจะเอามารักษามะเร็งได้นะเว้ย ขั้นตอนงานวิจัยแม่งหลายชั้นมาก กว่าจะรู้ว่ายาตัวๆ หนึ่งสามารถรักษามะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับคนรึเปล่า พอแม่งนำเสนอไปแบบนั้น คนก็แห่กันไปซื้อทุเรียนเทศมาต้มแดกกันรัวๆ ผลคือ ตับพัง ไตพัง พาร์กินสันแดกกันถ้วนหน้า

อย่าคิดว่าผักสมุนไพร จะกินได้กินดีไม่มีทางเกิดผลข้างเคียง พวกผักสมุนไพรหลายๆ ตัว องค์ประกอบข้างในก็คือสารเคมีที่เป็นสารตั้งต้นหรือส่วนประกอบของยาหลายชนิด มันมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงอยู่แล้ววววววว ดังนั้นการจะใช้สมุนไพรพวกนี้ มันต้องวิจัยอย่างละเอียด หลายๆสถาบันเขาก็วิจัยกันอยู่ อย่างของอภัยภูเบศน์งี้ เด๋วนี้หมอแผนไทยที่วิจัยสมุนไพร เขาวิจัยกันเป็นระบบ มีการทดลอง ค้นคว้า ศึกษาองค์ประกอบในสมุนไพรนะเว้ย ไม่ใช่นั่งอ่านสมุดข่อยที่เขียนกันมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนว่าตัวนั้นตัวนี้มีสรรพคุณยังไง

ส่วนไอ้ตัวล่าสุด ใบอังกาบ ที่สื่อประโคมกันเหลือเกิน อันนี้ยิ่งกว่าทุเรียนเทศอีก อันนั้นมีงานวิจัยในหลอดทดลอง อันนี้ไม่มีงานวิจัยเลย แค่มีคนที่รักษามะเร็งกับหมอให้เคมีบำบัดมา แล้วไปกินไอ้นี่ พออาการดีขึ้นก็คิดว่าเป็นเพราะสมุนไพรตัวนี้ (ไม่คิดว่าเป็นเพราะเคมีบำบัดมั่งเลยเรอะ) แล้วก็พูดกันปากต่อปากแค่นั้น ถ้าใครจะไปหามาต้มกิน ก็เตือนไว้ว่า เสี่ยงดวงกันเอาเองนะ เพราะคุณกำลังไปในเส้นทางที่ยังไม่มีใครมีข้อมูลด้านนั้นมาก่อน

ตำรวจ รวบ 2 นศ.เตรียมแพ็คยาบ้า 18,000 เม็ด ส่งขายผ่านไปรษณีย์

ตำรวจ สภ.เมืองคอน รวบ 2 นักศึกษาเตรียมแพ็คยาบ้า 18,000 พันเม็ด ส่งขายผ่านไปรษณีย์

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (16 ส.ค.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ควบคุมตัวนักศึกษาชาย ระดับ ปวช.อายุ 17 ปี และอายุ 18 ปี รวม 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 18,000 เม็ด (หนึ่งหมื่นแปดพันเม็ด) ภายในบ้านเช่าหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซอยประตูรักษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่าห้องเช่าดังกล่าวมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และจำหน่ายยาเสพติดให้วัยรุ่นในพื้นที่ 

โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่บ้านเช่าดังกล่าว พบนักศึกษาชาย ระดับ ปวช.3. ของวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ทราบชื่อนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี รวม 2 คน กำลังนอนอยู่ภายในห้องพัก ตรวจค้นพบของกลางยาบ้าบรรจุอยู่กล่องพัสดุไปรษณีย์ไทยพร้อมส่งจำนวน 3 กล่อง รวมของกลางยาบ้า จำนวน 18000 เม็ด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหาหาทั้ง 2 ราย เพื่อขยายผลขบวนค้ายาเสพติดแก๊งนี้ต่อไป