ชาวบ้านแห่เก็บ ‘ใบอังกาบหนู’ นำไปต้มดื่ม เชื่อรักษาโรคมะเร็งได้

ชาวบ้านแห่เก็บ ‘ใบอังกาบหนู’ เพื่อนำไปต้มดื่ม เนื่องจากเชื่อว่ารักษาโรคมะเร็งได้ ขณะที่แพทย์แนะนำให้รอผลวิจัยก่อน

ชาวบ้านในหลายพื้นที่เดินทางมาขอคำปรึกษา พระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (เมืองโบราณบางขลัง) พร้อมขอเก็บใบ และต้นอ่อนของ “ต้นอังกาบหนู” กลับไป เพื่อหวังว่าจะช่วยบรรเทาโรคมะเร็งที่ญาติป่วยและกำลังรักษาอยู่ให้หายได้ จากต้นที่เคยเป็นพุ่มใหญ่ ตอนนี้ใบเริ่มบางตาลง จนเจ้าอาวาสต้องแจ้งกับผู้ที่มาขอ ว่าไม่ได้หวง แต่อยากให้แบ่งๆ กัน และสามารถนำไปปลูกที่บ้านได้ เพียงแค่นำก้านไปปักชำก็แตกยอดออกมาได้ง่ายๆ

ทั้งนี้ พระครูพิพัฒน์สุตากร กล่าวว่า ที่ทราบสรรพคุณของใบอังกาบหนูนั้น เกิดจากพี่ชายป่วยเป็นมะเร็งหลอดลม และมีชาวพิษณุโลกคนหนึ่งแนะนำว่า ให้ไปหาใบอังกาบหนูมาต้มดื่มเช้า-เย็น จึงลองดู หลังจากนั้นเพียง 6 เดือน ก็หายจากโรคมะเร็งและมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน จึงได้บอกต่อให้ชาวบ้านนำต้นดังกล่าวไปปลูกเก็บไว้เป็นยาสมุนไพรประจำบ้าน เนื่องจากมีสรรพคุณตั้งแต่รากจนถึงใบ ส่วนดอกนำมาตากแห้งใช้ปรุงเป็นยาสมุนไพร ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายอีกด้วย

ขณะที่ ชาวบ้านในตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย คนนี้ อ้างว่า ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม หลังได้รับการผ่าตัดหน้าอกข้างขวา และ รับการบำบัดด้วยคีโมครบ 6 ครั้ง ก็เริ่มกินน้ำต้มใบอังกาบ ตั้งแต่ปี 2558 พบว่า อาการดีขึ้น และ มีสุขภาพดีมาโดยตลอด

ด้าน นายแพทย์สมศักดิ์ นุกูลอุดมพานิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้ให้แพทย์แผนไทยค้นข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งทางการแพทย์ ยังไม่มีแหล่งข้อมูลไหนยืนยันว่า สามารถช่วยหรือมีส่วนรักษามะเร็งได้จริง และขอให้คำนึงถึงปริมาณในการกินด้วย เพราะอาจมีผลกระทบต่อไต

บาทหลวงสหรัฐฯ เอี่ยวล่วงละเมิดเด็กกว่า 1 พันคนในช่วง 70 ปี

อัยการเผย นักบวชคาทอลิกในรัฐเพนซิลเวเนีย กว่า 300 ราย ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กนับพันคนตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี

อัยการรัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐระบุว่า บาทหลวงนิกายโรมันคาทอลิกทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กมากกว่า 1 พันคน ตลอดช่วงเวลากว่า 70 ปี และ “ปิดปาก” เหยื่อด้วยการอ้างถึงความศรัทธา และมีการปกปิดเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นระบบโดยกลุ่มบาทหลวง

รายงานจำนวน 884 หน้า ที่เปิดเผยโดยนายจอช ชาพิโร อัยการรัฐเพนซิลเวเนีย หลังจากการสอบสวนนานสองปี ระบุว่ามีบาทหลวงจำนวน 301 คน ที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก บางคนเสียชีวิตแล้ว บางกรณีเกิดขึ้นนานเกินกว่าจะฟ้องร้องเป็นคดีความ ขณะนี้มีเพียง 2 ราย ที่อยู่ระหว่างการส่งฟ้องเพื่อดำเนินคดี 

การแถลงของอัยการ รวมถึงภาพของเด็กที่ถูกจับแต่งตัวและล่วงละเมิดทางเพศโดยบาทหลวง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการอ้างอิงจากเอกสารที่ถูกเก็บไว้อย่างลับๆ โดยเขต

สังฆมณฑล ซึ่งมีคำสารภาพของบาทหลวงที่ถูกเขียนด้วยลายมืออีกด้วย

ผลการสอบสวนของคณะลูกขุนใหญ่พบว่า มีเด็กมากกว่า 1 พันคนเคยตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศของบรรดาบาทหลวงใน 6 เขตสังฆมณฑล ในรัฐเพนซิลเวเนีย และเชื่อว่าจำนวนเหยื่อที่แท้จริง ทั้งที่บันทึกหายสาบสูญ และไม่กล้าเปิดเผยตัวตน น่าจะมีจำนวนหลายพันคน 

เอกสารยังระบุว่า เหยื่อมีตั้งแต่เด็กหญิง เด็กชาย และวัยรุ่น ที่ถูกปิดปากโดยผู้นำศาสนจักร ซึ่งเลือกที่จะปกป้องผู้กระทำผิดและสถาบันทางศาสนา 

นายชาปิโร กล่าวด้วยว่า นี่เป็นรายงานเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในคริสตจักร คาทอลิก ที่อื้อฉาวและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ  โดยรูปแบบการกระทำอื้อฉาวนี้คือ “ล่วงละเมิด ปฏิเสธ และปกปิด”

คณะลูกขุนใหญ่รัฐเพนซิลเวเนีย ได้สัมภาษณ์พยานจำนวนหลายสิบปาก และตรวจสอบเอกสารภายในจำนวนมากกว่า 5 แสนหน้า ที่มาจากเขตสังฆมณฑล จำนวน 6 จาก 8 เขต โดยเหยื่อหลายคนอ้างว่าถูกวางยาหรือถูกขู่บังคับ บางรายเล่าวว่า ถูกครอบครัวทุบตี เนื่องจากไม่เชื่อเรื่องที่พวกเขาเล่า

นายกฯ แจงคำสั่งปลด ‘บิ๊กป้อม’ พ้นที่ปรึกษา คตช.

นายกฯ แจงคำสั่งปลด “บิ๊กป้อม” พ้น ที่ปรึกษา คตช. ไม่เกี่ยวปมนาฬิกาหรู ชี้ เป็นการแบ่งภาระรับผิดชอบเหตุงานล้นมือ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน CLMVT Forum 2018 ถึงกรณีคำสั่ง คสช. ที่ 3/2561 แต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งมีหัวหน้า คสช. เป็นประธาน

กรณีปลด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการ และเพิ่ม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรองประธานกรรมการ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุผลมาจากการถูกโจมตีทางการเมือง ว่า การแต่งตั้งใหม่เพื่อให้ พล.อ.ฉัตรชัย แบ่งเบาภาระงานของ พล.อ.ประวิตร เพียงเท่านั้น

เพราะขณะนี้ พล.อ.ประวิตร ต้องรับผิดชอบงานของคณะกรรมการต่างๆ กว่า 50 คณะ จึงต้องมีการแบ่งงานออกมาบ้างเท่านั้น ขอสื่อมวลชนอย่าไปคิดให้มีปัญหาและอย่าหาเรื่อง ส่วนคำสั่งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบปมนาฬิกาหรูหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง และไม่ได้สนใจ เพราะเป็นเรื่องของใครก็ต้องตรวจสอบ หากการตรวจสอบเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เหมือกรณีนายต่อตระกูล ยมนาค ที่อยู่ในคณะดังกล่าว ทั้งที่มีการกล่าวหาเช่นเดียวกัน